…
ที่ย่านสีลมในช่วงเวลาพักกินข้าวเที่ยง มีผู้คนนับพันนับหมื่นในชุดทำงานเดินกันขวักไขว่ ผมกำลังนั่งแทะเล็มแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นเล็กๆ ในร้านฟาสต์ฟู้ด และอ่านนิตยสารฉบับหนึ่งไปพลางๆ
เมื่อเหม่อมองออกไปทางนอกหน้าต่างร้าน ก็เริ่มสงสัยว่าทำไมโลกเรานี้จึงได้เต็มไปด้วยผู้หญิง พวกเธอเดินจับกลุ่มกัน เล็กบ้าง ใหญ่บ้าง เดินออกจากอาคารสำนักงาน คาดว่าคงจะไปหาที่กินข้าวเที่ยง
พอหันกลับมามองในร้าน ที่โต๊ะถัดไป ก็มีผู้หญิงทำงานนั่งกันกลุ่มใหญ่ 6-7 คน ในโต๊ะนั้นมีผู้ชายอยู่แค่คนเดียว นั่งเป็นไข่แดงอยู่กลางโต๊ะ กำลังพูดคุยกันสนุกสนาน
เดี๋ยวนี้ผู้หญิงมีการศึกษาสูงๆ และออกมาทำงานนอกบ้านกันเยอะมาก จนเราเห็นกันชินตาและกลายเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา สามัญ
ในนิตยสาร มีโฆษณาคอมพิวเตอร์โน้ตบุคยี่ห้อหนึ่ง เป็นรูปหญิงสาวในชุดทำงาน สูทสีดำ กระโปรงสั้น นั่งอยู่ที่ร้านกาแฟริมถนน และเธอกำลังก้มหน้าก้มตาจิ้มคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์โน้ตบุคยี่ห้อนั้น ที่วางอยู่บนโต๊ะคู่กับถ้วยกาแฟควันฉุย
เมื่อพลิกมาอีกหน้าหนึ่ง ก็เห็นโฆษณาอีกชิ้นหนึ่ง เป็นภาพหญิงสาวอีกคนหนึ่ง อยู่ในชุดทำงานเช่นเดียวกัน แต่คราวนี้เธอกำลังเดินอยู่บนบาทวิถีในย่านธุรกิจ รอบตัวมีผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่ เธอกำลังคุยโทรศัพท์มือถือ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข
เมื่อละสายตาออกจากนิตยสาร เงยหน้าขึ้นมา ก็พอดีเห็นหญิงสาวคนหนึ่ง กำลังนั่งคุยโทรศัพท์มือถืออยู่ที่โต๊ะข้างๆ ผมพยายามมองหาผู้หญิงสักคน ที่กำลังนั่งกดแป้นคีย์บอร์ดเครื่องโน้ตบุคอย่างในหน้าโฆษณา แต่ก็มองไม่เห็น สงสัยว่าอาจจะต้องไปนั่งในร้านกาแฟที่หรูหราและราคาแพงกว่านี้กระมัง เพราะโน้ตบุคเครื่องนึงราคาหลายหมื่นบาท เจ้าของคงไม่มานั่งกินจังค์ฟู้ดราคาถูกๆ แบบนี้
ไม่รู้ว่าผู้ชายหายไปไหนหมด ถ้าคุณได้ไปเดินแถวซอยละลายทรัพย์ในตอนเที่ยงๆ คุณก็จะมีคำถามนี้แว่บขึ้นในหัว
ถ้ามีใครคิดจะไปเปิดร้านขายของแถวนั้น ก็คงเลือกที่จะขายสินค้าสำหรับผู้หญิง จำพวกเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องสำอาง เครื่องประดับกระจุกกระจิก หรือแม้แต่พวกของกินเล่น เพราะคนส่วนใหญ่ที่มาเดินในซอยนี้เป็นผู้หญิง
