Topic ล่าสุดTopic ล่าสุด  Display List of Forum Membersรายชื่อสมาชิก  Search The Forumค้นหาหัวข้อ  ช่วยเหลือช่วยเหลือ
  RegisterRegister  LoginLogin
Art Tips & Tricks
 ThaiArtStudio : การให้...คือสิ่งที่เรามีเหมือนกัน : Art Tips & Tricks
Subject Topic: สีอะครีลิค ทิวทัศน์ step by step Post ReplyPost New Topic
Author
Message << Prev Topic | Next Topic >>
admin
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 25 มกราคม 2546
Location: Uganda
Posts: 89
Posted: 29 กันยายน 2551 เวลา 03:30 | IP Logged Quote admin

สีอะครีลิค ทิวทัศน์ step by step
สีอะครีลิค เป็นสีที่ในปัจจุบัน มีคนหันมาสนใจกันมากขึ้น ด้วยความที่แห้งเร็ว สามารถซ้ำหรือแก้ไขได้หากเขียนผิด อุปกรณ์ก็ไม่ยุ่งยากมากมาย ไม่มีกลิ่นเหม็นรบกวน สามารถเขียนบนวัสดุได้หลากหลาย เช่น ผ้า ไม้ เสื้อยืด กระเป๋า ฯลฯ

ขั้นตอนการเขียนภาพสีอะครีลิค มีหลากหลายวิธีตามแต่จะประยุกต์ วิธีที่จะนำเสนอในวันนี้จึงสามารถนำไปประยุกต์ให้เข้ากับความถนัดของแต่ละคนครับ เรื่องของสี ก็อย่าไปซีเรียสมากครับ เอาแค่คล้ายๆหรือใกล้เคียงก็พอ อย่าจำเป็นสูตร เพราะเหล่านั้นสามารถพลิกแพลงและแก้ไขได้ ซึ่งก็เกิดจากประสบการณ์และการฝึกฝนนั่นเอง

รูปที่เอามาเป็นแบบในวันนี้นำมาจาก http://www.photoontour.com จะพยายามบอกให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ
ภาพทะเลภาพนี้มีโจทย์ที่มีความต่างกันในภาพ มีทั้งท้องฟ้า ทะเล ก้อนหิน ต้นไม้ เหล่านี้ เราหนีไม่พ้นในภาพทิวทัศน์ ลองดูนะครับ เห็นแบบแล้วอย่าพึ่งถอดใจ ลงมือทำก่อนดีกว่า ชิ้นแรกไม่ดี ชิ้นต่อๆไป ก็จะดีขึ้นมาเอง







1.งานชิ้นนี้ผมจะลองเขียนโดยการรองพื้นภาพนี้ด้วยโทนสีเรียบๆสีเดียวทั้งแผ่น โดยรองพื้นสีฟ้าอมม่วง (ultramarine+violet+titanium white) ให้โทนสีใกล้เคียงต้นแบบครับ ทาลงไปทั้งภาพเลยครับ โดยที่ยังไม่ต้องร่างรูป ผสมน้ำเล็กน้อยให้ทาง่ายขึ้น และสีก็จะลงไปตามซอกผ้าใบได้ง่ายขึ้นด้วย ผมทาสองรอบครับ โดยรอบแรกต้องรอให้แห้งก่อนนะครับ แล้วจึงค่อยทับรอบสอง (ส่วนใหญ่มือใหม่ เวลาจะแก้งานมักไม่รอให้สีแห้งก่อน ใจร้อน ไปแก้ในขณะที่สียังไม่แห้ง เหนื่อยเปล่านะครับ) ใช้แปรงเบอร์ใหญ่ๆนะครับจะได้เร็วๆ

ซึ่งวิธีลงแบบนี้จะเหมาะกับภาพต้นแบบที่มีบรรยากาศโดยรวม หรือสีส่วนใหญ่ในภาพหนักไปทางโทนใดโทนหนึ่งมากๆ หรือประมาณ 80 % ขึ้นไป เช่น ภาพดวงอาทิตย์กำลังตกดิน โทนสีโดนรวมจะไปทางแดงส้ม เราก็รองพื้นด้วยโทนนี้เลยครับ


