เขียนบล็อกอย่างไรให้โดน
ตั้งแต่สมัยผมเรียน อยู่ชั้น ม.ต้นนั้น ผมเคยเข้าร่วมแข่งขัน ประกวดการ “แต่งกลอนสด” (กลอนแปด) มาทุกๆปี ก็คือในวันสุนทรภู่ คือวันที่ 26 มิถุนายนของทุกปีนั่นแหละครับ และโดยปกติแล้ว ก็จะมีการจัดงาน จัดกิจกรรมร่วมสนุกต่างๆมากมาย อาทิเช่น ประกวดวาดภาพ ตอบปัญหา ประกวดร้องเพลง แสดงละคร คัดลายมือ และมีสิ่งหนึ่งที่ขาดไปเสียมิได้คือ ให้เหล่านักเรียนส่งผลงานเข้าประกวด ในที่นี้คือ “กลอนแปด” นั่นเองครับ
การให้นักเรียน ส่งบทกลอนเข้าร่วมประกวด ชิงชัยกันนั้น บางทีมันก็ดูกันยากเหนอะ ว่าเออ… ไอ้ที่ส่งเข้ามานี่ มันใช่ผลงานที่เขาสรรสร้าง ขึ้นเองหรือเปล่า บางคนอาจจะให้ใครต่อใคร แต่งให้ก็ได้ และเมื่อส่งเข้าประกวด แล้วได้รับรางวัลไปเฉยๆ แบบนี้มันก็ไม่ถูกใช่ไหมล่ะ ทีนี้ทางโรงเรียนก็เลยตัดปัญหาตรงนี้ไป คือให้เหล่านักเรียน มาแต่งกลอนสดแข่งๆกันไปเลยครับ ด้วยความที่ผมชื่นชอบ ชื่นชอบกวีเอกท่านนี้ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แม้จะไม่รู้รายละเอียดยิบก็ตาม ผมก็เลยเข้าร่วมประกวดกับเขาทุกปี แต่ก็แปลกมากนะครับ ที่ผมสามารถคว้ารางวัลที่ 1 มาครองได้ทุกปี นับตั้งแต่ ม. 1 – ม. 3 กวาดซะเรียบเลยครับ แต่พอหลังๆมา ในช่วงม.ปลาย ก็เริ่มห่างหายจากวงการนี้ไป ไม่ได้ร่วมส่งอะไรไปประกวด ชิงชัยกับเขาอีกเลย เออ… ไม่ใช่สิ มีอยู่ครั้งหนึ่งมั้ง ที่ผมส่งบทกลอนนี้แหละเข้าประกวด ส่งนาทีสุดท้ายเลยด้วย อันนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจ จะหวังเอารางวัลแต่อย่างใด อีกหนึ่งคือผมใช้เวลาแต่งไม่นาน ตอนแต่งกลอนบทนั้น ผมก็ยังอยู่ในชั่วโมงเรียน ภาษาอังกฤษอยู่เลย และรู้ไหมครับว่า ผมใช้นามปากกาว่าอะไร “คนธรรพ์อำมหิต” ครับ (อิอิ แค่ชื่อก็กินขาดแล้ว) ตอนประกาศผลออกมานี่ดิ เล่นเอาซะผมและคนอื่นๆ อึ้งกิมกี่กันไปตามๆกัน ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ชื่อมันดูดุๆยังไงชอบกล
อืม… เอาไปเอามา ยังไม่ถึงไหน ก็กินหน้ากระดาษไปกว่าครึ่งค่อนหน้าแล้วครับ เอาเป็นว่า เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า สำหรับ “เขียนบล็อกอย่างไรให้โดน” มันมีที่มา ที่ไป ที่ต้องเขียนยังไงกัน โดยผมขอแยกย่อยออกเป็นข้อๆ เพื่อง่ายต่อการทำความเข้าใจ และนำไปปฏิบัติครับ
