KRISS

ความรู้เป็นของโลก ไม่ใช่ของกู

KRISS header image 2

เอาแต่พอดีเถอนะ

June 30th, 2008 · Popularity: 58%

long_tail เอาแต่พอดีเถอนะ

ผมว่า ตอนนี้นักการตลาดบนหอคอยทั้งหลายแหล่ได้เริ่มกลายเป็นเหมือนหมอดูเห่ยๆเข้าไปทุกที

มันเป็น loop ง่ายๆ

  1. เกิดเหตุการณ์ที่เจ้าของธุรกิจ ที่มีไอเดียเจ๋งๆ ทำโมเดลธุรกิจสุดยอดออกมา (บางทีก็โดยไม่รู้ตัว เพราะผมเห็นหลายๆครั้งเจ้าของธุรกิจกำเนิดจาก geek ที่สร้างงานจากความรักและความบ้าส่วนตัว หรือเอามัน ว่างั้น)
  2. โมเดลนั้นเริ่มเ็ป็นที่รู้จักและเกิด snowball effect จนกลายเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง คนริเริ่มโมเดลได้ตังเยอะมาก (กว่าที่เจ้าตัวคาด)
  3. เกิดธุรกิจ me f**king too business ขึ้นมาเต็มไปหมด โดยมีโมเดลง่ายๆคือลอกเบอร์ 1 แต่มี … เพิ่ม
  4. มาช้าสุดเลยคือนักการตลาดที่ว่า มานั่งมึนงง เพราะโดนไอ้พวกนี้หักปากกา แล้วพอตั้งตัวได้ ก็เริ่มจับปากกา แล้วก็เขียน Articles, white papers, black papers, แล้วก็หนังสือ เพื่อจับเอาความสำเร็จนั้นมาอธิบาย ด้วย common sense ธรรมดา แต่ใช้ภาษาน่าตื่นเต้น แถมด้วยการพยากรณ์อนาคตอันไกล และใกล้ของโมเดลธุรกิจนั้นๆ โดยใช้ข้อมูลที่ใครๆก็หาได้ทางอินเตอร์เน็ท
  5. งานเขียน หรือวิจัยที่ว่าก็จะดัง เพราะมันก็คือการเขียนเรื่องจริงที่มันเจ๋ง ก็ช่วยไม่ได้ที่จะดัง
  6. เริ่มมี me f**king too articles, white papers, หนังสือ etc. ช่วยกันกระพือเกาะกระแสกันไป โดยมีโมเดลง่ายๆคือ ลอกไอ้คนแรกแล้วเพิ่มข้อมูลใหม่ๆ (เพราะแม่งเขียนทีหลังนี่หว่า) แล้วก็พ่วงการทำนายที่ดีขึ้นนิดหน่อย และบางคนโชคดี ก็ได้วิเคราะห์ว่าทำไมคนแรกทำนายผิด ก็จะดังขึ้นมาอีก
  7. เกิด hype ขึ้นมา

นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศที่มีเหตุการณ์หรือโมเดลนั้นเกิดขึ้น แต่สิ่งที่แย่กว่าก็คือในประเทศที่ตามหลังประเทศนั้นอยู่จะเกิดสิ่งนี้ต่อ

  1. นักการตลาดระดับสาวก ก็จะจับเอาคำของ guru การตลาดดังกล่าวมากราบไหว้เป็นคำทำนายศักดิ์สิทธิ์ โอว นี่คือยาวิเศษรักษาทุกโรค
  2. เหตุการณ์ในข้อ 1. มักเกิดขึ้นช้ามาก (จริงๆมากน้อยวัดกันไม่ได้ เอาเป็นว่า ช้าเกินไป ละกัน) ช้าจนประเทศที่เกิดเหตุเขาหันไปบ้าโมเดลอื่นกันแล้ว
  3. เกิดการ implement โมเดลดังกล่าว ในธุรกิจที่ไปจ้างสาวกนี้มา consult โดย implement กันแบบข่มขืน ไร้บริบท หรือบางทีก็เข้าใจผิด เช่นคิดว่า The Long Tail แปลว่าเรือหางยาว
    จริงๆใช้การพิจารณาผลดีผลเสียแบบคลาสสิคก็น่าจะเข้าใจว่าควรเอาเข้ามาหรือปล่าว หรือแม้แต่คำถามง่ายๆว่า “จริงๆแล้ว มันเกี่ยวกับธุรกิจกูด้วยเหรอวะ” ก็ไม่ถามกัน แต่มักจะหลับตาปิดปากกันซะงั้น
  4. บางบริษัทที่เหมาะสม จะถูกคัดเลือกโดยธรรมชาติ ให้อยู่รอด ซึ่งก็จะยกประโยชน์ให้โมเดล และแน่นอน consult ที่เอาโมเดลเข้ามา ไม่มีใครสนใจอีก 500 บริษัทที่อยู่ไม่รอด หรือเสียตังเยอะมาก แล้วสุดท้ายกลับไปทำงานแบบเดิม
  5. เกิด me f**king too implementations เต็มไปหมด
  6. มีรายไ้ด้เพิ่ม ลดต้นทุน เพิ่ม… ลด… วัดผลกันได้จริงจังพอสมควร แต่…
  7. เงยหน้าขึ้นมาอีกที อ้าวเฮีย บริษัทคู่แข่งในประเทศต้นกำเนิดเขาแซงไปไม่เห็นฝุ่น
  8. ทำไงดีวะเนี่ย???

ขี้เกียจเขียนแล้ว หวังว่าเราคงช่วยกันคิดอะไรขึ้นมาให้ guru ปากกาหักกันบ้างนะ เบื่อกินขี้ฝุ่น ขี้ตีนฝรั่ง ญี่ปุ่น เกาหลี สิงค์โปร์ … (list แม่งยาวขึ้นทุกปี) เต็มทีแล้ว

(เรานี่รวมกระผมด้วยนะ ไม่ได้ด่าคนอื่นแล้วรอดตัว)

เผื่อแผ่ชาวบ้าน:
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

อ่านนี่ด้วยดิ:

Tags:

  • แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ด้านล่าง:

แสดงความคิดเห็น

หากต้องการให้มีรูปอวตาร (avatar) ประจำอีเมล กรุณา สมัครที่ Gravatar