KRISS

ความรู้เป็นของโลก ไม่ใช่ของกู

KRISS header image 2

ห้าอย่างจากห้าปีแห่งการพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นอาชีพ

July 3rd, 2008 · Popularity: 60%

คือว่า พี่ตั้มได้ให้ link นี้ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเขียนของผมมั่ง แต่ทีนี้ ประสบการณ์ผมมีแค่ 5 ปีว่ะ ก็ขอเขียนแค่ 5 อย่างพอ อีก 5 ปีค่อยมาเขียน 10 อย่างนะ แฟนๆก็ติดตามให้ถึุงละกันขรับ ของอันนั้นเขามาแนว developer ผมขอแนวบริหารนิดๆละกัน

บางคนถามว่าไปยึดติดอะไรกับอีแค่การอยู่มานานกว่า และผมเคยเป็นบางคนเหล่านั้นครับ แต่พอเวลาผ่านมาเรื่อยๆ แต่ละปี แต่ละปี ผมเริ่มมองเห็นตัวเองตอนเด็กเดินออกไปจากตัวผม ผมคิดว่าไอ้นั่นมันห่างจากผม 5 ปีพอดี บางทีก็จับมันมานั่งโต้แย้งกันไปมาให้เป็นที่สนุกตอนดูหน้ามันเวลาเถียงข้างๆคูๆ ผมกระหายใคร่รู้เหลือเกินว่าอีก 5 ปีผมจะเดินออกมาได้อีกครั้งหรือไม่ ก็เลยมาเขียนเอาไว้ให้ตัวเองขำเล่นในอนาคต

