TAG IN THAI

พี่วิลาส : น้องเมย์ : Tag in Thai

น้องเมย์ : สวัสดีคะ สำหรับปี 2550 ที่กำลังจะผ่านไป Tag in Thai ได้ไปสัมภาษณ์เว็บไซต์ต่างๆ เยอะแยะเลย เมย์ก็เลยสงสัยว่าทำไมเราไม่เคย สัมภาษณ์เว็บมาสเตอร์ตัวเองบ้างหละ วันนี้เราก็เลยจะมาสัมภาษณ์พี่วิลาสกันนะคะ ก่อนอื่นเลยช่วยแนะนำตัว และเล่าที่มาที่ไปของ Tag in Thai หน่อยคะ

พี่วิลาส : 555 ขอบคุณครับ ชื่อวิลาส ครับ ชื่อเล่นเยอะครับ แล้วแต่ว่าเพื่อนกลุ่มไหนจะเรียก ปัจจุบันใช้นามปากกกบนอินเทอร์เน็ตว่า "TheInk" ที่แปลว่า น้ำหมึก ครับ สำหรับ Tag in Thai นั้น เราเริ่มต้นจาก จะทำอย่างไรให้ SMEs บ้านเราสามารถโปรโมตเว็บไซต์ของตน ทำอย่างไรให้คนไทยได้รู้จักสินค้าและบริการดีๆ ต่างๆ ที่มีกระจายอยู่เต็มไปหมดในไซเบอร์สเปซ พอบวกกับคอนเซ็ปต์ของ Web 2.0 จึงกลายเป็นบริการ "Social Directory" ที่เห็นกันอยู่ แล้วพอเวลาผ่านมาเราก็นึกว่า เราสามารถช่วยอะไรผู้ประกอบการได้อีก ก็เลยไปเลือกเว็บไซต์ที่น่าสนใจมาสัมภาษณ์ดู และนั้นแหละครับช่วง "Tag เว็บโดน" จึงเกิดขึ้น ก็ยังไงจะพยายามให้ขึ้นได้สัปดาห์ละครั้ง เป็น นิตยสารออนไลน์รายสัปดาห์ให้ได้ครับ

น้องเมย์ : ถ้างั้น Tag เว็บโดน มีวิธีการเลือกเว็บไซต์ที่จะสัมภาษณ์อย่างไรคะ ถ้าเกิดเมย์เป็นเจ้าของเว็บไซต์แล้วอยากให้ทางพี่มาสัมภาษณ์เมย์จะได้บ้างไหมค่ะ

พี่วิลาส : ตอนนี้เราก็สุ่มเลือกจากฐานข้อมูลหนะครับ ถ้าเห็นว่าเว็บไซต์ไหนมีจุดเด่นที่น่าสนใจ เราก็จะลองส่งอีเมล์ไปสอบถามดูว่าสนใจให้สัมภาษณ์ไหม ถ้าโอเคก็ส่งคำถามไป ตอบกลับมา ถ้าไม่เข้าใจ หรือสงสัยเพิ่มก็จะถามไปอีก ถามไปถามมา จนบางรายไม่ตอบกลับก็มีนะครับ ho ho ho ก็เพราะว่าเราอยากให้เนื้อหาส่วนนี้มีคุณภาพจริงๆ แต่... ก็คงไม่ได้พิสูจน์ว่าเว็บไซต์ที่ได้รับการสัมภาษณ์เป็นเว็บที่ดีหรือไม่ดีหรอกนะครับ เพราะเราก็แค่ได้มีโอกาสพูดคุยกันเพียงผิวเผินบนอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ถ้าอยากรู้ลึกยังไงผู้อ่านเองคงจะต้องติดต่อเว็บไซต์นั้นๆ โดยตรงครับ หรือ... ถ้าไปเจอพบว่าเว็บไหนไม่ดี รบกวนช่วยแจ้งกลับมาเลยนะครับ ในฐานะสื่อของประชาชนเรายินดีรับฟังเสมอครับ ส่วนถ้าเว็บไหนอยากให้เราไปสัมภาษณ์ก็ส่งอีเมล์มาได้เลยนะครับที่ e-mail ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ แต่ไม่รับปากนะครับว่าจะขึ้นให้ ขออนุญาตดูตามความเหมาะสมและคิวที่มีอยู่ในลิสต์ด้วยครับ

