เมื่อวาน เราไปเรียนสังคมที่อาคารวรรณสรณ์ หรือชื่อเล่นที่รู้จักกันดีว่าอุ๊แลนด์นั่นเอง
เราเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นสิบ แล้วก็เจอกับสิ่งที่ทำให้อึ้งอยู่นิดๆ
คือเราเจอเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงเดินขึ้นบันไดเลื่อนมากับผู้หญิงคนนึงที่ดูจะเป็นผู้ปกครอง
ดูจากรูปร่างภายนอกเราไม่รู้หรอกว่าเรียนอยู่ชั้นไหน แต่เธอตัวเล็กมาก ให้เดาก็คงไม่เกินม.หนึ่งอ่ะ
ผู้หญิงคนนั้นถามเด็กว่าวันนี้จะไปเรียนอะไรบ้าง
เธอตอบกลับไปว่า "เรียนเคมีอาจารย์อุ๊ เรียนฟิสิกส์ที่(ฟังไม่ทัน) แล้วก็เรียนชีวะค่ะ"

โอเค๊~ ไม่ค่อยเท่าไหร่ เพราะสมัยนี้โรงเรียนกวดวิชาเริ่มขยายเนื้อหาไปสอนเด็กม.ต้นด้วยแล้ว
แต่ก็แอบคิดถึงตัวเองสมัยม.ต้นไม่ได้ ไม่เคยเรียนพิเศษอะไรเลย เรียนแต่เปียโนกับภาษาจีน
สมัยนั้นที่เห็นเพื่อนเรียนก็จะเรียนเลข เรียน"วิทยาศาสตร์" อะไรประมาณนี้
(ไม่เคยได้ยินเพื่อนคนไหนบอกเลยว่าไปเรียนฟิสิกส์ ไปเรียนเคมี (= =))

ขากลับ เดินลงบันไดเลื่อน ทีนี้เราเจอเด็กผู้ชายตัวเท่าเด็กผู้หญิงที่เจอตอนเช้าเลย
เดาอายุเด็กผู้ชายไม่ถูกหรอกนะ แต่เทียบกับน้องชายตัวเองแล้วคิดว่าไม่น่าจะม.หนึ่งเหมือนกัน
(คิดว่าเด็กกว่านั้นซะด้วยซ้ำ รูปร่างยังกะเด็กประถมแน่ะ ตัวเล็กมากกกกกกก)
เด็กคนนี้เดินมากับผู้ปกครองอีกเหมือนกัน ผู้ปกครองก็ถามเด็กว่าวันนี้เรียนอะไรไปบ้าง
เด็กคนนี้ก็ตอบว่า "เรียนเคมีม.สี่เทอมหนึ่งคับ"

โอ๊วววววว~ อีฝ้ายช็อกค่ะ เด็กตัวกะเปี๊ยกแค่นี้มาเรียนเคมีม.สี่!!!
(หรือสมัยนี้มันไม่แปลกแล้วรึไงนะ??)
แล้วก็ได้ยินเขาคุยๆกันต่อ เด็กก็บอกว่าเรียนไม่รู้เรื่องเลย มีแต่ให้ทำโจทย์ๆ แล้วก็ไม่อธิบาย

น้องเอ๋ย ไม่ใช่อาจารย์ไม่อธิบายค่ะ แต่ความคิดน้องมันยังไม่พร้อมที่จะคิดวิเคราะห์วิชาเคมีได้ต่างหาก!
ใครที่เคยเรียนคอร์สม.สี่เทอมหนึ่งของอาจารย์อุ๊คงพอจำได้
มันเป็นเรื่องทฤษฏีเกี่ยวกับอะตอม+ตารางธาตุ อาจารย์อุ๊ก็ให้ทำโจทย์แหลกเพื่อปูพื้นฐานให้แน่น
ตอนที่เราอยู่ม.สี่แล้วมาเรียนเรื่องนี้ เรายังคิดว่าการเริ่มต้นเรียนเคมีมันยากเลย
แล้วจะไปอะไรกับเด็กม.ต้น(รึเปล่าก็ไม่รู้)ล่ะ??

การเรียนล่วงหน้ามันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยนะ
เพียงแต่เราคิดว่า เรียนล่วงหน้ากันเป็นปีๆหลายปีแบบนี้ มันมีประโยชน์อะไรกับเด็กเหรอ??

