นางสาวนนทวัน สินธวานนท์ หัวหน้าฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้เปิดตัวบริการ "N-Gage" บริการเกมบนมือถือให้ลูกค้าโนเกีย โดยเกมที่พร้อมให้บริการมีทั้งหมด 21 เกม จากบริษัทพันธมิตรและเกมที่เป็นลิขสิทธิ์ของโนเกียอีกประมาณ 10 เกม ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดมาทดลองเล่นก่อนตัดสินใจซื้อได้ โดยลิขสิทธิ์การซื้อจะมี 3 แบบคือ 1.ซื้อแบบ full license ราคาเกมละ 215-279 บาท 2.แบบ 7 days license ราคา 139 บาท และ 3.แบบ 1 day license ราคา 45 บาท
ส่วนการชำระเงินนั้นทำได้ 2 แบบคือ ผ่านบัตรเครดิตการ์ดและการชำระผ่านโอเปอเรเตอร์ ซึ่งในส่วนนี้ปัจจุบันมีเพียงบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เพียงรายเดียวที่ทำธุรกรรมได้ ขณะที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ยังต้องรออีกสักระยะหนึ่ง ในส่วนของมือถือที่รองรับการใช้บริการ N-Gage Platform ปัจจุบันมีโทรศัพท์ตระกูล N-Series และโนเกีย 5320
นางสาวนนทวันกล่าวต่อไปว่า บริการ N-Gage เป็นหนึ่งในบริการ OVI ซึ่งเป็นออนไลน์เซอร์วิสของโนเกีย โดยบริการ OVI จะมีทั้งหมด 4 ส่วนคือ 1.บริการแผนที่ผ่านมือถือ 2.บริการ Online Music Store เปิดให้บริการในหลายประเทศแล้ว ส่วนประเทศไทยอยู่ระหว่างการหารูปแบบธุรกิจที่เหมาะสม เนื่องจากประเทศไทยมีอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์สูง 3.N-Gage บริการเกมบนมือถือ และ 4.Share เป็นบริการเว็บคอมมิวนิตี้ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถอัพโหลดรูปภาพและคอนเทนต์ที่ถ่ายจากมือถือโนเกียให้สมาชิกร่วมชมได้
นายวิภู ซาวาบาล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผลการวิจัยจาก IDC ชี้ให้เห็นว่าปริมาณการใช้งาน data ในไทยเพิ่มขึ้นกว่า 35% ในปีที่ผ่านมา และคาดว่าอีก 2 ปีข้างหน้าจะเติบโตอีก 20% นอกจากนี้กว่า 50% ของผู้ใช้มือถือมีโอกาสที่จะเล่นเกมบนมือถือ ในส่วนของบริการ N-Gage คาดว่าจะมีกลุ่มผู้ใช้มือถือไฮเอนด์ประมาณ 15% ของยอดขายทั้งหมดที่มีโอกาสใช้บริการ
ด้านนายเฮนรี่ ผู้บริหารบริษัท เกมลอฟท์ จำกัด ประจำตลาดเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่า ผลการวิจัยของ OVUM คาดการณ์ว่าตลาดเกมมือถือของไทยปี 2552 จะมีการดาวน์โหลดสูงถึง 1.705 ล้านครั้ง คิดเป็นมูลค่ากว่า 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2553 การดาวน์โหลดจะเพิ่มเป็น 2.47 ล้านครั้ง คิดเป็นมูลค่า 23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
บริษัทถือว่าตลาดเกมมือถือเมืองไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับเกมลอฟท์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตลาดเกมบนมือถือในเมืองไทยมีส่วนแบ่งตลาดในภูมิภาคนี้ถึง 29% อีกทั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตถึง 40% บริษัทจึงมีแผนจะเปิดสำนักงานสาขาในไทยช่วงเดือน ม.ค.2552 เพื่อทำการตลาดให้เข้มข้นมากขึ้น และคาดว่าภายใน 2 ปีจะมีรายได้เกิดขึ้นกว่า 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายวิภูยังกล่าวถึงภาพรวมตลาดมือถือปีนี้ว่า แม้จะมีปัจจัยเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและการเข้ามาตีตลาดของมือถือจีน แต่เป็นเพียงปัจจัยที่ทำให้โนเกียต้องปรับกลยุทธ์แต่ไม่กระทบกับยอดขายและส่วนแบ่งตลาด เช่น เมื่อมีผลการศึกษาออกมาว่าราคาขายเฉลี่ยต่อเครื่องมีแนวโน้มลดลง บริษัทก็จะปรับแผน โดยพิจารณาว่าจะผลักดันเครื่องในระดับราคาเท่าไหร่ออกสู่ตลาดจึงจะเหมาะสมกับพฤติกรรมการซื้อในช่วงนั้นๆ เป็นต้น