พี่วิลาส : น้องเมย์ : Tag in Thai

น้องเมย์ : ถัดมาเมย์อยากถามว่าจากการไปสัมภาษณ์มาทั้งหมด 11 ครั้ง คิดว่าผู้อ่านจะได้อะไรจากคอลัมน์ Tag เว็บโดน บ้างค่ะ

พี่วิลาส : ถ้าจะให้สรุปกันเลยอันนี้เรื่องยาวครับ ขออนุญาตแบ่งเป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้นะครับ

     1. สำหรับผู้ประกอบ SMEs ทั่วไป ที่คิดจะรุกตลาดด้วยอินเทอร์เน็ตมักจะมีคำถามว่า "เราจะเริ่มอย่างไร?" จากหลายๆ เว็บที่เราได้คุยอย่าง Launsin200.com คุณหนุ่มเว็บมาสเตอร์ไฟแรง ที่สืบสานธุรกิจถั่วทอดมาจนถึงรุ่นที่สาม เป็นตัวอย่างที่ต้องยกนิ้วให้ครับ ที่กล้านำสินค้าพื้นบ้านที่เป็นอาหารซะด้วย มาบุกเบิกตลาดบนอินเทอร์เน็ต นอกจากเว็บ ลอนศิลป คุณหนุ่มยังมีบล็อกส่วนตัวอยู่ที่ jakoola.wordpress.com ที่ช่วยเสริมเว็บหลักในเรื่องการทำ promotion ด้วย คุณหนุ่มให้ความเห็นว่า "สมัยนี้เปิดร้านออนไลน์ ไม่ยากเลย มีเว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูป เยอะแยะมากมาย (เหมือนมาม่าเลย) แต่ที่สำคัญของการขายของออนไลน์ ก็คือความน่าเชื่อถือ การสร้างความเชื่อมั่น กับลูกค้าว่าเขาจะได้ของที่ต้องการ เมื่อเขาจ่ายเงินซื้อไปแล้ว ดังนั้นการทำให้ลูกค้า รับรู้ว่าร้านเรา หรือตัวเรามีตัวตนจริงๆ เป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการวางตำแหน่ง สินค้าและกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนด้วยเช่นกัน" ตรงนี้ผมขอเสริมให้ผู้ที่สนใจสามารถหาข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก Tarad.com, ReadyPlanet.com, หรือ MarketAtHome.com เป็นต้นครับ