การศึกษามันควรจะมีเป็นระบบขั้นตอน ค่อยๆฝึกให้เด็กทำความเข้าใจกับศาสตร์นั้นไปเรื่อยๆ
อย่างวิชาศิลปะ เด็กประถมก็จะนั่งวาดรูปทรงง่ายๆไป พอขึ้นมามัธยมค่อยเรียนรู้เรื่ององค์ประกอบ
เราคงไม่สามารถเร่งรัดให้เด็กประถมวาดรูปสีน้ำมันออกมาสวยได้ไม่ว่าจะเรียนอัดแค่ไหนก็ตาม
เพราะว่าเด็กยังไม่สามารถคิดอะไรให้ออกมา"ศิลป์"อย่างผู้ใหญ่ได้

ศาสตร์อย่างวิชาวิทยาศาสตร์ก็เหมือนกัน
โอเค เด็กอาจจะไปเรียนพิเศษข้างนอกมาจนจบเนื้อหาม.ต้นตั้งแต่ป.หกแล้วก็ได้
แต่ปกติแล้วความคิดหรือประสบการณ์ของเด็กป.หกมันสู้ของเด็กม.ปลายไม่ได้หรอก
การจินตนาการภาพหรือการวิเคราะห์มันก็ย่อมด้อยกว่า
เราไม่คิดหรอกนะว่าเด็กคนนั้นจะเข้าใจวิทยาศาสตร์ถ่องแท้ทั้งหมด
ในเมื่อเขาต้องเรียนวิชาที่โรงเรียนไปด้วย และเรียนพิเศษแบบอัดความรู้เข้าไปในสมองขนาดนั้น
เวลาที่ควรจะได้พักผ่อนสมอง ทำกิจกรรม ทบทวนบทเรียนที่โรงเรียน ก็กลายว่าต้องไปเรียนตลอด
แบบนี้มันดีกับเด็กจริงๆเหรอ?? เป็นการปูพื้นฐานวางอนาคตให้เด็กจริงๆเหรอ??
เด็กที่เรียนฟิสิกส์เคมีชีวะตั้งแต่ม.ต้น เขารู้ตัวเองแล้วเหรอว่าอยากเรียนสายอะไร??

หรือเด็กสมัยนี้อาจจะวิวัฒนาการ เข้าใจไฟฟ้าแม่เหล็กตั้งแต่ประถมก็ได้เนอะ (บังเอิญว่าชั้นมันโง่น่ะ)

สรุปแล้วเราสงสัยเหลือเกิน ว่าการยัดวิชาเข้าไปในสมองเด็ก ให้เด็กเรียนล่วงหน้ามากมายขนาดนั้น
เพื่ออะไรกันแน่??

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไม่รุ้ซิ 555
จบสายวิทยมา เรียนศิลปกรรม

อยากให้เด็ก รู้ทุกอย่าง

มั้ง(แต่ทำไม่ได้ซักอย่าง)

#1 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-06-08 19:01

อาศัยทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิ
นั่นสิ เด็กๆมันต้องค่อยเป็นค่อยไปไม่ใช่ไปบังคับให้รีบเรียน
ยังกับผู้ใหญ่คิดว่า "ถ้าเรียนตอนนี้จะทำให้ลูกตัวเองฉลาด"
ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด มันสมองของเด็กมันยังมีไม่มากพอที่จะเข้าใจ
สัจธรรมของวิทยาศาสตร์ได้ อย่าว่าแต่เด็กเลย ขนาดเราถึง
วัยเรียนแล้วยังแทบจะไม่รู้เรื่องเลยครับ

เห็นด้วยทุกประการ คนเราควรให้โอกาสเด็กเลือกมั่ง ไม่ใช่ไปบังคับให้เขาเรียน

#3 By Nut_kun on 2008-06-08 19:07

นั่นน่ะสิ เพื่ออะไรกันแน่???

พยายามยัดกันเข้าไป ยัดๆๆๆ

ให้ดาว Hot! แอบอยากให้ผู้ใหญ่มาเห็นเหมือนกันนะ

#4 By Prince Ame on 2008-06-08 19:08

อ่านแล้วก็รู้สึกตกใจเลยนะเนี่ย

-_-;; อัดเรียนตั้งแต่เด็กแบบนี้ไปแล้ว มันจะได้ผลตามที่ต้องการแน่ๆ เหรอ??? บอกตรงๆ ว่าตอนที่เพิ่งเปิดเทอม ม 4 หมาดๆ ก็ลงเรียน อ อุ๊เหมือนกัน ตอนนนั้นนี่แบบว่าเครียดมาก เรียนไม่รู้เรื่องเลย ตารางธาตุก็ยังท่องไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับเด็ก ม 1 ล่ะ อัดเรียนตั้งแต่ตอนนี้มันจะได้อะไรขึ้นมาเนี่ย?? เครียดซะเปล่าๆ

#5 By ดุกดุ๋ย on 2008-06-08 19:20

แบบนี้ เรียนปัยเพื่อไรเนี่ย???

เรียนเพื่อให้ดั้ยงานดีๆ รึ เรียนเพื่ออนาคตดีๆ

เค้ากัวกลายจาเปง ความรุ้ท่วมหัวเอาตัวมิรอดอ่า

- -*

สังคมไทยมันเปงแบบนี้ปัยเระเหรอเนี่ย

P.S. มีแต่I.Q. แต่ E.Q ต่ำก็แย่น่อ

อ่านเระเหนื่อยจัยตามเรยsad smile

#6 By Λένα Καλιγάρης on 2008-06-08 20:08

เพื่อความสบายใจของผู้ปกครองไง
ผูู้ปกครองที่ไม่เคยเข้าใจผู้ใต้ปกครอง
ผู้ปกครองที่เห็นแก่ตน
ผู้ใต้ปกครองจึงต้องรับกรรมไป
ความจริงสมัยเมสเรียนก็เจอ

#7 By เมศ งับ งับ on 2008-06-08 21:16

เอ่อ อัดกันแต่เด็กแต่เล็กเลย *ปาดเหงื่อ*
น่ากลัวแหะ =_="

เดี๋ยวเด็กก็บ้าไปก่อนหรอก

#8 By 「nA✿mae」 on 2008-06-08 21:26

..คิดแบบนี้อยู่เหมือนกัน ไม่คิดว่ามันจะมีขนาดนี้นะเนี่ย ฮ่าๆๆ
แค่เห็นเด็กมัธยมเรียนพิเศษกันก็มึนแล้ว
เรียนเยอะมากเลย sad smile
ตามเด็กสมัยนี้ไม่ทัน
...คงคิดว่า ยิ่งเรียนเยอะยิ่งเก่งกว่าคนอื่น หรือไม่ก็แบบ จะได้มีทางเลือกหลายๆทางล่ะมั๊ง..
..เดี๋ยวนี้แค่จะขึ้นชั้นประถม ยังมีกวดวิชาเลย ..
...เด็กๆนี่เหนื่อยกันมั๊ยนะ หรือบ้าเรียนกันหมด ฮะๆๆ

#9 By :nakare: on 2008-06-08 22:58

เด็กแบบนี้เราก็เจอบ่อย

แต่สำหรับเด็กบางคนที่หัวดีมากๆเราว่าโอเคอ่ะ
เราเคยเจอเด็กที่เค้าเรียนเก่งแล้วอยากเรียนด้วยตัวเองจริงๆ แถมยังรู้เรื่องด้วย (ม.1เรียน ม.4 งี้แหละ)
แต่มันก็เป็นแค่ส่วนน้อยอ่ะ
เราว่าผู้ใหญ่บางคนคิดอะไรตื้นๆไป ไม่ก็มีมุมมองแปลกๆ พยายามเอาลูกตัวเองไปเลียนแบบเด็กอัจฉริยะ ทั้งๆที่วิธีนี้มันก็ใช้ไม่ได้เลย

เราก็เห็นด้วยนะ มันดูเหมือนปิดโอกาสไม่ให้เด็กได้ลอง ได้คิด ได้ค้นพบตัวเองว่าชอบอะไร ทำอะไรด้วยซ้า

#10 By AY-jin [ไอ-จินท์] on 2008-06-09 00:01

ยัดเยียดใส่หัวเด็กมากกว่านะ

เราไม่เห็นคนเก่งๆไทยมันจะมาพัฒนาประเทศเลย

น่าจะสอนให้สร้างสรรค์และความดีมากกว่า



#11 By ~ t i m o ~ on 2008-06-09 11:50

บางที คงเพราะพ่อแม่ไม่มีเวลามานั่งสอนลูกเพิ่มด้วยตัวเองละมั้งคะ เอาเด็กไปส่ง แล้วตัวเองก็จะได้ไปทำอย่างอื่น ประกอบกับคิด(ไปเอง)ว่าการส่งลูกไปเรียนพิเศษของชั้นสูงๆเนี่ย มันช่างเท่ (และทำให้ดูว่าลูกชั้นเก่ง) เสียนี่กระไร

(อนุมานเอาจากที่เคยได้ยินผู้ปกครองนั่งคุยกันถึงพัฒนาการของลูกๆ)

