
ผมว่า ตอนนี้นักการตลาดบนหอคอยทั้งหลายแหล่ได้เริ่มกลายเป็นเหมือนหมอดูเห่ยๆเข้าไปทุกที
มันเป็น loop ง่ายๆ
- เกิดเหตุการณ์ที่เจ้าของธุรกิจ ที่มีไอเดียเจ๋งๆ ทำโมเดลธุรกิจสุดยอดออกมา (บางทีก็โดยไม่รู้ตัว เพราะผมเห็นหลายๆครั้งเจ้าของธุรกิจกำเนิดจาก geek ที่สร้างงานจากความรักและความบ้าส่วนตัว หรือเอามัน ว่างั้น)
- โมเดลนั้นเริ่มเ็ป็นที่รู้จักและเกิด snowball effect จนกลายเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง คนริเริ่มโมเดลได้ตังเยอะมาก (กว่าที่เจ้าตัวคาด)
- เกิดธุรกิจ me f**king too business ขึ้นมาเต็มไปหมด โดยมีโมเดลง่ายๆคือลอกเบอร์ 1 แต่มี … เพิ่ม
- มาช้าสุดเลยคือนักการตลาดที่ว่า มานั่งมึนงง เพราะโดนไอ้พวกนี้หักปากกา แล้วพอตั้งตัวได้ ก็เริ่มจับปากกา แล้วก็เขียน Articles, white papers, black papers, แล้วก็หนังสือ เพื่อจับเอาความสำเร็จนั้นมาอธิบาย ด้วย common sense ธรรมดา แต่ใช้ภาษาน่าตื่นเต้น แถมด้วยการพยากรณ์อนาคตอันไกล และใกล้ของโมเดลธุรกิจนั้นๆ โดยใช้ข้อมูลที่ใครๆก็หาได้ทางอินเตอร์เน็ท
- งานเขียน หรือวิจัยที่ว่าก็จะดัง เพราะมันก็คือการเขียนเรื่องจริงที่มันเจ๋ง ก็ช่วยไม่ได้ที่จะดัง
- เริ่มมี me f**king too articles, white papers, หนังสือ etc. ช่วยกันกระพือเกาะกระแสกันไป โดยมีโมเดลง่ายๆคือ ลอกไอ้คนแรกแล้วเพิ่มข้อมูลใหม่ๆ (เพราะแม่งเขียนทีหลังนี่หว่า) แล้วก็พ่วงการทำนายที่ดีขึ้นนิดหน่อย และบางคนโชคดี ก็ได้วิเคราะห์ว่าทำไมคนแรกทำนายผิด ก็จะดังขึ้นมาอีก
- เกิด hype ขึ้นมา
นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศที่มีเหตุการณ์หรือโมเดลนั้นเกิดขึ้น แต่สิ่งที่แย่กว่าก็คือในประเทศที่ตามหลังประเทศนั้นอยู่จะเกิดสิ่งนี้ต่อ
- นักการตลาดระดับสาวก ก็จะจับเอาคำของ guru การตลาดดังกล่าวมากราบไหว้เป็นคำทำนายศักดิ์สิทธิ์ โอว นี่คือยาวิเศษรักษาทุกโรค
- เหตุการณ์ในข้อ 1. มักเกิดขึ้นช้ามาก (จริงๆมากน้อยวัดกันไม่ได้ เอาเป็นว่า ช้าเกินไป ละกัน) ช้าจนประเทศที่เกิดเหตุเขาหันไปบ้าโมเดลอื่นกันแล้ว
- เกิดการ implement โมเดลดังกล่าว ในธุรกิจที่ไปจ้างสาวกนี้มา consult โดย implement กันแบบข่มขืน ไร้บริบท หรือบางทีก็เข้าใจผิด เช่นคิดว่า The Long Tail แปลว่าเรือหางยาว
จริงๆใช้การพิจารณาผลดีผลเสียแบบคลาสสิคก็น่าจะเข้าใจว่าควรเอาเข้ามาหรือปล่าว หรือแม้แต่คำถามง่ายๆว่า “จริงๆแล้ว มันเกี่ยวกับธุรกิจกูด้วยเหรอวะ” ก็ไม่ถามกัน แต่มักจะหลับตาปิดปากกันซะงั้น - บางบริษัทที่เหมาะสม จะถูกคัดเลือกโดยธรรมชาติ ให้อยู่รอด ซึ่งก็จะยกประโยชน์ให้โมเดล และแน่นอน consult ที่เอาโมเดลเข้ามา ไม่มีใครสนใจอีก 500 บริษัทที่อยู่ไม่รอด หรือเสียตังเยอะมาก แล้วสุดท้ายกลับไปทำงานแบบเดิม
- เกิด me f**king too implementations เต็มไปหมด
- มีรายไ้ด้เพิ่ม ลดต้นทุน เพิ่ม… ลด… วัดผลกันได้จริงจังพอสมควร แต่…
- เงยหน้าขึ้นมาอีกที อ้าวเฮีย บริษัทคู่แข่งในประเทศต้นกำเนิดเขาแซงไปไม่เห็นฝุ่น
- ทำไงดีวะเนี่ย???
ขี้เกียจเขียนแล้ว หวังว่าเราคงช่วยกันคิดอะไรขึ้นมาให้ guru ปากกาหักกันบ้างนะ เบื่อกินขี้ฝุ่น ขี้ตีนฝรั่ง ญี่ปุ่น เกาหลี สิงค์โปร์ … (list แม่งยาวขึ้นทุกปี) เต็มทีแล้ว
(เรานี่รวมกระผมด้วยนะ ไม่ได้ด่าคนอื่นแล้วรอดตัว)

(4.5 จาก 5)
(3.5 จาก 5)















แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ด้านล่าง:
แสดงความคิดเห็น