     2. และคำถามที่ขาดไม่ได้คือ "เราจะเลือกอะไรมาขายบนอินเตอร์เน็ตดี?" อีกครั้งที่ผมชอบคำให้สัมภาษณ์จาก คุณอ้อ ซึ่งเป็นพนักงานประจำที่ทำอีคอมเมิร์ซเป็นงานอดิเรก จากเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า Mylittleshops.com จนปัจจุบันขยายกิจการจนผมว่าน่าจะเรียกได้เป็น my medium shop ไปซะแล้ว เพราะคุณอ้อ รักในงาน hand made และรู้จักแบ่งเวลา ประกอบกับการทำงานประจำซึ่งเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ ทำให้งานทั้งสองสามารถเสริมกันได้ดี จนสามารถสร้างชุมชนคนรักในสินค้า กลายมาเป็นลูกค้าประจำ และที่เด็ดสุดๆ คือกลายมาเป็นชมรมกลุ่มแม่บ้านช่วยกันผลิตสินค้าไปเลย
พี่วิลาส : น้องเมย์ : Tag in Thai           ส่วนคุณลูกเต๋าจาก Gift2Home.net ก็เป็นตัวอย่างในเรื่อง การรู้จักสินค้าที่ตัวเองขายอย่างดี เหมือนกับมี battery เป็นแฟน (แซวเล่นนะครับ อย่าโกรธกันหละ) หรือ คุณแอนนี่ จาก mister-cuty.com ที่สนใจเกี่ยวกับแฟชั่นเสื้อผ้า จนเปิดไปตั้งสามเว็บเพื่อ สาวเจ้าเนื้อ สาวยุคใหม่ และสาวหล่อ เป็นต้น
          ดังนั้น ผมจึงอยากเสนอว่า ให้เริ่มจากการเลือกสินค้าหรือบริการที่ เหมาะกับตัวเองมากที่สุดก่อน ไม่ใช่เริ่มจากมองว่าทำอย่างไรให้ได้เงิน เพราะคนที่เข้าใจตัวเองและพยายามทำ เพื่อให้ได้มาซึ่งความฝันนั้น มักจะได้อะไรที่มากกว่าทอง ไม่เสียสมองไปกับเรื่องปวดหัว มีผู้รู้ท่านหนึ่งเคยสอนผมไว้ว่า "การจะทำธุรกิจอย่ามองแต่ว่าจะรวยอย่างไร แต่อยากให้มองว่าเราจะแบ่งปัน สร้างสิ่งดีๆ ให้สังคมได้อย่างไร" เพราะเมื่อเราสนุกกับสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงมันจะส่งผลให้เห็นในไม่ช้าครับ ขอให้อย่าถอดใจไปซะก่อน เท่านั้นเอง

     3. "การซื้อขายบนอินเทอร์เน็ต ดีกว่าปกติอย่างไร" อันนี้ก็มีหลายประเด็นที่น่าสนใจนะครับ ผมเลือกมาสัก 2 เรื่องดังนี้แล้วกัน
          คุณป้อจาก SirinShop.com บอกว่า "e-commerce สะดวกทั้งกับทางผู้ซื้อและผู้ขาย เหมาะกับยุคที่ควรจะใช้เวลาอยู่บ้านมากกว่าไปใช้ชีวิต(ที่รถแสนจะติด) บนท้องถนน แถมได้ลูกค้าจากต่างจังหวัดด้วยนะคะ" ผมว่าจริงมากๆ เลยครับ ถ้าใครไม่เคยคิด ก็ลองคำนวณดูค่าน้ำมัน 3 ลิตร 100 มันคุ้มไหมกับการที่เราต้องไปผจญภัยอยู่บนท้องถนน สู้เลือกซื้อสินค้าจากร้านที่ไว้วางใจได้จากบ้านไม่ดีกว่าหรือ ช่วยชาติประหยัดน้ำมันด้วยนะครับ
          ส่วนข้อดีอีกอย่างของอีคอมเมิร์ซอาจจะเป็นเรื่อง customization ที่ไม่ต้องผลิตสินค้าขึ้นมาก่อน อย่างเว็บ Cake2Thailand.com คุณพล บอกว่าสามารถผลิตเค้กได้ตามแบบที่ลูกค้าต้องการ หรือจะเป็นเค้กรูปถ่ายก็ได้นะครับ ซึ่งถ้าเป็นปกติ เราก็ต้องทำการผลิตสินค้าไว้ก่อนเพื่อเตรียมขาย การที่จะให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในตัวสินค้าทำได้ค่อนข้างยากมาก แต่... อินเทอร์เน็ตทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สัมผัสได้ครับ
          เสริมอีกนิดก็คือ สำหรับผู้ซื้อแล้วการหาซื้อสินค้าออนไลน์ ทำให้เรามีทางเลือกมากกว่าไปดูที่ร้าน และยังสามารถสั่งซื้อทางไกลได้อีกด้วย ส่วนสำหรับผู้ขายคือเราไม่ต้องสต็อกสินค้าจำนวนมาก อาจจะทำแต่พอดี และสามารถให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในการ customize สินค้าได้อีกด้วย win-win ครับ