อันที่จริง เด็กม.ต้นแบบนั้นไม่จำเป็นต้องไปเรียนของชั้นม.ปลายเลยแหละ ถ้าผู้ปกครองที่บ้านดูแลเป็น เพราะมันเป็นช่วงของการพัฒนาสมอง นั่งคุยกัน ถกปัญหากันให้เด็กมันได้ลองคิดต่อยอดซะมากกว่า ไม่ก็ลากไปเล่นดนตรี กีฬา ศิลปะโน่นเลย

แต่เพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่ดั็นเป็นซะอย่างนี้ เด็กไทยส่วนใหญ่ก็เลยคิดเองไม่ค่อยเป็นไงคะ โดยเฉพาะคิดอย่างมีเหตุผล sad smile

#12 By vendetta on 2008-06-09 13:01

โห เค้าเรียนกันถงึขั้นนั้นเลยหรอ
ถ้าเกิดเรียนเคมี ม.4 ตั้งแต่ ม.1 แล้วดันไปเข้าสายศิลป์นี่จบกันเลยทีเดียว.....

เราว่าการกวดวิชาที่มากเกินไปนี่มันทำร้ายเด็กแล้วยังเปลืองตังค์พ่อแม่อีกตะหาก sad smile
เวลาเห็นเด็กเดินเข้าอุ๊แลนด์เยอะๆแล้วหวาดๆเหมือนกันนะ เพราะเราไม่ได้เรียนพิเศษเลย = ='
แต่คิดๆดู ใช่ว่าสอบแล้วเราจะสู้ไม่ได้ซะหน่อย
บางคนเรียนแทบจะทุกที่ทุกคอร์สแล้วก็ไม่เห็นจะได้อะไร ฮ่วย

รู้สึกว่าตัวเองโชคดีจังแฮะที่พ่อแม่ไม่บังคับให้เรียนกวดวิชา
(หรือคงเพราะไม่ใชคนกรุงเทพฯด้วยมั้ง เกี่ยวมั้ยหว่า =w=')

#13 By ::Materia Hunter::^^ on 2008-06-09 18:13

เฮ้ยตูยังมีรุ่นน้องคนนึงเรียนคอร์สอุ๊จบทั้งคอร์สตั้งแต่ ม.3 เลยsad smile
แต่ที่จริงอยู่ม.ต้นก็ปล่อยไปวิ่งเล่นดีกว่านะ(เพราะตูเป็นงั้น)(ฮา)
เรารู้สึกว่าเรียนพิเศษแล้วมันก็ไม่ได้"แก่น"ของไอ้ที่ควรจะรู้หรอก(สังเกตจากค่าย เรียนในโรงเรียนนี่จิ๊บๆไปเลยsad smile )
บางทีก็สอนยากจนเด็กงง แล้วก็เกลียดวิชานั้นไปเลย พถึงวัยที่พอจะเรียนได้ แต่ใจมันไม่รับแล้ว มันก็เรียนไม่รู้เรื่องอยู่ดี(เช่นไฟฟ้าทั้งเรื่องของตู )

Hot!

#14 By TeChNiKoS[9.9796] on 2008-06-09 18:33

เฮ้อ....สงสารเด้กค่ะ ยังอยู่ในวัยที่มีจิตนาการและมีสิ่งอื่นให้สนใจเยอะแยะ...
การเรียนก็สำคัญนะแต่เราว่ามันไม่ใช่ทุกอย่างsad smile sad smile sad smile Hot! Hot! Hot!

#15 By (^_^)/nana on 2008-06-09 23:45

ยัดเยียดกันแบบนี้น่าสงสารเด็กแฮะ sad smile Hot!

#16 By SkyKiD on 2008-06-09 23:53

ยังดีที่กำหนดชีวิตเองได้หน่อยๆ เลยปลีกวิเวกมาจากการเรียนที่กดดันเรียบร้อยแล้ว -..-

#17 By หมีขั้วโลก™ on 2008-06-10 01:00

เพื่อ 2 อย่าง

1.เตรียม หรือ รร มีชื่อ

2. เอนท์ติด

สรุป ประเทศเรา เน้น IQ มากกว่า EQ

ปกติแล้วปรเทศอื่นเขาจะคัดคนเข้ามหาลัยจาก

1. เกรด
2. จดหมายแนะนำตัว
3. ข้อสอบวิชาอื่นภาคต่างๆหรือวิชาเฉพาะ

#18 By KC_CRUSH on 2008-06-10 01:46

Hot! ขออนุญาตแสดงความเห็นนิดนึงนะครับ

ส่วนตัวแล้ว ปัจจุบันศึกษาอยู่ในออสเตรเลียหน่ะครับ ซึ่ง การเรียนการสอนในออสเตรเลียนี้ ง่ายกว่า ป ตรี ของเราอีกอ่ะครับ