2.ร่างรูปลงไปครับ เริ่มที่เส้นขอบฟ้าก่อน แล้วตามด้วยวางตำแหน่งต่างๆคร่าวๆครับ
ย้ำว่าคร่าวๆนะครับ ไม่งั้นเราจะคอยแต่ไปเก็บรายละเอียดก่อนอยู่เรื่อย พอเก็บจนเสร็จที่นึงก็ไปทำอีกที่นึง ที่นี้ภาพรวมของงานอาจจะเสียและผิดตำแหน่งครับ เราก็ต้องมานั่งลบ ส่วนที่เราตั้งใจเก็บรายละเอียดไปแล้ว พอวางตำแหน่งเสร็จแล้วค่อยเริ่มเก็บรายละเอียดไปเรื่อยๆครับ

ทีนี้ก็จะเกิดคำถามขึ้นว่า แล้วจะร่างละเอียดแค่ไหน เพราะเห็นคลื่นน้ำเป็นฝอยมากมาย ไหนจะต้นไม้ที่ดูยุบยับไปหมด ซึ่งอันนี้แล้วแต่คนวาดนะครับ หากเห็นว่าถ้าเราไม่ร่างรายละเอียดดังกล่าวแล้วทำให้เราสามารถลงสีได้ถูกต้องโดยไม่ผิดเพี้ยนก็ไม่ต้องร่างครับ

อีกอย่างนึงมือใหม่มักไม่ชอบร่างรูปครับ เข้าใจครับว่าน่าเบื่อ แล้วก็กะว่าจะไปแก้ปัญหาอีกทีตอนลงสีใช่ไม๊ครับ อันนี้ไม่แนะนำเลย แก้ปัญหาตอนร่างรูปง่ายกว่าตอนลงสีไปแล้วมากมายหลายเท่า ตอนร่างรูปผมใช้ดินสอสีม่วงครับ ไม่สกปรกดี แล้วก็ตัดเส้นด้วยสีอะครีลิคสีม่วงหรือน้ำเงินก็ได้ครับ จุดประสงค์เพื่อให้เห็นเส้นร่างครับ ไม่งั้นพอลงสีไปแล้วมันจะไปกลบรอยร่างดินสอจนมองไม่เห็นครับ







3.ขั้นต่อไป ภาพทิวทัศน์นิยมวาดจากข้างหลังมาข้างหน้า แต่ใครจะเริ่มจากข้างหน้าก่อนก็ได้ครับ ไม่ผิดกติกา ผมใช้ultramarine+violet+titanium white แต่ใช้ขาวให้มากขึ้นเพื่อทำเป็นเมฆครับ ทีนี้สีฟ้าที่เป็นพื้นมันดันแห้งแล้ว จะทำไงถึงจะเกลี่ยสีได้ หากเป็นสีน้ำมันขั้นตอนนี้จะเกลี่ยให้นุ่มและกลมกลืนได้ง่ายมาก

ส่วนสีอะครีลิคผมใช้วิธีปัดแห้งครับ(drybrush) คือจุ่มสีที่จะปัดลงไป ในที่นี้คือขาวอมฟ้าม่วงนิดๆ เนื้อสีข้นๆโดยไม่ใส่น้ำเลย จุ่มสีลงไปแล้วคนให้สีติดให้ทั่วขนพู่กัน (ผมใช้ขนแบนเบอร์ 11 ครับ)
แล้วเช็ดสีที่ติดอยู่ ให้หมาดจนเกือบแห้งครับ แล้วปัดลงไป ที่นี้มันจะเหมือนเรากำลังใช้ดินสอในการวาดเส้นแล้วครับ แรกๆจะคลุมไม่อยู่ครับ ค่อยๆปัดนะครับ ใครใจร้อนจะได้รอยจ้ำเป็นดวงๆมาแทน

พอปัดจนสีเริ่มหมดแล้ว ก็ย้อนกลับไปทำแบบเดิมใหม่ครับ ชั้นแรกอาจจะปัดแค่แผ่วๆนะครับ เพื่อให้เห็นเป็นเมฆระยะไกลๆ พอรอบสองปัดให้หนักมืออีกหน่อยก็จะได้ก้อนเมฆที่สว่างมากขึ้น หรือหากยังสว่างไม่พอก็เพิ่มสีขาวผสมเข้าไป สุดท้าย ผสมสีเหลืองอมส้ม+ขาวมากๆ เป็นแสงจากดวงอาทิตย์ครับ วิธีนี้อาจเหมาะกับการวาดลงบนพื้นผิวที่หยาบหน่อยจะทำได้งานกว่านะครับ