     4. "ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในการทำอีคอมเมิร์ซคืออะไร"
          สิ่งที่ลูกค้ามักเป็นกังวลก็คือ "ไม่เห็นสินค้าจริง ไม่สามารถจับต้องสินค้าได้" จุดนี้ คุณองุ่น จาก BanKitty.com แก้ปัญหาโดยการพยายามให้ลูกค้า ได้เห็นสินค้าจากรูปถ่ายให้ชัดเจนมากที่สุด ทุกมุมมอง เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าให้ได้ตรงใจที่สุด คุณองุ่น กล่าวว่า "ถ้าจะเปิดร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้านหรือ ร้านค้าออนไลน์ สิ่งสำคัญ น่าจะอยู่ที่ ความรักชอบและเชื่อมั่นในตัวสินค้าของเราที่นำเสนอต่อลูกค้า + กับความซื่อสัตย์ อดทน และรับผิดชอบ ในหน้าที่ของตัวเองค่ะ ลูกค้าก็จะเกิดความเชื่อมั่นต่อร้านคะ เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาพอสมควร"
          ซึ่งผมพอจะสรุปได้ว่าปัญหาที่ทุกเว็บจะตอบเหมือนกันหมด คือ "การขาดความเชื่อมั่น" ในทางกลับกันถ้าลูกค้าสามารถแน่ใจได้ว่า เรามีตัวตนจริง ทำธุรกิจไม่ได้หลอกลวงใคร ก็จะวางใจที่จะโอนเงินสั่งซื้อสินค้ามาให้ ดังนั้นเราจึงต้องพยายามที่จะแสดงตัวตนออกมาให้คนอื่นรู้ และเว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่ Tag in Thai ได้ไปสัมภาษณ์ก็มักจะมีหน้าร้านเป็นของตัวเองให้ลูกค้าได้มั่นใจได้ว่าเป็นธุรกิจจริงๆ หรือที่ฝรั่งเรียกว่า "Click and Mortar"
พี่วิลาส : น้องเมย์ : Tag in Thai          สิ่งที่ Tag in Thai พยายามเข้ามาช่วยในจุดนี้คือ การขอรูปถ่ายเว็บมาสเตอร์ เพื่อทำให้ผู้อ่านได้รู้จักตัวตนของเจ้าของร้าน อย่างคุณดาวจาก Fashion4mom.com ก็ส่งรูปมาพร้อมกับน้องๆ น่ารักสองคนให้พวกเราได้ดูแล้วก็ชื่นใจไปด้วย (น่ารักซะไม่มีเลยนะน้องสาว ^_^) ผมอยากบอกว่า ไม่ต้องอายหรอกครับ เรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง ยิ่งถ้าเราประสบความสำเร็จ ก็จะมีอีกหลายคนที่อยากรู้จัก ผมกลับมองว่าเป็นสิ่งที่ดีซะอีก ที่ลูกค้าจะได้คุ้นเคยกับผู้ประกอบการ ถ้ายังงั้นแล้วปี 2008 เรามายึดอก ยกรูปให้ Tag in Thai กันเถอะครับ เพราะ Tag in Thai ยินดีจะช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ทุกท่านอยู่แล้วครับ
          เข้าเรื่องต่อนะครับ ถ้าไม่มีหน้าร้านจะทำอย่างไร เราก็อาจจะเพิ่มความน่าเชื่อถือด้วยการ จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กับกระทรวงพาณิชย์ อย่างที่คุณเบิร์ดแห่ง Birdyshop.com บอกว่า "สำคัญมาก...กกกกก เลยค่ะ เพราะมันจะช่วยให้ร้านค้า Online ของเรามีความน่าเชื่อถือมากขึ้นไปค่ะ ลูกค้าก็กล้าที่จะตัดสินใจ ซื้อสินค้าที่เรามากขึ้น เพราะเรามีหลักแหล่งแน่นอน และมีการจดทะเบียนชัดเจนและถูกต้องค่ะ" พอมีทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ แล้วขั้นถัดไปก็อาจจะจดทะเบียนที่เรียกว่า Trust Mark ก็ได้นะครับ แล้วถ้าถามว่า Tag in Thai จดหรือยัง ไม่เห็นมีตราอยู่เลย คำตอบคือจดแล้วครับในนามของ บจก. โวเน่ แต่ตัวเว็บไซต์ Tag in Thai เองยังไม่ได้มีการซื้อขายผ่านเว็บอย่างจริงจัง ถ้าใครสนใจจะสนับสนุนเว็บไซต์ Tag in Thai ด้วยการซื้อ tag หรือ banner ก็สามารถทำได้โดยการโอนเงินผ่านธนาคาร หรือมาจ่ายเงินสดที่ Thailand Science Park ก็ได้นะครับ
          สรุปก็คือ "การระบุตัวตน" เป็นสิ่งสำคัญบนอินเทอร์เน็ต เราควรจะเปิดเผย และภูมิใจในสิ่งที่ทำครับ เพราะเมื่อเริ่มมีลูกค้าแล้ว และลูกค้ามั่นใจในตัวเรา การแนะนำบอกต่อก็จะเกิดขึ้น ซึ่งทำให้ธุรกิจของเราสามารถดำรงอยู่ได้ต่อไปไงครับ