เลยมีคำถามขึ้นมาครับว่า ในเมื่อขณะจบมาใหม่ๆ วิศวกรไทยเก่งกว่า แล้วทำไม ระยะยาว วิศวกรฝรั่งเก่งกว่า

คำตอบคือ เขาพยายามปูพื้นฐานกระบวนการการคิด การค้นคว้าหน่ะครับ ความจริงแล้ว ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องนี้ ในคราวหน้า (ผมเพิ่งหัดเขียนบล็อกอ่ะครบ) แต่

ถ้าคุณเข้าวิกิพีเดีย แล้วดูหัวข้อถามตอบ จะเห็นปรากฎการอย่างหนึ่งครับ คือ ไม่ทำ ไม่คิด ไม่ค้นเอง ให้คนอื่นหาให้ ยืมจมูกคนอื่นหายใจ

เราสอนอะไรให้เยาวชนกันเหรอครับ ทำคะแนนดีๆวันนี้ เพื่อให้เขาเหยียบในวันหน้า เหรอครับ

(ป.ล. ขอยืมบล็อกคุณเป็นอ้างอิงหนหน้านะครับผม)

#19 By Brandy Frisky on 2008-06-10 01:47

ต้องถามว่า
ส่งเด็กไปเรียนทำไม ?
ทำไมต้องเรียน ?
เรียนแล้วไปไหน ?
จะให้เรียนมากมายเพื่ออะไร ?
และ...
ตัวเด็กเอง อยากเรียนอะไร ?
เด็ก ไม่สามารถคิดถึงอนาคตเองได้
เด็ก จึงเลือกที่จะเป็นไม่ได้
กว่าจะเห็นทางที่ตัวเองอยากเดิน
บางครั้ง มันก็สายไปแล้ว
คนเป็นพ่อแม่ ควรจะถามลูกบ้างดีไหม ?

#20 By นิเกะ on 2008-06-10 01:51

"เด็กยังไม่สามารถคิดอะไรให้ออกมา"ศิลป์"อย่างผู้ใหญ่ได้ "

ประโยคนี้ขอเถียงครับ เด็กมีวามคิดสร้างสรรค์กว่าผู้ใหญ่เยอะครับ เพราะยิงโต ผู้ใหญ่กลับสร้างกรอบความคิดอคบลงๆ
สงสัยอยากให้ลูกเป็นนายก = ="?

#22 By Cotton on 2008-06-10 05:50

ท่าทางบางคนคงจะลืมภาษิตเกาๆที่ว่า "ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอดกันแล้วละมั๊ง"

#23 By LONGA on 2008-06-10 06:10

ไว้เป็นพื้นฐาน ให้พื้นอัดแน่นๆก่อนแล้วค่อยต่อยอดกระมังครับ... เพราะที่สอนไปน่ะ รับได้ 60% ติดตัวไปตลอดชีวิตก็สุดยอดแล้ว

#24 By on 2008-06-10 10:12

wink สิ่งที่ควรทำตอนอายุขนาดนั้น มันควรเป็นการหาความชอบ (+ เป้าหมายชีวิต) ของเด็กๆมากกว่านะ

ตอนผมจบม.ต้นผมเลือกต่อ ปวช. (ดุมาก) ตอนนี้ก็เรียนสายคอมที่ตัวเองชอบ มีความสุขมากๆ

(จำได้ว่าเกือบตกเคมี ฮ่าๆๆ)

(พอดีคนข้างตัวเค้าจะเรียนจบแล้วยังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบอะไร อยากทำงานอะไร และที่สำคัญไอ้ที่เรียนอยู่เธอก็ไม่ชอบ)

#25 By เสี่ยแนน on 2008-06-10 11:30

วันนี้อยู่บ้าน 55 แอบมาเปิดอ่าน แต่อ่านแค่คร่าวๆนะ เพราะยังแอบมึนอยู่เลย

อ่านไปแล้วก็เฮ้อ สังคมไทย -*- การศึกษาไทย

ไม่รู้จะพิมพ์อะไรดี เพราะเรื่องนี้พวกเราก็เคยนั่งบ่นกันตั้งเยอะแล้ว sad smile

#26 By vinn* on 2008-06-10 11:51

แต่ละคนมันก็ไม่เหมือนกันล่ะครับ ถ้าใครเค้ามีศักยภาพที่จะเรียนรู้ได้เกินวัยก็ควรผลักเค้าไปจริงๆ แต่ปัญหาคือส่วนใหญ่มันไม่ใช่นี่ล่ะสิ sad smile