พอถึงตรงนี้อาจคิดว่าท้องฟ้าเสร็จแล้ว ยังครับยัง เราจะไม่ตัดสินว่างานเสร็จแล้วจนกว่าจะเห็นภาพรวมทั้งหมดของรูปครับ เพราะฉะนั้นท้องฟ้าเป็นเพียงแค่การเขียนภาพรวมจะเพิ่มหรือแก้ไขใดๆต้องตอนท้ายว่ากันอีกที ที่บอกอย่างนี้เพราะไม่อยากให้เราจดจ่อเก็บรายละเอียดมากๆจนเสร็จ ในภาพนี้ยังมีอีกตั้งหลายสิ่งที่เรายังไม่ได้วาดลงไปเลย เราจะตัดสินได้อย่างไรในเมื่อเรายังไม่เห็นภาพหรือสีของวัตถุรอบๆเลย อดใจรอหน่อยครับ รู้ว่าอยากเห็นภาพตอนเสร็จเร็วๆ

ขอแทรกเรื่องการผสมสีนิดนึงครับ เวลาเราผสมสี เราควรบีบสีโทนอ่อนออกมาก่อนแล้วค่อยแตะโทนที่เข้มกว่าทีละน้อย เพิ่มลงไป ยกตัวอย่างก้อนเมฆในภาพนี้ ผมต้องการสีขาวที่อมฟ้าม่วงเล็กน้อยเท่านั้นเอง ซึ่งหากไม่สังเกตจะมองเห็นเป็นสีขาว ซึ่งในกรณีนี้หากผมบีบสีขาวลงไป บนสีฟ้าอมม่วงที่รออยู่ในจานสีแล้ว เราคงต้องหมดสีขาวไปจำนวนมากอย่างแน่นอนกว่าจะได้สีโทนที่ว่า กลับกันเราลองเปลี่ยนเป็น แตะสีฟ้าม่วงแค่ปลายพู่กัน แล้วผสมลงในสีขาวที่รออยู่และปริมาณมากกว่า ก็จะทำงานได้เร็วขึ้นและไม่เปลือง




หรี่ตามองแสงทำอย่างไร?วิธีหรี่ตามองแสง วิธีนี้จะทำให้เรามองเห็นภาพเป็นเบลอๆเหมือนสายตาสั้นน่ะครับ รายละเอียดต่างๆจะไม่ชัดเจน เราจะสามารถเห็นน้ำหนักต่างๆได้ง่ายขึ้นดูตามรูปตัวอย่างประกอบไปด้วยนะครับ เมื่อเห็นน้ำหนักต่างๆแล้วเราก็จับคู่น้ำหนักที่มีเท่าๆกันเอาไว้แล้วก็เริ่มลงสีตามตำแหน่งที่เรากำหนดไว้ครับ พอเราลงน้ำหนักแล้วค่อยเก็บรายละเอียดทีหลังครับ

1.ภาพแรกคือภาพต้นแบบนะครับ จะเห็นว่าหากให้เรามองแสงเงาของต้นไม้และภูเขาจะมองยากมาก ทุกอย่างดูยุ่งเหยิงไปหมด

2.ภาพที่สอง หากเราหรี่ตามองภาพที่ 1 แล้วจะเห็นเป็นแบบนี้ครับ รายละเอียดต่างๆถูกตัดทิ้งไป จนเหลือแต่แสงเงาในน้ำหนักต่างๆ เป็นแผ่นชัดเจนขึ้น

3.แสดงภาพให้เห็นง่ายขึ้น โดยเรานำตำแหน่งของแสงเงาระดับต่างๆที่แยกได้เอาไปกำหนดขอบเขตในงานของเราได้เลยครับ พอเราวางตำแหน่งรวมๆของน้ำหนักได้แล้ว ค่อยมาเก็บรายละเอียดเล็กน้อยๆอีกทีครับ

