ข้อเสนอเกินห้ามใจ บล็อกเกอร์หน้าไหนจะกล้าปฏิเสธ
สมมุติว่าวันหนึ่ง คุณได้รับการเชื้อเชิญจากคนใหญ่คนโต ให้ไปร่วมงานกับบริษัทมีชื่อ ฐานะการงานมั่นคง มีโอกาศก้าวหน้าสูง มีอิสระในการทำงานอีกด้วย คุณจะตบปากรับคำว่าจะไปใช่ไหม! แน่นอนว่า เกินกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ (ผมเดาเอานะ) จะโน้มเอียงไปในข้อเสนอนั้นๆ ก็ใครล่ะจะกล้าปฏิเสธ ข้อเสนอสุดคุ้มแบบนั้นได้ แต่ถ้างานนั้นๆ มันต้องใช้ความคิด สติปัญญา ไหวพริบแบบสุดกู่ เป็นโครงการที่ไม่มีใคร สามารถทำได้มาก่อนล่ะ อืม… แบบนี้มันยิ่งน่าคิดนะ ถ้าเราทำได้สำเร็จ ชื่อเราก็จะดังก้อง แต่ถ้าไม่สำเร็จ เสียงนั้นก็คงดังกึกๆ อยู่ในหัวตลอดเวลา ว่าเออ เราทำไมโง่อย่างนี้หว้า งานแค่นี้ ยังทำไม่ได้ แล้วจะทำอะไรกิน
การจะก้าวมาเป็นบล็อกเกอร์ ในยุคที่สังคมไทยปิดกั้นสื่อ ภายได้การกำกับดูแล โลกไซเบอร์แบบเผด็จการของ “ฉันเห็นชา” การปิดหู ปิดตา การเซ็นเซอร์ มันเป็นปัญหา ที่ต้องช่วยกัน แก้ไขกันต่อไป แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก ประการใด ที่จะแสดงออกทางความคิด แม้จะขาดเสรีภาพไปบ้าง แต่ถ้าชุมนุมบล็อกเกอร์แข็งขัน แม้จะมีน้อยเพียงหยิบมือเดียว ก็สามารถชนะศึกสิบทิศได้ (ยังอิน กะหนัง)
การจารกรรมข้อมูลออนไลน์ การกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มีเยอะ ข้อมูลจำพวกรูปภาพ ที่อยู่ ข้อมูลส่วนตัว ที่เปิดเผยกันอย่างโล่งโจ่ง บนอินเตอร์เน็ตของบล็อกเกอร์นั้น มันไม่ปลอดภัย ซึ่งรอใครก็ได้ ที่ไม่หวังดี มาหยิบฉวยไปใช้ ในทางที่มิชอบ ผมเคยอ่านข่าวเกี่ยวกับ “เริ่มเขียนบล็อก แล้วต้องมาเสียใจภายหลัง” ของหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ที่ลงไปเมื่อปีก่อนๆโน่น จำไม่ได้ว่าเป็นของค่ายไหน ใครรู้ บอกลิงค์ทีครับ ในข่าวนั้นก็ประมาณว่า ดังที่ผมกล่าวมานี่แหละ “ข้อมูลมันออนไลน์อยู่ รอใครก็ได้มาหยิบฉวยไปใช้” ดังนั้น หลายต่อหลายคน จึงไม่กล้าเขียน ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าที่จะคิดต่าง ซึ่งปัญหาข้อนี้ มันเป็นกำแพง กีดกัน ผู้ที่จะเข้ามาเป็นบล็อกเกอร์ดีได้ด้วย