     5. "มีปัญหาเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเกิดขึ้นมากน้อยอย่างไรบนอินเทอร์เน็ต"
          Tag in Thai เคยได้รับการร้องเรียนว่ามีเว็บไซต์ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ในฐานข้อมูลด้วย ซึ่งเป็นช่วงพอดีกับที่เราได้สัมภาษณ์ Couple-Club คุณยอชชี่ได้ให้แง่คิดไว้ว่า "มันเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงได้ยาก บางครั้งของของเราโดนเอาไปก๊อปปี้ขาย เราก็จะเจอแต่คนขายไม่เจอคนผลิตซึ่งบางครั้งมันก็มีทั้งจงใจ และ ก็มีแบบไม่ตั้งใจ คำว่าไม่ตั้งใจนี่ก็ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างเวลาเราคุยกับเพื่อน ก็มีบ่อยครั้งใช่มั๊ยคะที่เราจะพูดอะไรออกมาพร้อมๆ กันหรือ เราคุยกับคนนึง แล้วไปคุยกับอีกคน เพื่อนเรา 2 คนก็อาจจะพูดคำพูดที่ตรงกันออกมา โดยที่เค้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าใครพูดก็เหมือนกับสินค้า ของบางอย่างมันก็เป็นไอเดีย หรืออาจจะเกิดจากการเห็น นั่น นี่ โน้น แล้วเอามาประยุกค์แล้วก็ตรงกันได้" ยังไงถ้าสนใจ ผมอยากให้ลองกลับไปอ่านบทสัมภาษณ์นี้ดูกันนะครับ
          โดยส่วนตัว ผมอยากให้ช่วยกันรณรงค์เรื่องลิขสิทธิ์อย่างจริงๆ จังๆ ครับ อย่าง Tag in Thai เราสามารถพูดได้ว่าเราพยายามทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ใช้แต่ Opensource Software ทั้งระบบ แม้เต่เครื่องพัฒนายัง based on Linux Ubuntu เลยนะครับ ว่าแล้ว ใครแอบใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนโปรดเห็นใจคนทำซอฟต์แวร์ขายกันเถอะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซอฟต์แวร์จากบริษัทเล็กๆ เพราะยังมีหลายชีวิตที่รอการเลี้ยงดูจาก Software Developer ตาดำๆ อยู่ครับ

พี่วิลาส : น้องเมย์ : Tag in Thai

น้องเมย์ : โฮ เรื่องมันเป็นอย่างงี้นี่เอง ก็คิดว่าน่าจะครอบคลุมเรื่องราวต่างๆ ที่ทุกเว็บไซต์ให้สัมภาษณ์กันมาแล้วนะคะ แล้วพี่คิดว่าปีหน้าจะหมดมุขไหมคะ Tag เว็บโดน จะมีอะไรใหม่ๆ ให้ท่านผู้อ่านบ้างหรือเปล่า?