ต้นไม้ส่วนล่างผมตัดให้เหลือแค่ 2 น้ำหนักนะครับจะได้ไม่งง แต่ในการวาดจริงๆให้ใส่โทนสว่างไปด้วยจะได้มิติที่มากขึ้นครับ






4.มาต่อกันที่น้ำทะเลครับ ผสม ultramarine+violet แล้วเติมน้ำให้จางๆ เพราะเรารองพื้นด้วยโทนฟ้าแล้วการลงน้ำหนักสีที่เข้มกว่าจึงไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สีข้นแต่อย่างใด หรี่ตามองแสงเพื่อดูน้ำหนักของน้ำด้วยนะครับ ตรงไหนน้ำหนักบางลงก็เพิ่มปริมาณน้ำมากหน่อย ตรงไหนน้ำหนักเข้มก็เนื้อสีมากขึ้นครับ






5.ต่อไปรองพื้นก้อนหินครับ ผมใช้ yellow ocher+burnt sienna(เหลืองเข้ม+น้ำตาลแดง) ผสมน้ำจางๆทารองพื้นในส่วนของก้อนหิน โขดหิน ให้มีน้ำหนักอ่อน-แก่เหมือนกับตอนที่ทำทะเลครับ จับลักษณะเฉยๆนะครับ ไม่ได้มาเก็บให้เหมือนทุกกระเบียดนิ้ว ในขั้นตอนนี้สีของพื้นโทนฟ้าก็จะปรากฏขึ้นมาด้วยบางๆ เป็นการคลุมโทนของภาพไปในตัวครับ





6. ขั้นตอนต่อไปใช้โทนเดิมครับ แต่+สีน้ำเงินไปด้วย เพื่อเน้นในส่วนลึกของก้อนหิน เรือ และตรงเนินเขาครับ น้ำหนักอ่อน-แก่ใช้ น้ำผสมเช่นเดิมครับ ตรงส่วนใบไม้ อาจใช้สีจากข้อ 5.มาทำเป็นใบไม้ระยะไกลครับ สังเกตใบไม้นะครับว่าเป็นต้นไม้แบบใด ในต้นแบบเป็นใบที่ไม่หนาแน่นเลย อย่าแตะเพลินนะครับ






7.นำสี yellow ocher+burnt sienna แต่ผสมขาว ลงไปอีกให้สว่างมากขึ้นระบายในส่วนของด้านแสงของก้อนหิน ผสมขาวมากน้อยอันนี้ ดูตามภาพต้นแบบนะครับ สังเกตว่า เวลาระบายผมจะเว้นสีพื้นโทนฟ้าไว้เป็นบางส่วนครับ มาถึงตอนนี้ผมเริ่มผสมสีเพื่อเก็บรายละเอียดตรงน้ำบางส่วนแล้ว และรองพื้นรอบแรกก็เสร็จลงครับ





8.เริ่มเก็บรายละเอียดครับ อาจจะเกิดคำถามว่าทำไมไม่เขียนทีเดียวเป็นจุด ให้เสร็จไปเลย สำหรับคนที่ชำนาญสามารถทำได้ครับ แต่ถ้ามือใหม่จะกำหนดน้ำหนักไม่ได้ ไหนจะเรื่องของสีที่เรายังกังวลมันอยู่ ถ้าเราไม่เห็นโครงสีโดยรวม เราอาจต้องเสียเวลาแก้งานตรงโน้นที ตรงนั้นทีไม่มีจบครับ
ผมเริ่มเก็บรายละเอียดที่ทะเล โดยตอนนี้เรายังขาดสีเขียวอยู่ ใช้สีเขียว veridian
+ขาว (หลังจากนี้ไปผมจะใช้สีที่ค่อนข้างจะข้นตลอดจนเสร็จทั้งภาพนะครับ จะมีบางส่วนที่ใช้สีบางๆบ้าง จะบอกเป็นจุดๆไปครับ) ทาแล้วปัดแห้งลงไปครับ ไล่ลงมาด้านล่างเรื่อยๆ พอมาถึงตรงฟองคลื่น หรือโทนสว่างก็ใช้สีฟ้า+ขาว แล้วปัดเช่นเคย ดูแบบและหรี่ตามองแสงเช็คน้ำหนักเช่นเคย