ตามที่ผมร่ายมาทั้งหมด อยากให้มองภาพออกว่า “ไม่ใช่ใครก็ได้ จะกระโดดมาเขียนบล็อกได้” ปัญหา และข้อวิตกต่างๆ ยังฝังจิตฝังใจ กระนั้นแล้ว ถ้าไม่มีข้อเสนอพิเศษยั่วยุ (Special Offer) ผู้คนเหล่านั้น ก็ไม่อยากที่จะแลกด้วยเช่นกัน ดังนั้น หมัดเด็ดที่ชกเข้าเป้าจังๆ คือ “เงิน” (พูดซะ กิเลสจัดจริงเลยเรา) คล้ายกับที่ metrobloggen.se เขาทำกัน คือก็เหมือนกับบล็อกทั่วๆ ไปนี่แหละ คือเปิดให้คนทั่วไปเข้าไปเขียน แต่ต่างกันที่ ถ้าเรื่องราวที่เขียนนั้น มีความนิยมและมีคนเปิดอ่านห้าพันครั้ง (5,000 เพจวิว) ก็จะได้รับค่าตอบแทน ให้กว่า 20 ดอลลาร์ ผมว่ามันก็เป็นไอเดียธุรกิจแบบสุดเจ๋ง รวมทั้งเป็นข้อเสนอดีๆ ที่ช่วยกระตุ้นให้คนเรา หันมาเขียนบล็อก กันมากขึ้นด้วย
อีกตัวอย่างหนึ่ง ที่น่าจะได้รับคนสนใจไม่แพ้กัน เป็นของไทยเองครับ ที่นั่นก็คือ MBlog บริการในเครือ ของผู้จัดการนั่นเอง ซึ่งล่าสุด มีข่าวว่า จะเปิดโอกาสให้บล็อกเกอร์ฝีมือดี มีโอกาศได้ตีพิมพ์หนังสือจากบล็อก (Blook) โดยร่วมมือกับสำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ ถ้าเนื้อหาในบล็อกโดน ก็อาจโดนสอยไปตีพิมพ์เป็นหนังสือได้ ผลประโยชน์ก็จะตกเป็นของบล็อกเกอร์คนนั้นด้วย อืม… ดีไม่ดี อาจเป็นนักเขียนคนหนึ่ง ที่มีชื่อเสียงก็ได้ ใครจะไปรู้เหนอะ ไปอ่านข้อนี้ได้ที่ เปิดตัวก้าวใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม “MBlog” กับโครงการ “จากบล็อกสู่บุ๊ก” ครับ
Spacial Offer ดีๆ แบบนี้ ก็น่าสนใจมากครับ รึว่าผมจะย้าย ไปเขียนบล็อกที่นี่ดูบ้าง เผื่อมีโอกาศได้เป็น นักเขียนกับเขาบ้าง อิอิ
เขียนแล้วมีผลตอบแทนแบบนี้บล็อกเกอร์หลายๆท่านคงอยากที่จะเขียนเพิ่มขึ้นนะค่ะ
ในไทยเว็บที่ดังๆ ถ้าเปิดโอกาสให้คนเขียนบทความแล้วได้สิ่งตอบแทนก็จะดีนะค่ะ
ทำให้คนมาเขียนบล็อกมากขึ้น
นับว่าเป็นการดีกับพวกเราๆ กันครับ
อืม
มม ผมว่าตอนนี้ข้อมูลมันล้นครับ
คนเราส่วนใหญ่เห็นอะไรดี ก็จะแห่กันไปทำ
อย่าง blog ถ้าเขียนเพราะมีคนบอกว่าอาจได้ตังค์ มีสิ่งจูงใจที่ยากจะปฏิเสธ
แต่เขียนไปสักพัก แล้วไม่ได้ตังค์ ไม่ได้อะไรอย่างที่คนอื่นบอกก็เลิกไปในที่สุด
บทความที่เขียนอยู่ก็กลายเป็น junk บน cyberspace
ยกตัวอย่าง ลอง search คำว่า web2.0 ดูสิครับ
มีคนเขียนถึงเต็มไปหมดเลย แต่มีคนสนใจจริงๆ อยู่สักกี่คนกัน
การที่ blog ทำให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ไม่ยากเป็นสิ่งที่ดีครับ
แต่คนที่รักในสิ่งที่ทำ อย่าง iDay ที่เขียนมาเยอะพอสมควรนี่ ดีครับ สู้ต่อไปนะ
เคยมีคนทาบทามให้ลองทำจริงๆจังๆ เก็บเม็ดเงินเหมือนกันแต่ต้องละเอียดกว่าที่เขียนอยู่