#27 By nora on 2008-06-10 12:37

คิดนอกเรื่อง เด็กอาจจะแค่ตัวเล็กจริงๆแต่อยู่ ม.4 แล้ว มาเรียนพิเศษเฉยๆก็ได้ question

#28 By Omega-Melon on 2008-06-10 12:41

เด็กมีความใฝ่รู้ล่วงหน้ามันก็ดีแล้วนิครับ....
สิ่งที่ควรปรับคือมาตรฐานโรงเรียน โดยเฉพาะ รร. คุณหนู กับบ รร.วัด
แค่สิ่งที่สอนก็ต่างกันแล้ว

อีกอย่างนึง ถ้าที่เด็กเค้าเรียนเป็นสิ่งที่เค้าเลือกมันก็ดี
แต่รู้สึกว่าพ่อแม่จะติดความคิดลูกจ้างฝังหัวให้เด็กเหมือนกันนะ
เรียนสูงๆ จบมาได้งานดีๆมั่นคงทำ เรียนรู้ระบบเค้า แล้วออกมาเปิดเอง...

ถ้าเสต็ปเหล่านั้นทำได้ รถไฟฟ้าคนมันไม่เยอะขนาดนี้หรอกครับ...
ถ้าเด็กสนุกก็แล้วไปครับ
สอนน้อยๆ เนื้อหาไม่มาก เน้นเข้าใจ + สนุก
วิทยาศาสตร์ก็จะเป็นวิชาที่น่าเรียนมากครับ

#30 By Wisor on 2008-06-10 15:16

โอ้ บร๊ะเจ้า เดี๋ยวนี้่เขาเรียนพิเศษกันแบบนี้เหรอนี่sad smile

#31 By คนธรรมดา on 2008-06-10 16:48

ขอนอกเรื่องนิดนึง

เคยดู "ถ้าคุณแน่ อย่าแพ้ ป.4"

ที่มีคำถามเกี่ยวกับกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน

ไอ้เราก็ตกตกใจ เพราะ

กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน เราเรียนเรื่องนี้ตอน

ประมาณม.3 นิ

เลยรู้สึกว่า

เดี๋ยวนี้เด็กเรียนอะไรยากเกินตัวเขาไปกว่า

รุ่นเราเสียอีก

#32 By คนบ้า on 2008-06-10 16:56

จะเรียนอะไรกันมากมาย

#33 By pangtode on 2008-06-10 19:27

จะรีบเรียนล่วงหน้าทำไม เดี๋ยวก็ลืม

ยัดเยียด เดี๋ยวกลายเป็นบ้า

#34 By เฟเน่จัง© on 2008-06-10 19:32

ไม่เข้าใจเหมือนกันนะ เดวนี่เค้าอยากให้เด็กไทยเราเก่งเกินตัวรึไงกัน

ทีละขั้นตอนก็ได้ครับ อายุก็ยังไม่มาก ยัดความรู้เปล่าๆ

เด็กเคลียดตายพอดี sad smile

#35 By [Blog]-`Nutty.,* on 2008-06-10 20:14

เดี๋ยวนี้การเรียนพิเศษ
ของเด็กมันกลายเป็นค่านิยมไปแล้วค่ะ
เราเองก็เคยเรียน ตอนอยู่ม.ปลายนะ
แต่พออยู่มหาวิทยาลัยแล้ว
ก็เหมือนต้องเริ่มต้นใหม่อยู่ดี
เพราะที่เรียนมาตอนเรียนพิเศษนะ
มันใช้แค่สอบให้ติด

#36 By ~memay~ on 2008-06-10 21:09

อ่านแล้วเศร้า.. มีน้องชายอยู่ป.สอง เรียนพิเศสเป็นบ้าเป็นหลัง... น่าสงสารสุดใจ

#37 By ongki on 2008-06-10 21:40

อ่ะ เคยได้ยินมาเหมือนกันค่ะ
บางทีเขาสอนกันอย่างนี้จริงๆ
เขาเรียกเด็กพวกนี้ว่า กิปเต็ท ๆ มาจากอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน
แต่ โอ้ว~ พระเจ้า พวกมันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ค่ะ! เรียน ๆ ตั้งแต่ประถม สงสัยกะจะเอาโอลิมปิก
เจริญชาติไทย ยิ่งมีข่าวนักศึกษาโดดตึกตายเพราะกลัวไม่ได้เกียรตินิยมออกมาอยู่ sad smile