1. พาดหัวแรงๆ ผมเชื่อว่า ชื่อเรื่องนี้ สามารถดึงดูดความสนใจ ให้ผู้อ่าน เข้ามาอ่านได้มากๆ เลยอ่ะครับ เปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับหนังสือพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์นั่นแหละ ที่มีการพาดหัวข่าวแบบสั้นๆ ตีความ ความหมายในตัว หรือลอกล่อให้สงสัย ตามหลักการ Copywriting ผู้อ่านก็อยากอ่านต่อให้คลายสงสัยครับ บล็อกก็ไม่ต่างกันหรอก ยิ่งถ้าเอาเรื่องที่พาดหัวแรงๆ นี้ ไปประชาสัมพันธ์ตาม Social Bookmarking ด้วยแล้ว จะสามารถดึงผู้อ่านให้เข้ามาอ่านได้มากครับ ผมจะลองๆ เขียนตัวอย่างให้ดู นะครับว่า ลักษณะไตเติ้ลที่ดี เป็นยังไง
- บล็อกเกอร์คลั่ง ความหวังในไทยยังไกล
- อีก 10 ปี มีอินเตอร์เน็ตใช้บนดาวอังคาร
สังเกตดูครับ มันออกจะเวอร์ไปหน่อย แต่เทคนิคนี้ มันใช้ได้ผลมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าจะหลอกผู้คน ให้เข้ามาอ่านนะครับ ใช้ให้ถูกล่ะ
2. ใช้ศัพท์แสลง ข้อนี้บางคนอาจเถียงว่า การใช้ศัพท์พวกนี้ อาจทำให้หลักภาษามันเพี้ยนไปได้ บางส่วนมันก็ถูกครับ แต่บางส่วนก็ไม่ใช่เสมอไป สังเกตว่า ศัพท์ที่ถูกใช้ในหมู่วัยรุ่น ยังถูกรวบรวมลงพจนานุกรมเลย อาทิคำว่า กิ๊กนั่น ฮิตกันจนได้ออกรายการทีวีอ่ะแหนะ และบางที บางเรื่องที่เราเขียนขึ้นมานั้น การใช้ศัพท์แสลงเข้ามาช่วย ก็ช่วยเพิ่มอรรถรสในการอ่าน ยิ่งๆขึ้นไปอีก แบบว่าอ่านอย่างเมามัน ยังกะกินถั่วไป อ่านบล็อกไป ยังไงยังงั้นเลยครับ และถ้ากลัวว่าคนอ่าน เจอศัพท์แบบนี้เข้าไป อาจจะไม่เข้าใจ ก็ทำการเขียนหมายเหตุไว้ด้านท้าย อธิบายความหมายของคำซะสิ แต่ผมว่าใช้ปัจฉิมลิขิต (ปล.) ไม่ก็วงเล็บไว้ข้างศัพท์นั้นไปเลย อาจดูเป็นธรรมชาติกว่านะ
3. เป็นตัวของตัวเอง ข้อนี้คือ การเขียนเนื้อหาลงบล็อกด้วยตัวเอง อย่าไปลอกใครมา หรือถ้าแปลมาก็แนะนำว่า อย่าแปลมาแบบตรงตัวเด๊ะๆ เราอาจจะสรุปใจความ หรือจับใจความสำคัญมาตีแผ่ ด้วยลักษณะการเขียนสไตล์เราครับ
4. ใหม่สดเสมอ โมเดลทางธุรกิจของบล็อกนั้น จุดขายมีเพียงสิ่งเดียวคือข้อมูล ดังนั้นบล็อกเกอร์ จะต้องติดตามข้อมูล ในแวดวงที่ตัวเองจะเขียน และข้อมูลในที่นี้ ไม่ใช่แต่ข้อมูลบนสื่อออนไลน์เท่านั้น สื่อแบบอื่นๆ ก็มีความสำคัญเช่นกัน อาทิเช่น หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ หรือสื่ออื่นๆ แต่อย่าหลุดกรอบไปล่ะ และเมื่อเราติดตามข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ อยู่เสมอ เราก็จะมีข้อมูลมากพอที่จะเขียนมัน ลงบล็อกได้อย่าง ไม่ขาดตกบกพร่อง มิหนำซ้ำข้อมูลเหล่านี้ ก็สร้างประโยชน์ต่อเราเช่นกัน ส่วนที่เน้นว่าอย่าลืม ปล่อยทิ้งขว้างไปนั้น คือบทความเดิมๆ ที่เราได้ทำการเขียนไว้แล้ว ซึ่งข้อมูลบางส่วน อาจมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นก็อย่าลืมเข้าไปปรับปรุงมันอยู่เสมอนะ อย่าสักแต่ว่า จะหาเรื่องใหม่เขียนไปเรื่อยเปื่อยครับ
5. พูดถึงคนอื่นบ่อยๆ ข้อนี้เห็นที่จะเป็นไปได้ยากครับ ความเห็นแก่ตัวของบล็อกเกอร์ยังมีอยู่ ตัวอย่างที่เห็นกันอย่างทนโท่ ว่าล้มเหลว ก็คือโครงการ Blog Real Network ซึ่งก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวกัน ของกลุ่มบล็อกเกอร์ไทย ประมาณสิบกว่าคน เจตนาแรกเริ่มโครงการ คืออยากให้บล็อกเกอร์แนะนำกันเอง เพื่อสร้างอาณาจักรให้แผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ก็อาจไม่ถือว่าล้มเหลว แต่เป็นการล้มเลิกไปก่อนก็ได้ และจนถึงปัจจุบันนี้ ในกลุ่ม Blog Real Network นั้น ก็เห็นจะมีแต่ผมเท่านั้น ที่ยังกล่าวถึงบล็อกเกอร์ท่านอื่นๆ อยู่เป็นประจำ ถึงแม้ไม่ยักจะมีใคร พูดถึงผมก็ตาม ตอนนี้ผมคิดว่า กลุ่มบล็อกเกอร์ชาวไทย มีมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวนัก ทั้งนี้ มีการแยกตัวออกมาเป็นอิสระ ก็เยอะขึ้น ถึงแม้บางบล็อกจะมีเพียงคนอ่านคนเดียว คือคนเขียนก็ตามเถอะ
6. รูปสวยช่วยได้ การใช้รูปประกอบช่วย ก็ทำให้เนื้อหา เด่นสะดุดตา น่าสนใจขึ้นมากขึ้น แต่บางคนก็ไม่เก่งด้านการตกแต่งรูปเสียด้วยสิ จะเอารูปคนอื่นมาใช้ก็กลัวเรื่องลิขสิทธิ์ ผมขอแนะนำว่า ให้ไปใช้บริการของ SmileSquare.com ซะสิครับ มีบริการแต่งรูปฟรีด้วย แต่ผมเองยังไม่เคยใช้นะ แต่งมันเองเลย สวยไม่สวยยังไงก็เป็นฝีมือเรา หรือไม่ก็ไปค้นรูปมาใช้ จาก Wikipedia.org บ้าง ใช้รูปจากสมาชิกที่มาแชร์กันใน Flick.com บ้าง พร้อมติดเครดิตให้เป็นการตอบแทน ก็พอได้แล้วครับ
มาเป็นชุด กับ 6 ข้อนี้ครับ ไม่รู้จะโดนกันหรือเปล่า แต่ผมก็เต็มที่ให้กับการเขียนเรื่องนี้ สุดๆแล้ว ได้เรื่องไม่ได้เรื่องยังไง ยินดีรับคำชมและคำด่าครับ ฉบับนี้ก็ขอตัวล่ะ ภารกิจยังรอเราอยู่ ขอให้โชคดี มีคนอ่านบล็อกเยอะๆ นะ สุดท้าย เร็วๆนี้ ผมอาจเปิด Social Bookmark ขึ้นอีกแห่งก็ได้นะ ตอนนี้ขอเวลาปรับแต่ง และทดสอบระบบสักหน่อย ไม่รู้เมื่อเปิดบริการแล้ว จะได้ผุดได้เกิดกันเปล่าเนี่ย