พี่วิลาส : มีแน่นอน ไม่มีหมดมุขหรอกครับ เพราะว่าเว็บไซต์แต่ละที่มีเนื้อหาสาระไม่เหมือนกัน ถึงจะขายของแบบเดียวกัน ก็ต้องมีจุดที่น่าสนใจแตกต่างกันบ้างหละ แต่ที่แน่ๆ ช่วง Tag เว็บโดน เราจะขยายจากการสัมภาษณ์ แต่เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซมาเป็นสัมภาษณ์ Blog เพิ่มด้วย เพราะผมเชื่อในความเป็นปัจเจกชนของ Blogger แต่ละคนว่าสามารถที่จะเป็นกลไกสำคัญ ในการผลักดันให้สังคมออนไลน์ของเราน่าอยู่ยิ่งๆ ขึ้นไปครับ สุดท้ายก็ต้องขอขอบคุณ ทีมงานทุกคนที่ช่วยกันมาจนถึงจุดนี้ ขอให้ทั้งทีมงานและท่านผู้อ่านมีความสุขตลอดปี 2551 ครับ

ความคิดเห็น

เรียงลำดับความคิดเห็น  (ล่าสุดมาก่อน , จากก่อนไปหลัง )
8

IP : 61.19.65.XX

โดยคุณ : mapandy

แจ้งลบ แจ้งลบ

Tag in thai ทำให้คนรู้จักบล็อกน้องนะโมมากขึ้นเยอะเลย ต้องขอขอบคุณมาก ๆ ครับ

เมื่อ : 13 ต.ค. 2551

7

IP : 203.185.131.XX

โดยคุณ : pixza

แจ้งลบ แจ้งลบ

อ้อ มันมีที่มาที่ไปอย่างนี้นี่เอง ไงขอบคุณ Tag in Thai นะครับ ไปสัมภาษณ์เว็บไหน เว็บนั้นดังหมดเลย

เมื่อ : 30 เม.ย 2551

6

IP : 203.148.174.XX

โดยคุณ : 1

แจ้งลบ แจ้งลบ

Happy New Year ครับ

เมื่อ : 2 ม.ค. 2551

5

IP : 203.144.187.XX

โดยคุณ : TheInk

แจ้งลบ แจ้งลบ

สวัสดีปีใหม่ครับทุกคน ขอให้วันหยุดยาวนี้ได้พักผ่อนกันให้เยอะๆ แล้วไว้ลุยงานกันใหม่ปีหน้านะครับ

เมื่อ : 30 ธ.ค. 2550

4

IP : 124.120.63.XX

โดยคุณ : link

แจ้งลบ แจ้งลบ

happy new year

เมื่อ : 29 ธ.ค. 2550

3

IP : 124.157.190.XX

โดยคุณ : เดย์

แจ้งลบ แจ้งลบ

อิอิ แอบสัมภาษณ์ตัวเองเฉยเลยนะครับ คุณดิง 7 คนด้านล่างนี้ ทีมงานใช่เปล่าครับ เอ้อ... สวัสดีปีใหม่ครับผม

เมื่อ : 28 ธ.ค. 2550

2

IP : 124.120.152.XX

โดยคุณ : MiHaRu

แจ้งลบ แจ้งลบ

สวัสดีปีใหม่ Tag.in.th นะค่ะ เป็นสื่อกลางของหลายๆเว็บเลยนะเนี่ย ยอดเยี่ยม

เมื่อ : 28 ธ.ค. 2550

1

IP : 203.185.131.XX

โดยคุณ : KamiZ

แจ้งลบ แจ้งลบ

สวัสดีปีใหม่ครับ

เมื่อ : 28 ธ.ค. 2550

  แสดงความคิดเห็น

D91c0a11a3258a8b78ad8bcc77760a88e9441a65

ใส่ Code ก่อนน่ะ

...Loadding

 

Copyright © 2007 WoNe' Co.,Ltd. - หน้าแรก - เงื่อนไขการใช้งาน - ติดต่อโฆษณา - เกี่ยวกับ Tag in Thai - เพิ่มเว็บไซต์