11 ปีแห่งวิกฤต (จบ) คนไทยยังสุดโต่ง บริโภคฟุ่มเฟือย PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
พฤหัสบดี, 03 กรกฎาคม 2008

บริโภคฟุ่มเฟือย 


มองภาพรวมของเอเชีย ย้อนกลับมามองตัวเอง 11 ปีที่ผ่านพ้นไปนั้น ประเทศไทยได้เปลี่ยนตัวเองไปบ้างหรือไม่ และอย่างไร ภาพ ณ ปัจจุบัน เหมือน หรือ แตกต่างจากอดีต


ในประเด็นดังกล่าว รองศาสตราจารย์วิทยากร เชียงกูร คณบดีวิทยาลัย นวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า มองจากภาพสังคมปัจจุบัน สิ่งที่ยังคงเห็นอยู่ คือ ความไม่สมดุล ทั้งในแง่ของการกระจายรายได้ สินทรัพย์ การเมืองยังมีความขัดแย้ง และเป็นไปในลักษณะที่ส่งเสริมการค้าเสรี และการลงทุนจากต่างประเทศ ไม่ได้เน้นคุณภาพ และความสมดุล อยู่เช่นเดิม

ยิ่งกว่านั้น ในขณะนี้ยังมีปัญหาใหม่เพิ่มเติมขึ้นมาอีก นั่นคือ น้ำมันแพง แต่สภาพโดยทั่วไปคนไทยยังมีการใช้น้ำมันอย่างฟุ่มเฟือย และเพิ่มมากขึ้น ไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่ตามมา

ในมิติทางสังคม ภาพสะท้อนที่เห็น คือ ภาคการเมืองยังคงดำเนินนโยบายในลักษณะที่ทำให้คนเห็นแก่ตัว คือ การเมืองเน้นไปที่เรื่อง "ต้องชนะ" เท่านั้น หรือผลประโยชน์ต้องเป็นพวกตน โดยไม่มีการสอนให้คนเรียนรู้ในเรื่องของสิทธิและเสรีภาพของประชาชน

"เราไม่ได้พัฒนาสิ่งเหล่านี้ ยังเน้นไปที่การแข่งขัน และผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าส่วนรวม และที่สำคัญ การจะเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ย่อมไม่ได้อยู่แค่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ"

สาเหตุที่ทำให้ประเทศไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักจากบาดแผลในอดีต อาจมีต้นรากมาจาก "ระบบการศึกษา"

การศึกษาของประเทศไทยไม่ได้สอนให้คนคิดเป็น วิเคราะห์เป็น เป็นตัวของตัวเอง

การศึกษาของประเทศไม่ได้สอนในเรื่องของจิตสำนึก การเป็นคนดี ไม่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์

"การศึกษาในบ้านเรายังอยู่ในลักษณะที่ไม่มีความยุติธรรม ทั้งๆ ที่คุณภาพของคนมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ แต่คุณภาพการศึกษาของประเทศในขณะนี้มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด" อาจารย์วิทยากรได้ยกตัวอย่าง "นโยบายเรียนฟรี 12 ปี" แม้จะเป็นเรื่องที่ดีในหลักการ แต่ก็ไม่ได้คำนึงถึงการกระจายงบประมาณที่ไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัด เนื่องจากการจัดสรรงบประมาณด้านการ ศึกษาในต่างจังหวัดจะเป็นงบประมาณก้อนเล็กๆ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดคุณภาพ คนที่มีโอกาสในการเข้าถึงระบบการศึกษาที่ดีกว่าหรือมีการกวดวิชาเพิ่มเติม จะเป็นคนในครอบครัวชนชั้นกลาง และคนที่มีร่ำรวย

ดังนั้น ทิศทางที่ควรจะเป็น คือ การปฏิรูประบบการศึกษา โดยต้องมีการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ใช้สมอง และเกิดระบบการคิด หรือ "คิดเป็น" แม้แต่ในแง่ของครู อาจารย์ นอกจากจะมีความรู้ ยังต้องมีคุณธรรม และได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมเช่นกัน