ซอยละลายทรัพย์อาจจะถือเป็นแบบจำลองสังคมบริโภคนิยมของผู้หญิง เมื่อผู้หญิงมีจำนวนมากขึ้น และมีกำลังซื้อมากขึ้น ถ้าคุณเป็นคนขายของ แน่นอนว่าก็ต้องหาสินค้าสำหรับผู้หญิงมาขาย
ใครจะไปโง่ขายของให้แต่ผู้ชายอย่างเดียว หรือไปประกาศว่าสินค้าของตัวเองนั้นเหมาะกับผู้ชายเท่านั้น ในเมื่อประชากรอีกมากกว่าครึ่งโลกเป็นผู้หญิง
ความคิดเรื่องนี้ใครๆ ก็คิดได้โดยไม่จำเป็นต้องเรียนเอ็มบีเอเลย ไม่แน่ว่าแม่ค้าที่ขายเครื่องสำอางในซอยละลายทรัพย์ อาจจะมีรายได้ต่อเดือนสูงกว่าเงินเดือนของลูกค้าของเธอ ซึ่งเป็นพวกผู้หญิงที่เรียนสูง ๆ ได้ทำงานในออฟฟิศหรูๆ แถวสีลมเสียอีก
นอกจากการหาสินค้าสำหรับผู้หญิงมาขายแล้ว แต่ถ้าสินค้าของคุณเป็นสินค้าสำหรับผู้ชายล่ะ? หนทางก็คือปรับสินค้าผู้ชายของคุณให้เหมาะกับผู้หญิง หรืออีกทางหนึ่งก็คือปรับความคิดของผู้หญิงให้หันมาใช้สินค้าผู้ชายๆ ของคุณ
เช่นในภาพโฆษณาสินค้าไฮเทคจำพวกคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ เมื่อไม่กี่ปีก่อน เรามักจะเห็นแต่ภาพของผู้ชายเท่านั้น ชายหนุ่มกำลังโทรมือถือ ชายหนุ่มกำลังใช้โน้ตบุค หรือชายหนุ่มกำลังจิ้มเครื่องปาล์มทอป แต่พอมาถึงทุกวันนี้ ภาพของผู้หญิงในโฆษณาสินค้าพวกนี้มีเพิ่มมากขึ้น ทำให้ดูเหมือนว่าสถานภาพของผู้หญิงในสังคมนี้ กำลังดีขึ้นและสามารถทัดเทียมกับผู้ชาย
แต่นี่อาจจะเป็นแค่ภาพลวงตาก็ได้ เพราะนับวันลัทธิทุนนิยมและบริโภคนิยมมีความแข็งแกร่งมากขึ้นทุกที และดูดกลืนเอาอุดมการณ์อื่นๆ ในสังคม เข้าไปแปลงสภาพเสียใหม่ ให้กลายเป็นเครื่องมือในการค้าขายหากำไรได้ ไม่เว้นแม้แต่แนวความคิดเกี่ยวกับสิทธิสตรี ที่ถูกนำมาแต่งหน้าทาปากเสียใหม่จนฉูดฉาดสะดุดตา
พวกนักการตลาดจะขายโรลออนที่ทาแล้วรักแร้ขาวให้คุณได้อย่างไร ถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวเรียบร้อย ใส่เสื้อแขนยาวปิดมิดชิด
เขาจะขายเบียร์ให้คุณกินได้อย่างไร ถ้าคุณเป็นผู้หญิงแบบรักนวลสงวนตัว ไม่เคยออกไปเที่ยวกลางคืน
เขาจะขายโลชั่นผสมสารกันแดดให้คุณได้อย่างไร ถ้าคุณเป็นผู้หญิงแบบแม่ศรีเรือน วันๆ ทำแต่งานบ้าน ไม่ได้ออกไปไหน
ภาพของผู้หญิงแบบใหม่จึงถูกสร้างขึ้นมาโดยฝีมือนักการตลาด เช่นผู้หญิงจะแต่งตัวอย่างไรก็ได้ เพราะผู้หญิงรุ่นใหม่ต้องมีความมั่นใจ หรือผู้หญิงจะไปเที่ยวเธคเที่ยวผับในเวลากลางคืนก็ได้ เพราะหญิงชายเท่าเทียมกัน ทีผู้ชายยังไปได้ ผู้หญิงก็ไปได้ หรือผู้หญิงที่เก่งคือผู้หญิงที่ออกไปทำงานนอกบ้าน ไม่ควรจะยอมเป็นเพียงแค่อีแจ๋วคอยทำแต่งานบ้าน
