|
| แมงกระพรุนแหวกว่ายอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ใกล้กับชายฝั่งเมืองเคแมร์ ประเทศตุรกี ซึ่งถูกบันทึกภาพไว้ได้เมื่อเดือน มิ.ย. 2547 (ภาพจาก AFP PHOTO / TARIK TINAZAY) | |
 | นักสมุทรศาสตร์เผยสถิติแมงกะพรุนทั่วโลกกำลังแพร่พันธุ์เต็มมหาสมุทรอย่างไม่มีทีท่าว่าจะลดจำนวนลงได้ง่ายๆ เหมือนอย่างที่ผ่านมา ขณะที่ปลาทะเลและสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ กลับลดลงอย่างน่าใจหายเพราะน้ำมือของมนุษย์ "เมื่อสัตว์มีกระดูกสันหลัง เช่น ปลา ลดจำนวนลง สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังก็จะเพิ่มจำนวนขึ้นมาแทนที โดยเฉพาะแมงกะพรุน" คำพูดของริคาร์โด อากิลาร์ (Ricardo Aguilar) ผู้อำนวยการของโอเชียนา (Oceana) องค์กรสากลด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติแห่งท้องทะเล ซึ่งรายงานจากสำนักข่าวเอเอฟพีระบุอีกว่าในขณะนี้ท้องทะเลทั่วโลกกำลังประสบกับปัญหาแมงกะพรุนแพร่กระจายเป็นจำนวนมาก และในบางท้องที่ก็อาจก่อให้เกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยวได้
|
|
| เจ้าหน้าที่นักดำน้ำกำลังติดเซนเซอร์ไว้กับแมงกะพรุนตัวเขื่องที่อยู่บริเวณใกล้กับชายฝั่งเมืองโคมะทสึ (Komatsu) ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นเมื่อเดือน ต.ค. 2549 (ภาพจาก AFP PHOTO/YOMIURI SHIMBUN) | |
 | ข้อมูลจากนักสมุทรศาสตร์ระบุว่าโดยปกติแมงกะพรุนจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในทุกๆ 12 ปี และจะมีปริมาณมากคงที่อย่างนั้นต่อไปราว 4-6 ปี ก่อนจะค่อยลดลงอีกครั้ง เป็นวัฏจักรเช่นนี้มานานร่วม 2 ศตวรรษ ทว่าในปี 2551 นี้นับเป็นปีที่ 8 แล้วที่ฝูงแมงกะพรุนในทะเลต่างพากันเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างขาดการควบคุม จนมีปริมาณมากและกลายเป็นปัญหาในหลายๆ ท้องที่ เช่น ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่มากกว่าปัญหาคือมันกลับกลายเป็นสัญญาณเตือนว่าสิ่งแวดล้อมในทะเลกำลังย่ำแย่ลงทุกขณะ ระบบนิเวศน์กำลังเข้าสู่ภาวะเสียสมดุล
|
|
| แมงกะพรุนตัวอ้วนที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งทะเลประเทศอิสราเอลถูกบันทึกภาพไว้ได้เมื่อเดือน เม.ย. 2550 (ภาพจาก AFP PHOTO/HO/B. GALIL) | |
 | สาเหตุที่ทำให้สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอย่างแมงกระพรุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นเอเอฟพีรายงานว่าเป็นเพราะการลดจำนวนลงของปลาและสัตว์มีกระดูกสันหลังอื่นๆ จากการถูกล่าและการแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลโดยมนุษย์เรานั่นเอง โดยเฉพาะพวกทูนา, ฉลาม และ เต่าอีกหลายชนิด ซึ่งหากสัตว์เหล่านี้ลดน้อยลง นั่นหมายถึงศัตรูที่จะมาคอยแย่งอาหารกับแมงกะพรุนก็ลดลงด้วย ทำให้แมงกะพรุนมีแหล่งอาหารอันโอชะมากมาย ทั้งแพลงก์ตอนและปลาขนาดเล็ก แอนดรูว์ ไบรเออร์เลย์ (Andrew Brierley) นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ส (University of St Andrews) ในสกอตแลนด์ อธิบายว่า เมื่อแมงกะพรุนเพิ่มมากขึ้นก็จะไปแย่งอาหารกับปลาอื่นๆ อีก และมันก็เป็นยังเป็นศัตรูผู้ล่าปลาเหล่านั้นไปด้วย ขณะเดียวกันสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของน้ำทะเลสูงขึ้น ก็ปัจจัยส่งเสริมให้แมงกะพรุนขยายพันธุ์ได้ดียิ่งขึ้นด้วย ก็ยิ่งทำให้แมงกะพรุนครองอาณาเขตในมหาสมุทรได้ไม่ยาก
|
|
| ภาพเมื่อเดือน ก.พ. 2550 ขณะที่นักท่องเที่ยวกำลังชมแมงกะพรุนแหวกว่ายไปมาอยู่ในอควาเรียมแห่งหนึ่งของฮ่องกง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าญาติของเจ้าแมงกะพรุนเหล่านี้กำลังขยายอาณาเขตครอบครองน่านน้ำในมหาสมุทรทั่วโลก (ภาพจาก AFP PHOTO/Antony DICKSON) | | |
ที่มา ผู้จัดการ
ข้อมูลเพิ่มเติม
แมงกะพรุน (Jellyfish) จัดอยู่ในประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ไฟลัมไนดาเรีย ลักษณะลำตัวใสและนิ่มคล้ายวุ้น เมื่อโตเต็มวัย ส่วนประกอบหลักในลำตัวเป็นน้ำ 94-98% ด้านบนเป็นวงโค้งคล้ายร่ม ด้านล่างตอนกลางเป็นอวัยวะทำหน้าที่กินและย่อยอาหาร พบได้ในทะเลทุกแห่งทั่วโลก
แมงกะพรุนมีหลายชนิด เช่น แมงกะพรุนจาน หรือ แมงกะพรุนหนัง สามารถรับประทานได้ ส่วนแมงกะพรุนถ้วย แมงกะพรุนไฟ และแมงกะพรุนลาย มีพิษ อีกทั้งยังมีสายพันธุ์ที่พบในน้ำจืดอีกด้วย มีทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ Craspedacusta sowerbyi หรือ แมงกะพรุนสายน้ำไหล ในต่างประเทศพบที่ยุโรปและสหรัฐอเมริกา ในประเทศไทยพบในลำน้ำเข็ก อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์และ Craspedacusta sinensis หรือ แมงกะพรุนสายน้ำนิ่ง พบในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี, กรุงเทพ ฯ ,แม่น้ำโขง ที่ จ.หนองคาย, จ.เลย, จ.มุกดาหาร และ Craspedacusta iseana พบในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทั้ง 3 ชนิดนี้แตกต่างกันที่การเรียงตัวของหนวดและแหล่งที่อยู่อาศัยเท่านั้น ในขณะที่วงจรชีวิตและพฤติกรรมแทบไม่มีอะไรแตกต่างกัน
แมงกะพรุนไฟสายพันธุ์ที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก มีชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า "Portuguese man-of-war" (แมงกะพรุนหมวกโปรตุเกส)
|