9.รายละเอียดต่อไปครับ เพิ่มน้ำหนักเข้มในน้ำทะเลบ้างครับ โดยใช้น้ำเงิน+น้ำตาล ผสมน้ำจางๆ ตามด้วยโขดหินที่ใช้yellow ocher+burnt sienna แต่เนื้อสีข้นหน่อย แตะเป็นบางส่วน ที่เห็นว่าโทนสีอาจจะยังไม่ได้อย่างที่ต้องการ (มาถึงตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องทำตามผมทุกขั้นตอนนะครับ บางคนอาจจะลงสีตรงโขดหินได้สีอย่างที่ต้องการแล้ว ตรงนี้และครับที่มันไม่ใช่สูตรตายตัว แต่ละคนต้องดูภาพรวมและความต้องการของแต่ละคน แล้วแก้ไขไปตามสมควรครับ)
แล้วนำไปผสมสีขาว เพื่อลงในส่วนของน้ำบางจุดครับ แล้วก็เอาสีนี้แหละครับไปแต้มตามโขดหินระยะหน้าให้เกิดความสว่างขึ้น รอให้แห้งซักพัก จังหวะที่รอ ใช้สีขาวแตะฟ้าเทานิดๆ เน้นส่วนสว่างที่สุดของก้อนหินครับ สังเกตลักษณะของก้อนหินนะครับไม่ได้มีขนาดเท่าๆกันทุกก้อน มีใหญ่บ้างเล็กบ้าง ซ้อนกันบ้าง






10.ใช้น้ำเงิน+น้ำตาล 1:1 แทนสีดำ ผมไม่ใช้ดำล้วน เพราะสีดำมีความรู้สึกว่าหนักและทึบตันเกินไป ผมใช้สีดำจริงๆในปริมาณที่น้อยมากๆในการวาดแต่ละรูป และบางรูปก็ไม่ใช้เลย เอามาเน้นในส่วนที่เป็นซอกลึกๆครับ รวมทั้ง กิ่งไม้ต่างๆ เนินเขา ดูต้นแบบเยอะๆนะครับ เพื่อดูลักษณะของก้อนหินและต้นไม้ สังเกตว่า ผมเองก็ไม่ได้เขียนเหมือนแบบทุกอย่าง ไปเกร็งกับความเหมือนมากเกินไปก็ไม่สนุกและเครียด เอากลางๆพอครับ จับแต่ลักษณะอย่างเดียวครับ เรื่องของระยะหน้า-หลังเป็นเรื่องสำคัญในการวาดภาพ ก้อนหินส่วนหน้าเราก็ควรเน้นให้คมชัดกว่าด้านหน้านะครับ รวมถึงขนาดก็เป็นสิ่งที่สามารถบอกระยะได้เช่นกัน






11. เก็บรายละเอียดใบไม้ โดยใช้เขียว viridian+น้ำตาลแดง หรือ yellow ocher ก็ได้ครับ ผสมน้ำจางๆบ้างในบางจุดเพื่อให้มีน้ำหนักอ่อนแก่ หากน้ำหนักเขียวที่ได้ยังเข้มไม่พอ ลองเติมน้ำเงินไปนิดครับ ลองผสมดูนะครับ ไม่ลองไม่รู้





12.เก็บรายละเอียดที่เรือครับ ใช้น้ำเงินเข้มๆ เขียนรายละเอียดลงไป ตามด้วยรายละเอียด เล็กๆน้อยๆ โทนฟ้าอ่อน เน้นในส่วนที่เข้มอีกทีในภาพครับ เช่นกิ่งไม้อาจจะเพิ่มความเข้มอีกรอบครับ ตอนนี้ใกล้เสร็จแล้วครับ ผมถอยมาดูภาพรวมอีกทีรู้สึกว่าท้องฟ้าด้านบนสุดน่าจะมีน้ำหนักเข้มไล่มาซักเล็กน้อย ก็เลยเพิ่มเข้าไป ทำให้มีสีที่พึ่งเพิ่ม ไปทับในก้อนเมฆด้านซ้าย ก็เลยจัดการวาดเมฆด้านซ้ายซ้ำอีกรอบครับ และอีกที่ที่ผมยังไม่พอใจคือส่วนของโขดหินสีน้ำตาล ผมใส่เหลืองมากไปหน่อยเลยเอา ฟ้าม่วง น้ำหนักกลางๆมาปัดให้สีไม่โดดเกินไป





