








สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.พลังงาน กล่าวถึงการขาดแคลนก๊าซแอลพีจีในปั๊มก๊าซรถยนต์ว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายงานว่าจัดส่งก๊าซให้กับผู้ค้ามาตรา 7 ในระดับปกติ แต่การขาดแคลนที่เกิดขึ้นอาจเกิดหลายสาเหตุ ทั้งลักลอบไปขายตามชายแดน การปฏิเสธการขายของปั๊ม แต่ยืนยันว่ากระทรวงไม่มีนโยบายที่จะทำให้แอลพีจีในปั๊มขาดแคลนหรือจำกัดการขาย ซึ่งปตท.แก้ปัญหาเรื่องการจัดส่งที่ขัดข้องแล้วเสร็จไปตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายนแล้ว และส่งแอลพีจีไปยังทุกปั๊มแล้ว ทางปตท.ยืนยันว่าไม่ได้กักตุนก๊าซ
ทั้งนี้ พล.ท.หญิงพูนภิรมย์กล่าวถึงการปรับขึ้นราคาแอลพีจีเป็น 2 ราคา คือ ราคาในภาคครัวเรือน และราคาขนส่ง - ภาคอุตสาหกรรมว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาซึ่งจะยังไม่ขึ้นราคาวันที่ 1 กรกฎาคมแน่นอน จะรอให้มีความพร้อมของก๊าซธรรมชาติในรถยนต์ (เอ็นจีวี) ก่อน ซึ่งขณะนี้พร้อมในระดับหนึ่งแล้ว
อย่างไรก็ตาม พล.ท.หญิงพูนภิรมย์กล่าวต่อว่า กระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์ ร่วมดูแลปริมาณแอลพีจีมาตลอด หากผู้บริโภคถูกปฏิเสธการขาย ขอให้แจ้งกรมการค้าภายใน มีโทษทั้งปรับและจำคุกไม่เกิน 7 ปี ซึ่งหากแยก 2 ราคา กระทรวงมีนโยบายรองรับความปลอดภัย ป้องกันการนำก๊าซหุงต้มในครัวเรือนไปใช้ในรถยนต์
"ปัจจุบันรถยนต์หันมาเติมก๊าซแอลพีจีมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบน้ำมันแพง แต่ขอเชิญชวนให้มาใช้เอ็นจีวีเป็นทางเลือก เพราะดีกว่าทั้งแง่ความปลอดภัยและการประหยัด ขณะที่ปตท.เพิ่มปั๊มและปริมาณจำหน่ายเอ็นจีวีให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ โดยก๊าซเอ็นจีวี 1 ก.ก. ราคาปัจจุบัน 8.50 บาท ต้นทุนการใช้ในรถยนต์อยู่ที่ 0.56 บาท/ก.ก. ขณะที่ราคาแอลพีจี 18.13 บาท/ก.ก. ต้นทุนใช้อยู่ที่ 1 บาท/ก.ก. และนโยบายชัดเจนว่าจะมีการปรับราคาแอลพีจีภาครถ ยนต์ ซึ่งราคาจะสูงกว่านี้แน่นอน สำหรับเอ็นจีวีปีหน้าราคาจะปรับไม่เกิน 12 บาท/ก.ก. ต้นทุนจะไม่เกิน 0.86 บาท/ก.ม." พล.ท.หญิงพูนภิรมย์กล่าว
ด้าน น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และรมว. คลังกล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ได้รับรายงานจากกรมการค้าภายในและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เกิดจากปัญหาการขนส่งก๊าซแอลพีจีจากต่างประเทศนำเข้ามาประเทศไทย หากแก้ปัญหาการสะดุดดังกล่าวได้ จะแก้ปัญหาการขาดแคลนในช่วงนี้ได้ ยืนยันว่าไม่ใช่การกักตุนสินค้าอย่างที่เข้าใจกัน ส่วนการประกาศลอยตัวราคาก๊าซจะเป็นวันไหนขึ้นกับกระทรวงพลังงาน แต่เป็นเดือนกรกฎาคมนี้แน่นอน โดยการขึ้นราคาจะต้องเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป แต่ก็ต้องขึ้นกับคณะกรรมการนโยบายพลังงานเป็นสำคัญ

ขณะที่ นายไพโรจน์ สัญญะเดชากุล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการลักลอบนำเข้าถังก๊าซหุงต้ม สำหรับติดตั้งในรถยนต์จากต่างประเทศมาจำหน่ายในไทยราคาถูก เพื่อดึงดูดให้อู่ติดตั้งหรือผู้ใช้รถยนต์หันมาใช้ในช่วงที่ถังมีราคาแพง ดังนั้นอยากเตือนประชาชน และอู่ติดตั้งให้พิจารณาการใช้ถังก๊าซหุงต้มอย่างรอบคอบ โดยเน้นที่ได้รับเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพราะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่ำ ที่สำคัญจะมีผู้รับผิดชอบชัดเจนกรณีเกิดปัญหาในภายหลัง เบื้องต้นยังไม่มีผู้ใช้รถยนต์มาร้องเรียนเกี่ยวกับถังก๊าซหุงต้มที่ไม่มีคุณภาพ แต่จะร้องเรียนเรื่องระบบการติดตั้งของอู่ที่ไม่มีคุณภาพ
ทั้งนี้ ยอมรับว่ากฎหมาย สมอ.ไม่สามารถเอาผิดกับอู่ติดตั้งได้ เพราะมีหน้าที่ดูแลคุณภาพเฉพาะตัวถัง ส่วนอู่ติดตั้งจะควบคุมโดยกรมการขนส่งทางบก แต่ทั้ง 2 หน่วยงาน ก็ได้ประสานงานการคุ้มครองผู้บริโภคควบคู่กัน ขณะเดียวกัน สมอ. เตรียมออกประกาศมาตรฐานของการใช้ถังก๊าซเอ็นจีวีสำหรับรถยนต์ หลังจากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมอย่างชัดเจน พร้อมทั้งออกคู่มือเกี่ยวกับ การใช้เครื่องเอ็นจีวีที่ปลอดภัยให้ผู้บริโภคและอู่ติดตั้งด้วย ขณะเดียวกัน สมอ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบคุณภาพถังแอลพีจีตามร้านจำหน่าย อู่ติดตั้ง และโรงงานผู้ผลิต เพื่อนำตัวอย่างมาทดสอบมาตรฐาน โดยเฉพาะผู้ผลิตต้องตรวจสอบอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง
"ปัจจุบัน สมอ.ควบคุมมาตรฐานถังก๊าซหุงต้ม ในรถยนต์เพียงอย่างเดียวเพราะมีการนำมาใช้ในประเทศไทยนานแล้ว ส่วนตัวถังก๊าซหุงต้มที่ลักลอบส่วนใหญ่จะถูกเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรจับกุมได้ตามชายแดน ซึ่งบางถังไม่มีมาตรฐาน ที่สำคัญราคาถูกและไม่ได้บอกสถานที่ผลิต" นายไพโรจน์ กล่าว
ข้อมูลจาก









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
















|