Performancing Metrics

WiseKnow : Marketing Knowledge Provider - ตามดู "ไวแมกซ์" เพื่อนบ้าน เปิดประตูบรอดแบนด์ไร้สาย
ตามดู "ไวแมกซ์" เพื่อนบ้าน เปิดประตูบรอดแบนด์ไร้สาย PDF พิมพ์ อีเมล์
ความนิยมของผู้ชม: / 1
แย่มากดีมาก 
จันทร์, 27 ตุลาคม 2008

รายงาน

ตามดู "ไวแมกซ์" เพื่อนบ้าน เปิดประตูบรอดแบนด์ไร้สาย
ยุคแห่งข้อมูลข่าวสารทำให้เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งจำเป็น และยิ่งยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้ามาเป็นตัวกลางเชื่อมการทำงานและโลกเข้าไว้ด้วยกัน ยิ่งทำให้ผู้คนต่างไขว่คว้าหาช่องทางการเชื่อมต่อเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตตลอดเวลาผ่านเทคโนโลยีรูปแบบต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยี "ไวแมกซ์" ที่กำลังถูกพูดถึงในห้วงเวลานี้เช่นกัน

"ไวแมกซ์" เป็นเทคโนโลยีเชื่อมต่อ บรอดแบนด์ไร้สายที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน เหมาะกับการใช้งานการสื่อสารข้อมูล ทั้งอินเทอร์เน็ต อีเมล์ มัลติมีเดีย การดาวน์โหลดต่างๆ ซึ่งครอบคลุมการรับส่งข้อมูลได้ทั้งแบบอยู่กับที่และแบบเคลื่อนที่ ด้วยความเร็วสูงแต่ค่าใช้จ่ายต่ำ

จากรายงานตัวเลขของไวแมกซ์ ฟอรั่ม พบว่าคลื่นความถี่ของไวแมกซ์สามารถรองรับผู้ใช้งานได้จำนวนกว่า 4 พันล้านคนทั่วโลก โดยความถี่ที่มีการใช้งานและเป็นที่นิยมมากที่สุด คือ ความถี่ 2.3, 2.5 และ 3.5 จิกะเฮิรตซ์ที่สามารถใช้กับมาตรฐาน 802.16e ซึ่งเหมาะสำหรับการทำงานแบบโมบิลิตี้ ขณะที่จำนวนผู้ให้บริการไวแมกซ์เชิงพาณิชย์ทั่วโลกมีจำนวนกว่า 281 ราย และมีผู้ให้บริการระบบพื้นฐานสำหรับไวแมกซ์ประมาณ 29 ราย

"เควิน ลิม" ผู้อำนวยการด้านไวแมกซ์ ประเทศไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ บริษัท อินเทล คอร์ปอเรชั่น เล่าว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ทั่วโลก ณ เดือน มิ.ย.2008 มีประมาณ 1.46 พันล้านคน โดย 39.5% อยู่ในเอเชียและมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประเทศไทยในปี 2550 มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 13.4 ล้านคน

แต่หากนับผู้ใช้บรอดแบนด์มีเพียง 1.7 ล้านคนเท่านั้น ถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำมากหากเทียบกับประชากรกว่า 63 ล้านคน

"อินเทลสนับสนุนไวแมกซ์เพราะต้องการขยายผู้ใช้บรอดแบนด์ให้มีจำนวนมากขึ้น และเมื่อคนใช้มากขึ้นก็จะต้องการอุปกรณ์เพื่อมารองรับมากขึ้น และเมื่อมีการใช้งานจำนวนมากจะทำให้เกิด economy of scale ส่งผลให้ราคาอุปกรณ์ที่รองรับไวแมกซ์ถูกลงและแพร่กระจายมากขึ้น เหมือนกับที่อินเทลเคยผลักดัน การใช้ไวไฟในอดีต"

ปัจจุบันมีผู้ผลิตพีซีระดับโลกหลายรายที่ผลิตโน้ตบุ๊กมาพร้อมโซลูชั่นไวแมกซ์แล้ว อาทิ เอเซอร์ อัสซุส เลอโนโว โตชิบา ซึ่งแต่ละแบรนด์จะทยอยเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังปี 2551 โดยเริ่มจากในสหรัฐอเมริกา และคาดว่าไตรมาส 4 โซลูชั่นไวแมกซ์จะกระจายอยู่บนเน็ตบุ๊ก และอุปกรณ์ MID (mobile internet device) อื่นๆ หรือ แม้แต่อุปกรณ์มือถือ เช่น โนเกีย ได้เริ่มพัฒนาสินค้าเพื่อรองรับไวแมกซ์เช่นกัน

และเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ณ เมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา "Sprint" ได้เปิดให้บริการไวแมกซ์เชิงพาณิชย์ ภายใต้ชื่อบริการ "XOHM" บนคลื่นความถี่ 2.5 จิกะเฮิรตซ์ และมีแผนที่จะขยายไปยังชิคาโก วอชิงตัน จนครอบคลุมทั่วสหรัฐ

ขณะที่การให้บริการไวแมกซ์ในแถบเอเชียนั้น "ไบรอัน โชว์" วิศวกรฝ่ายการตลาดอาวุโสจากอินเทล กล่าวว่า ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการทดสอบ และบางประเทศก็เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์แล้ว เพราะไวแมกซ์เป็นเทคโนโลยีที่มีจุดเด่นเป็นโครงข่ายไอพีแบบไร้สาย เหมาะกับตลาดเกิดใหม่ที่บรอดแบนด์แบบมีสายยังเข้าไม่ถึง เช่น ประเทศปากีสถาน เวียดนาม ที่มีการนำไวแมกซ์ไปติดตั้งในพื้นที่ชนบทเพื่อพัฒนาด้านการศึกษา การบริการ หรือดำเนินธุรกิจ

โดยเฉพาะเวียดนาม อินเทลได้เข้าไปช่วยสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับไวแมกซ์ในหมู่บ้าน TaVan ที่ไม่เคยมีอินเทอร์เน็ตใช้มาก่อน แต่เมื่อติดตั้งไวแมกซ์ทำให้ชาวบ้านสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือใช้บริการ VOIP (Voice over IP) ได้

ขณะที่ประเทศญี่ปุ่น อินเทลร่วมมือกับบริษัท KDDI ตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ UQ Communication เพื่อให้บริการไวแมกซ์ โดยมีแผนทดลองให้บริการบริเวณพื้นที่หลักๆ ของญี่ปุ่นภายในปี 2552 จากนั้นจะขยายเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ครอบคลุมเขตเมืองหลักอื่นๆ ต่อไป

สำหรับในเกาหลีใต้ บริษัท Korea Telecom (KT) ได้เริ่มให้บริการไวแมกซ์เมื่อไตรมาส 2 ของปีที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อแบรนด์ว่า "KT WiBro" และปัจจุบันครองส่วนแบ่งการตลาดการให้บริการข้อมูลอินเทอร์เน็ตไร้สายมากที่สุด มีผู้ใช้บริการกว่า 2 แสนราย ปัจจุบันอยู่ในเฟส 2 และคาดว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าถึง 1 ล้านรายในสิ้นปีหน้า

ส่วนสิงคโปร์ นอกจากเปิดบริการไวแมกซ์เชิงพาณิชย์ไปแล้ว ยังมีการนำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้บริการตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น การขนส่งทางเรือ ที่มีการรับส่งสัญญาณไวแมกซ์เพื่อติดต่อ หรือติดตามเรือที่กำลังจะเข้าออกท่าเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเรือขนส่ง

ขณะที่ประเทศในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม รวมถึงประเทศไทย อยู่ในช่วงการทดสอบกระบวนการดำเนินงาน และรอใบอนุญาตจากภาครัฐ

"เอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย แม้ว่าการขับเคลื่อนไวแมกซ์ยังมีอยู่ไม่มาก แต่ตอนนี้มีแนวโน้มที่ดีจาก กทช.ที่ให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย โดยประเทศไทยมีผู้ขอยื่นทดสอบจำนวน 14 ราย ที่คลื่นความถี่ 2.3 และ 2.5 จิกะเฮิรตซ์ และคาดว่า กทช.จะสามารถออกใบอนุญาตได้ภายในปีหน้า
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

 

WiseKnow News Delivery

 

ฟรี บริการใหม่!! WiseKnow News Delivery

ส่งข่าวตรงถึง Inbox ของคุณทุกวัน

เพียงลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิก คลิกที่นี่

 

WiseKnow Search Engine

Login

Advanced Syndicate

Workflows