ซึ่งผมก็ไม่มีเวลาขนาดเขียนแบบคุณเดย์เลย น่าเสียดายยิ่งนัก
ชอบไอเดียจากบล๊อกสู่บุ๊คก็น่าสนใจ แต่แนวการเขียนของผมคงจะสู้อะไรใครไม่ได้
อยู่อย่างนี้ไปก่อนล่ะกัน
ผมคิดว่า ถ้าเขียนดีเขียนเก่ง เขียนที่ไหน ก็เติบโตและสร้างชื่อเสียงได้เหมือนๆ กัน
เหลือแค่ว่า ทำไงให้เขียนเก่งแบบนั้นได้นี่แหละ เหอๆ
ข้อเสนอพิเศษ มันก็คือตัวล่อ หรือเหยื่อล่อดีๆ ที่รอให้เราเข้าไปติดบ่วง ที่เขาดักไว้ นี่เองแหละครับ ผมว่านะ ข้อเสนอ มันเป็นสิ่งยั่วยุ หรือเล้าโลมให้เราเข้าไปใช้บริการนั้นๆ บางทีเราก็อาจที่จะสร้าง เม็ดเงินจากมันได้จริงๆ แต่คนที่จะเขียน หรือบล็อกเกอร์นั้น ต้องเจ๋ง
และเก่งจริงๆ ครับ บางทีถ้าเราเข้าไปเขียนแบบผลีผลาม ไม่ได้วางคอนเซ็ปท์ อะไรตั้งแต่แรกเริ่ม พอเขียนไปได้สักพักนึง กลับรู้ว่า เฮ้ย นี่มันไม่ใช่ว่ะ มันไม่ดีว่ะ เลิกเขียนดีกว่า แบบนี้มันก็คงเหมือนกับที่คุณ TheInk ว่าไว้นั้นแหละ
การจะเขียนบล็อกนั้น เริ่มต้นเลยผมว่า คนที่ก้าวเข้ามาวงการนี้ ควรศึกษาตัวเองดีๆก่อน ตรึกตรองดูดีๆว่า ถ้าเกิดเราเริ่มสร้างมันขึ้นมาแล้ว เราจะมีเวลาอัพเดตหรือปรับปรุงเนื้อหาเพียงใด จากที่ผมสังเกตุมาบล็อกเกอร์ หลายๆท่าน จะไม่ค่อยมีเวลาให้มันเท่าใดนัก จะคอยอ้างโน่น อ้างนี่ตลอด ติดงานบ้าง ป่วยบ้าง ป่วยการเมืองบ้าน ก็มีให้เห็นกันถมไป บางคนเริ่มเขียนบล็อกปุ๊บ ก็ยอม
มาเสียค่าใช้จ่าย เป็นค่าโฮส ค่าโดเมนเองเลย ผมว่ายังก่อนนะ ก่อนที่จะแยกตัวเป็นอิสระ ลองไปเขียนบนพื้นที่ ที่ผู้ให้บริการบล็อกรายต่างๆเสียก่อน สมมุติว่าเออ ตกลงเราดูแลมันได้ แล้วก็ค่อยแยกวงออกเป็นอิสระ
การเลือกที่จะเขียนบนพื้นที่ ของผู้ให้บริการรายใดนี่ดิ เป็นเรื่องที่น่าคิดกว่า ถ้าหวังผล เพื่อสร้างได้แบบอินเตอร์หน่อย ก็ไปเล่นที่ Blogger.com ไปเลย หรือถ้าจะเขียนแบบไทยๆหน่อย ก็ควรเลือกเขียน กับที่มีข้อเสนอดีๆหน่อย ดังที่ผมเขียนมานั่นแหละ เออ… คุณ PatSonic นี้ ผมว่างานเขียนก็อ่านน่าสนใจดีนี่ครับ เขียนเก่ง ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบในวงการหนัง วงการเพลง และหนังสือ บางทีผมนึกอยากจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับหนัง อยู่เหมือนกัน และรู้สึกว่าผมจะเขียนไปเอนทรี่หนึ่งมั้ง
ส่วนไอเดียจากบล็อกสู่บุ๊คนั้น มันเป็นไอเดียธุรกิจสุดเจ๋ง
เชียวล่ะครับ คุณ CatKun บางทีก็อยากให้ผลงานการเขียน ของผม ได้ลงตี
พิมพ์แบบนั้นเช่นกัน คงเป็นปลื้มมากๆเลยล่ะ