ชีวิตมันไม่ได้มีแค่นนนนนนนนนี้

#38 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-06-10 22:12

เดี๋ยวก็ออกมาเหมือนสัคมญี่ปุ่นหรอก กดดันกันมากๆ คนมันจะบ้าเอา
แต่ตอนนี้ก็ถือว่าพ่อแม่เด็กมันบ้าไปแล้วววว คิดอะไรอยู่
วัยเด็กมันมีจำกัดนะ โปรดให้เด็กได้มีวัยเด็กอย่างที่ควรจะมีเหอะHot!

#39 By zoo on 2008-06-10 23:08

(หรือสมัยนี้มันไม่แปลกแล้วรึไงนะ??)

ไม่แปลก

นานารู้สึกว่าการเรียนพิเศษเยอะๆเป็นเรื่องปกติมากๆ
อาจจะดีด้วยซ้ำสำหรับคนที่เรียนเก่งอยู่แล้วและมีเป้าหมายเป็นคณะที่ใช้คะแนนสูงๆ เช่นแพทย์ ทันตะ

แต่คงไม่ดีกับการเรียนรู้แบบมักง่ายอย่างไร้จุดหมาย
สักแต่ว่าทำคะแนน แต่ไม่รู้ว่าชอบอะไร

(เรียนพิเศษ คำนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นกับนานา .....เพราะขี้เีกียจ

แต่นานาว่าเอาเวลามาวิ่งเล่นดีกว่าเยอะเลย ฮ่าๆ
)

-----------------
เพราะว่าเด็กยังไม่สามารถคิดอะไรให้ออกมา"ศิลป์"อย่างผู้ใหญ่ได้
(ยกมือค้าน)
นานาว่าเด็กไอเดียบรรเจิดกว่านาsad smile

#40 By นานาาา on 2008-06-10 23:27

ไม่แปลกฮะ
เด็กยืนยัน
มีเยอะแยะอ่ะ

แบบมีเด็กม.หนึ่ง ม.สองมาเรียนเคมีคอร์สเอ็นทรานซ์กับผมด้วยล่ะ -*-

แล้วสมัยผมอยู่ป.6ก็มีแตะๆเลขของม.3 แล้วนะ
จากตัวอย่างข้างบนจะไม่แปลกใจเลยถ้ามันเปลี่ยนจากแตะๆ ไปเป็นเรียนฟูลออฟชั่นsad smile


สังคมไทย... เหอะ มันก็งี้แหละ
เรียนให้รู้ แต่ไม่ได้เรียนให้คิด

#41 By [ Sai ];charot on 2008-06-11 00:09

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

เป็นเทศเราไม่เห็นจะใส่ใจกับการศึกษาจริงจังเลยครับ

มีแต่ยัดๆๆๆๆเข้าไป sad smile

สังเกตุเงินเดือนครู ไม่ถึงหมื่น
คนเก่งๆจะอยากเ็ป็นครูมั้ยน้ะ(ไม่รวมครูสอนพิเศษ)

เวลานักการเมืองหาเสียง
ไม่เห็นพูดเรื่องการศึกษาเลยยยยยยยย embarrassed

เป็นแต่ยัด............

คนไทยจบปริญญาเยอะมาาาาาาก
%เยอะกว่าประเทศที่เจริญแล้วบางประเทศอีก
แต่ไม่เห็นจะทำงานตรงสายซักเท่าไหร่เลย
angry smile

#42 By H i r o k i _ S a r u  on 2008-06-11 00:22

เรียน จบ ประวัติศาสตร์รัฐศาสตร์จากอังกฤษ ไม่ได้เรียนเพราะดังหรืออะไรแต่เรียนเพราะชอบ โดยวิชาและสาขานี้งานก็จะจำกัดอยู่ในพิพิธภัณฑ์หรือศูนย์ประวัติศาสตร์ แต่ยังไงก็ยังรักจะเรียน