13. เสร็จแล้วครับ ภาพนี้โดยส่วนใหญ่ผมใช้พู่กันกลม เบอร์ 11 และแบน เบอร์ 20 และแปรงแบนขนาด 3 ซม. ซึ่งเรื่องของขนาดพู่กัน เป็นความถนัดของแต่ละคนนะครับ หลักคงเป็นเรื่องของขนาดของพื้นที่และความเหมาะสมในการเลือกขนาดเบอร์ ผมวาดภาพนี้ในขนาด 30x40 ซม. สีที่ผมใช้ผสมกันมั่วไปหมด ทั้งถูกทั้งแพง ของถูกสีก็จะใสหน่อย ของแพงก็จะได้เนื้อสีที่เข้มข้นครับ

สรุปหลักของการวาดรูปยังไงๆ พื้นฐานวาดเส้นก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าหากอยากพัฒนานะครับ ให้มีความกล้าที่จะลงมือทำ การลงมือทำผิดบ้างพลาดบ้างอย่างน้อยก็ได้เรียนรู้ได้สัมผัส ได้เกิดประสบการณ์ อ่านอย่างเดียวดูอย่างเดียวไม่พัฒนาครับ

การวาดรูปไม่มีวิธีตายตัว ไม่ว่าจะเป็นวิธีเกลี่ยสี การร่างรูป หรือแม้กระทั่งรสนิยมในการใช้สี 100 คน 100 แบบ มองอย่างเป็นอิสระ มองอย่างนอกกรอบบ้าง ก็อาจเกิดมุมมองที่น่าสนใจ

คงคล้ายกับเวลาเราทำอาหารเปิดตำราดูก็แล้ว ใส่ส่วนผสมตามที่ตำราบอกเป๊ะ ทำไมไม่อร่อยเลย คนทำจึงต้องมีประสบการณ์ประยุกต์และเพิ่มเติมลงไป จะให้ถูกใจคนทำหรือคนชิมอันนี้คงจะตามสะดวก ของใครของมัน สูตรใครสูตรมันกันล่ะครับ

สงสัยอะไรเพิ่มเติมโพสถามได้เลยนะครับ
หากเห็นว่าบทความนี้เกิดประโยชน์แก่คนอื่นๆนำไปกระจายต่อได้เลยจ้า ไม่หวง

ชนม์เขต พรรณวิเชียร
29 กันยายน 2551



__________________


Back to Top View admin's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by admin Visit admin's Homepage
 
pago
น้องใหม่จ้า
น้องใหม่จ้า


Joined: 16 ธันวาคม 2551
Posts: 1
Posted: 16 ธันวาคม 2551 เวลา 14:40 | IP Logged Quote pago

สุดยอดมากเลยครับ  เจอกันครับ...
Back to Top View pago's ข้อมูลส่วนตัว Search for other posts by pago
 

If you wish to post a reply to this topic you must first login
If you are not already registered you must first register

  Post ReplyPost New Topic
Printable version Printable version

กระโดดไป
คุณ ไม่สามารถ ตั้งหัวข้อใหม่ใน ThaiArtStudio : การให้...คือสิ่งที่เรามีเหมือนกัน ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกลับหัวข้อใน ThaiArtStudio : การให้...คือสิ่งที่เรามีเหมือนกัน ได้
คุณ ไม่สามารถ ลบข้อความของคุณใน ThaiArtStudio : การให้...คือสิ่งที่เรามีเหมือนกัน ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความของคุณใน ThaiArtStudio : การให้...คือสิ่งที่เรามีเหมือนกัน ได้
คุณ ไม่สามารถ สร้าง Polls ใน ThaiArtStudio : การให้...คือสิ่งที่เรามีเหมือนกัน ได้
คุณ ไม่สามารถ โหวตใน Polls ใน ThaiArtStudio : การให้...คือสิ่งที่เรามีเหมือนกัน ได้



ระยะเวลาในการโหลดของหน้านี้คือ 0.8438 seconds.