เช่นเดียวกัน นักการตลาดจะขายเครื่องคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือให้ผู้หญิงได้อย่างไร ถ้าผู้หญิงไม่ได้เป็น working woman เขาจึงต้องพร่ำสอนว่าผู้หญิงสมัยนี้ต้องทำงานนอกบ้าน ต้องทันสมัย กระฉับกระเฉง และต้องตามโลกยุคเทคโนโลยีสารสนเทศให้ทันไม่แพ้ผู้ชาย โดยที่จะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือไฮเทคเหล่านี้เป็นตัวช่วย
อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงจะต้องเป็นหญิงไทยใจงาม เรียบร้อย ไม่เที่ยวกลางคืน รักนวลสงวนตัว เป็นแม่ศรีเรือน อีกทั้งผมไม่ได้หมายความว่าเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยี จะเหมาะกับผู้ชายมากกว่า เพราะความคิดเกี่ยวกับความเป็นหญิงและความเป็นชายแบบเดิมๆ เหล่านี้ ก็ล้วนมาจากการประกอบสร้างจากสังคม
ในขณะเดียวกัน ความคิดเกี่ยวกับความเป็นหญิงแบบใหม่ ที่เห็นได้ตามโฆษณาในโทรทัศน์ วิทยุ นิตยสาร ในทุกวันนี้ ก็ล้วนเป็นการประกอบสร้างความจริงใหม่ๆ ขึ้นมาเช่นกัน ซึ่งได้เข้ามาท้าทายกับความคิดเกี่ยวกับเป็นหญิงแบบเดิม
ดังนั้นคุณอาจจะเป็นผู้หญิงเก่ง มีการศึกษาสูง ออกทำงานนอกบ้าน มีความมั่นคงในหน้าที่การงาน ไม่ต้องพึ่งพาผู้ชาย มีออฟฟิศอยู่แถวสีลม แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ด แขนกุด กระโปรงสั้น และหลังเลิกงานก็ออกเที่ยวผับเธคที่อยู่ละแวกนั้นมีเยอะแยะ
คุณอยากหลุดออกจากกรอบเดิม แต่สุดท้ายก็มาติดอยู่กับกรอบใหม่ โดยที่คุณยังต้องทาโรลออนรักแร้ขาว ทาโลชั่นกันแดด แว็กซ์ขนหน้าแข้ง กินยาลดความอ้วน และหาซื้อโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุครุ่นใหม่มาใช้
ซึ่งกรอบใหม่นี้อาจจะยิ่งสร้างความเครียดให้คุณไม่แตกต่างไปจากเดิม จนถึงเวลาเที่ยงวัน คุณต้องมารีบเร่งประกอบสร้างความหมายให้กับตัวเอง ด้วยการบริโภคและเดินชอปปิ้งที่ซอยละลายทรัพย์
…
อ่านแล้วอึดอัดแทนสาวออฟฟิศค่ะ :)
เห็นด้วย
และอยากจะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่าปรากฎการณ์อันเนื่องมาจากแนวความคิดแบบบริโภคนิยมนี้ก็เกิดขึ้นกับผู้ชายเช่นกัน
อย่างที่เรียกกันว่ากระแส metrosexual
จะว่าร้อนตัวแทนผู้หญิงทั้งหลายก็ได้ค่ะ
แต่แหม อ่านแล้วมันอดคิดไม่ได้จริงๆ ว่า
ทำไมหนอ บทความนี้จึงมุ่งเน้นไปที่ผู้หญิงทำงาน
ไม่ยักกล่าวถึงผู้ชายในยุค marketing เป็นใหญ่บ้างเลย
:)