อันที่จริงในส่วนของเด็กไทยตรงนั้น ถึงจะเรียนล่วงหน้ากันเป็นปีๆ แต่ถ้าเนื้อหาไม่ใช่สิ่งที่เด็กจะเรียนรู้จริงๆ ในที่สุดสิ่งเหล่านั้นก็ไม่มีประโยชน์ เพราะยิ่งเรียน ถ่ายทอด เด็กก็ไม่ได้เก็บความรู้ไปใช้ แต่หลายๆคนคงบอกว่าอยากเรียนเพื่อให้เก่ง มันก็ใช่ แต่สิ่งที่เรียกว่าเก่ง ไม่ได้แปลว่าเราจะชนะได้ทุกฝีก้าว ชัยชนะ ต้องแลกมาจากความพ่ายแพ้ก่อนเสมอ ถึงจะก้าวต่อไปด้วยชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า

#43 By Bossini on 2008-06-11 17:02

โอ้โยสสสส(? คาดว่าแปลงมาจากเสียงเยส..) ใช่แล้ว แม่นหลาย

เราตอนนี้ถูกพ่อบังคับให้เรียนเนื้อดาวเตรียมแอดมิด ทั้งที่เพิ่งขึ้น ม.4...

อยากดิ้นตาย แต่ทำไม่ได้ เรื่องอะตอมยังงงแด๊กอยู่เลย

แล้วเด็ก ม.1 จะขนาดไหน..

จขบ. ไม่โง่หรอกค่ะ ที่มันเปลี่ยนแปลง คงเป็นความคิดของผู้ปกครอง...

Hot! Hot! Hot!

#44 By * a o M * on 2008-06-11 22:29

จะให้เด็กค้นหาตัวเองล่ะม้าง

แต่รู้สึกว่ามันนานเกินไปอ่ะ

ชอบทำอะไรเวอร์ๆ

แต่มักไร้ประโยชน์มาตั้งแต่ต้น

ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่

#45 By mimi_yayahsama on 2008-06-12 00:30

ถ้าให้มองตามความคิดเห็นส่วนตัว

หนึ่ง เป็นเรื่องของธุรกิจค่ะ การศึกษาไทยตอนนี้กลายเป็นธุรกิจไปแล้ว หากินกับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเปิดกวดวิชา หรือแม้แต่พวกครูที่กั๊กวิชาในห้องก็ตาม รวมไปถึงพวกโรงเรียนเอกชนทั้งหลาย ที่ขายครูฝรั่ง ครูจีน และเครื่องแบบแบบญี่ปุ่น

และ สอง ที่คนมีความรู้ทั้งหลาย สามารถหากินกับการศึกษาได้อย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็ต้องมาจากค่านิยมด้วย

ค่านิยมว่า ถ้าไม่ไปเรียนพิเศษจะโง่ และสอบไม่ติด

ค่านิยมว่า ถ้ายิ่งลูกมีความรู้พุ่งปรี๊ดกว่าใคร ไปไกลได้กว่าใคร เรียนจบได้เร็วกว่าใครยิ่งดี พ่อแม่หน้าบานเป็นจานกระด้ง

ไอ้ตัวหลังนี่สำคัญ ไอ้พ่อแม่นี่ น่าคิด... ปากพูดปาวๆ กับเพื่อนบ้าน

"อีชั้นล่ะ กลุ้มใจ๊กลุ้มใจ ลูกเอาแต่เรียนค่ะ เลิกจันทร์ถึงศุกร์ก็ต้องติวแอดมิชชั่น เสาร์อาทิตย์เรียนฟิสิกส์เคมี แล้วเดี๋ยวตอนเย็นมีเรียนบัลเล่"

โห... ก็ถามว่าพ่อแม่มันกลุ้มใจหน้าบานอย่างนี้ ลูกก็พลอยได้ใจ แม่คะ มีอะไรให้หนูยัดอีกไหมใส่มา

หรือไม่ก็อีกประเภทนึงคือ... ลูกอดทนหัวเราะร่าน้ำตารินจะตายอยู่แล้ว แต่ไม่เคยสน ขอแค่ให้ตัวเองได้พูดกับคนอื่นว่า ลูกฉันเรียนพิเศษเยอะ อัจริยะ จะจบปริญญาตรีตั้งแต่ยังไม่เป็นนาย เป็นนางสาว แค่นั้นแหละ

หน้าตาพ่อแม่มันใหญ่... ใหญ่กว่าเด็กเยอะ..

sad smile

#46 By I - FUNG on 2008-06-12 20:07

sad smile เห็นน้องเรียนแล้วก้อสงสารเหมือนกัน
เรียนซะอย่างกะ จะเอาถ้วยแน่ะ ..

เวลาเรียนพิเศษมากกว่าเรียนในชั้นอีกละมั๊งนั่น ..

#47 By 1000moon on 2008-06-14 13:52