นอกเหนือจากปัญหาด้านระบบการศึกษา ประเทศไทยยังมีปัญหาในด้านพฤติกรรมการบริโภค

ในช่วง 11 ปีที่ผ่านมาของวิกฤต มีทั้งในด้านดีขึ้น และเลวลง ในแง่ที่พอจะเรียกว่าดีขึ้นนั้น ก็เป็นไปในลักษณะที่มีสินค้าและบริการให้เลือกบริโภคได้มากขึ้นจริง แต่สิ่งที่เลวลง คือ มีการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย เด็กวัยรุ่นอยากลองของใหม่ๆ ด้วยเหตุนี้พฤติกรรมการบริโภคของคนไทยจึงค่อนข้าง "สุดโต่ง" เห็นได้ชัดคือ ในยุคนี้ที่น้ำมันแพงมาก แต่คนไทยยังมีการใช้น้ำมันอย่างฟุ่มเฟือย ไม่ได้ลดลง

ต่อประเด็นที่ว่า หลายภาคส่วนในสังคมตระหนักชัดว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่เหตุใดจึงไม่เกิดการประยุกต์ใช้ที่เป็นรูปธรรม อาจารย์วิทยากรมองว่า เป็นเพราะประการแรก ไม่มีการคิดแก้ไขอย่างเป็นระบบอย่างจริงจัง และอีกประการหนึ่งคือ เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญามากกว่าการเสนอระบบเศรษฐกิจใหม่ เป็นหลักในการดำเนินชีวิตและปฏิบัติตนมากกว่า

ที่สำคัญหากจะสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ ต้องกล้าท้าทายกับแนวคิดทุนนิยมกระแสหลัก

ปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียงควรดำเนินควบคู่ไปกับระบบเศรษฐกิจแบบผสม ระหว่างทุนนิยมที่มีการแข่งขันที่เป็นธรรมและเศรษฐกิจสังคมนิยมประชาธิปไตย

โดยจะต้องประยุกต์เอาระบบสวัสดิการ ระบบสหกรณ์มาใช้ มีระบบชาตินิยมบ้างเล็กน้อย

ระบบสหกรณ์ที่มีในประเทศไทยยังเป็นแค่สหกรณ์แบบออมทรัพย์ แต่ในความเป็นจริง ในประเทศอื่นๆ มีระบบสหกรณ์ ทั้งของผู้ผลิต และผู้บริโภค ดังกรณีสหกรณ์ร้านค้าในญี่ปุ่นที่แข็งแกร่งมาก ขณะที่ในยุโรปสหกรณ์ของกลุ่มเกษตรกรเป็นเจ้าของธนาคาร มีอำนาจต่อรอง ปัจจัยการผลิต เพื่อลดปัญหาของทุนนิยมที่ล้าหลังไปได้พอสมควร แม้แต่สิงคโปร์มีการนำระบบสหกรณ์ร้านค้ามาใช้ เรียกว่า fair price

แต่หากพิจารณาจากสภาพการเมืองปัจจุบัน ไม่มีทางจะทำได้ง่ายๆ เพราะกระทบต่อการหารายได้ของรัฐบาล เพราะที่ผ่านมาแนวทางของเศรษฐกิจ คือ ปล่อยให้เป็นแบบมือใครยาว สอยได้ สอยเอา ในขณะที่เงินเข้าสู่รัฐน้อย รายได้ที่รัฐไม่สามารถจัดเก็บเงินจากเอกชนได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

หากประเทศไทยต้องการเปลี่ยนตัวเองจากจุดที่เป็นอยู่ ข้อเสนอแนะของอาจารย์วิทยากร คือ อยากเห็นการปฏิรูปในทุกด้าน ทั้งทางด้านการศึกษา การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม


11 ปีแห่งวิกฤต (1) เอเชียติดกับ "เงินเฟ้อ-หนี้ครัวเรือน"

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

WiseKnow Search Engine

Login

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

Advanced Syndicate

Workflows