มาคนแรกเลย
รับทราบครับคุณเด มีประโยชน์มากมายเลย ผมเข้ามาอ่านบล็อกคุณบ่อยมาก ขออนุญาต แอด link นะครับ
Topic นี้โดนอย่างแรงเลย แต่บล็อคผมนี้พูดถึงคนอื่นบ่อยนะ ^^ กำลังหาวิธีเขียนโดย Link ไปยัง Topic ดีๆโดยไม่น่าเกลียด กำลังคิดอยู่ ครับ ยังไง blog ผมก็ชอบวิจารณ์ชาวบ้านอยู่แล้ว
ปล. จริงๆผิดจุดประสงค์ของผมตอนแรกเลยด้วยซ้ำกะจะเป็น blog ทำ Tutorial สักหน่อยแต่รู้สึกไม่ค่อยชอบ เลยทำอย่างที่ตัวเองชอบมา share
ตอนที่ผมกะว่าจะเขียนบล็อก พี่ผมแนะนำแค่ว่าให้ “?เป็น?ตัวของตัวเอง”
แค่นั้นแหละครับ ข้อเดียวผมว่ากินขาด
โดน! ครับ
มีแต่ Blog Reader หน้าใหม่ทั้งนั้นเลย ผมแวะเข้าไปอ่านบล็อกแต่ล่ะท่านดูแล้ว เนื้อหาน่าสนใจดีครับ คุณ iDiTT นี่สงสัยว่า กำลังลองๆเล่นๆ ปรับแต่งบล็อกดูใช่ป่ะ เห็นยุ่งๆ เปลี่ยนนั่นเปลี่ยนนี่อยู่ ส่วนคุณ Dominixz.com นี่ก็เขียนริวิวเว็บไซต์ต่างๆได้ดีครับ แต่สงสัยว่ายังปรับระบบไม่ถูกเท่าไหร่ อ่านคอมเม็นต์ผมดูนะ แต่เก่งนะ เรียนวิศวะซอร์ฟแวร์ น่าจะอยู่ปี 3 แล้วนะ ถ้าผมเดาไม่ผิด เก่งๆแบบนี้ มีอะไรก็แนะนำผมบ้างเด้อ
คุณ Zelandiax เปลี่ยน Theme บล็อกใหม่ เข้าท่าดี แต่ตัวหนังสืออาจยากไปหน่อย แต่ยังไงก็เข้ากับบรรรกาศบล็อกอยู่หรอกนะ ที่ว่า BlackBookz นั่นนะ ตอบคุณ catkun เป็นคนสุดท้า
ยล่ะกัน เจ็บไหมล่ะครับ โดนไปกี่ดอกล่ะ อิอิ
เขียนได้ดีมากเลยครับ ขอชื่นชม
เอ เหมือนโดนว่ากระทบยังไงไม่รู้แฮะ
เพิ่งมาเจอบล็อกนี้มาจากบล็อกของ cityblue
subscribe ไว้แล้วค่ะ
จะได้อ่านให้มากกว่านี้
แนะนำได้น่าสนใจดี
เคยไปอ่านที่บล็อกของคุณ jenessa ก็ได้ความรู้มาประมาณหนึ้งเช่นกัน
อืม
ตอนนี้บอกตามตรงว่า เบื่อ wysiwyg ของฟังก์ชั่นในบล็อกสมัยนี้เช่น wordpress มากๆเลย
เพราะรู้สึกว่ามันใช่อะ อาจเป็นเพราะใช้ของ bloggang ใน pantip มานาน
อ่า บนไม่ตรงกับหัวข้อ
ไงก็ขอบคุณ
ค่ะ จะมาอ่านเพิ่มอีกหลายบล็อกเลย
เห็นด้วยเลยครับ ตัวบทความนี้เอง ก็มีความแตกต่างจากบทความแนะนำการเขียนบล๊อกของที่อื่น ๆ เยอะนะครับ ซึ่งตรงประเด็นดี
เรื่อง Blog Real Network ผมทำโครงการ “ให้บล๊อกแก่ท่าน บล๊อกนั้นถึงตัว” ซึ่งมาจากโปรเจ๊คต์ “Pay it Forward” อีกที แต่โครงการนี้ไม่ฮิตครับ ปัจจุบันมีผมทำอย่างต่อเนื่องเหมือนกัน พอดีว่าวันนี้อัพเรื่องนี้พอดี สนใจตามไปดูได้ครับ
ขออนุญาต แอด link นะคะ