5 ห้าอย่างจากห้าปีแห่งการพัฒนาซอฟต์แวร์เป็นอาชีพ

นี่คือ 5 อย่างที่(ทำไม)ไม่มีใครบอกผม(วะ)ก่อนมาเขียนโปรแกรมหาเลี้ยงชีพ

  1. คุณไม่ต้องเรียนจบ IT ก็สามารถเขียนโปรแกรมหาเลี้ยงชีพได้ จริงๆแล้ว ไม่ต้องจบปริญญาตรีด้วยซ้ำ
    อันนี้เป็นความจริงอย่างยิ่ง ผมคือ living example ตัวเป็นๆ ที่เรียนวิศวฯเคมี และเรียนไม่จบด้วย ตอนนี้องค์กรผมก็เป็นองค์กรระดับมืออาชีพที่มีสมาชิกกว่า 20 คน ไม่ใช่ว่าเรียนไม่จบแล้วต้องไปเป็นฟรีแลนซ์อย่างเดียว (อันนี้ยกเครดิตให้ทีมครับ ทีมดีก็เกื้อหนุนกันเอง) แล้วก็พลังแห่งความไม่รู้นี่ก็ทำให้เราคิดอะไรที่คนที่เรียนมาคิดไม่ออกได้เหมือนกัน
  2. คุณไม่ต้องเรียนจบ IT ก็สามารถเขียนโปรแกรมหาเลี้ยงชีพได้ จริงๆแล้ว ไม่ต้องจบปริญญาตรีด้วยซ้ำ แต่มันยากโว้ย
    กว่าจะมาได้ขนาดนี้ ต้องกระอักเลือดอยู่เป็นปี กว่าจะหา process การทำงานที่ดีจนนำน้องๆเป็นทีมพัฒนาขึ้นมาได้ ซึ่งเวลาในการลองผิดลองถูกนั้นให้อะไรหลายอย่างเหมือนกัน แต่ถ้าตีออกมาเป็นตัวเงินแล้วผมว่าไปจ่ายตังเรียนวิศวกรรมซอฟต์แวร์แบบตั้งใจเรียนหน่ิอยน่าจะคุ้มค่ามาก ล้อข้อ 1 ด้วยการบอกว่า พลังแห่งความไม่รู้เนี่ยทำให้เราคิดอะไรที่คนที่เรียนมาคิดออกไม่ออก งงมะ อิๆ
  3. การนำทีมเป็นเรื่องที่คุณต้องทำอย่างเต็มใจและไม่ลังเล
    หากคุณมาแนว “ผมไม่เก่งเรื่องคน” “ผมไม่ชอบนำคน” คุณไม่รอดแน่ และทีมคุณก็จะฉิบหายเพราะคุณมัวมาเกรงใจ หรือกั๊กๆอยู่ คุณต้องเดินตามทาง เหมือน Neo ใน the Matrix ไม่ต้องคิดลังเล ถ้าจะนำก็นำเลย อย่าเหลาะแหละ การนำทีม กับ การเป็นนาซีมันต่างกันเยอะ ไม่ต้องกลัวใครว่าเป็นเผด็จการ หัวหน้าที่กลัวโดนด่าคือหัวหน้าที่ไม่รับผิดแต่จะเอาชอบอย่างเดียว
  4. ซื้อดีกว่าสร้าง
    เวลามีโปรเจ็คอะไรเข้ามา ให้ design ตัวแกนให้ดีๆ และพยายาม shopping ให้มากๆ ต้องเป็นคนทันโลกอยู่เหมือนกัน ซื้อแล้วเอามาประกอบ และสร้างเฉพาะส่วนที่เป็นหัวใจ หรือจุดขายของเรา อย่าสร้างทุกอย่าง เชื่อผมเหอะ ถึงแม้จะภูมิใจ และสนุก หรือได้ความรู้ แต่มันเปลือง และงานมักตกมาตรฐานโดยไม่จำเป็น (ผมติดกับดักนี้อย่างแรงเพราะคิดว่าทำเองจะประหยัด ปรากฏว่าใช้เวลาทำสิ่งที่มีขายอยู่แล้วอยู่หลายเดือน ได้ของห่วยกว่าที่มีขาย และตีราคางานเล่นๆแล้วแพงกว่าที่มีขาย นี่ยังไม่รวมเงินที่เสียไปจากการออกตลาดช้าอีกเป็นเท่าทวีคูณ)
  5. คนส่วนใหญ่ในโลกไม่ใช่คนเขียนโปรแกรม
    ปัญหาการคุยกันไม่รู้เรื่องมันมักใหญ่กว่าที่คุณคิด เพราะหากด่วนสรุป หรืออาศัยความมึนของลูกค้า ระหว่างเราปล่อยศัพท์แสง ช่วงชิงจังหวะเซ็นสัญญา หรือทำโปรแกรมจนเสร็จ เรามักจะต้องต้องทำใหม่ หลายรอบด้วย ซึ่งอันนี้แก้ไม่ได้ด้วยการทำ Spec ยาว 100 หน้า เพราะไม่มีใครเขาอ่านของเมิง
    ดังนั้นเวลาไปคุยกับใคร (เช่นกับแฟน) ให้ลดอาการอวดศัพท์อวด geek บ้าง เราจะสนอง need ชาวบ้านได้มากขึ้น หากอยากโชว์ศัพท์ให้ไปเขียน blog ส่วนตัว
  6. อันนี้สำหรับคนเริ่มหัด –>ทางลัดตอนผมหัดคือหาอะไรที่มันเกินตัวมาทำ โดยประเมินช่วงเวลาศึกษาด้วย
    ผมหัดเขียนโปรแกรมจาก skill คอมพิวเตอร์ระดัีบไม่รู้จัก excel จนเขียนโปรแกรมบัญชีเล็กๆได้ ใช้เวลา 2-3 เดือนเท่านั้นด้วยวิธีนี้ พยายามไปหาบ้านเพื่อนหรือบ้านแฟนที่ทำธุรกิจ แล้วเสนอตัวทำโปรแกรมให้ถูกๆ และตั้งเป้าให้มันใช้ได้จริง จะดีกว่านั่งเขียนตามหนังสือ ซึ่งแม่งก็ work ชัวร์ๆอยู่แล้ว เราจะไม่เจอปัญหาใดๆจากการทำตามหนังสือนอกจากเราจะอ่านหนังสือไม่ออก
  7. พอๆ เขาเอา 5 ข้อโว้ย

อีก 5 ปีเจอกันครับ

เผื่อแผ่ชาวบ้าน:
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google

อ่านนี่ด้วยดิ:
  • No related posts

Tags:

  • 1 Tum80 // Jul 3, 2008 at 8:44 pm

    ข้อ1-2นี่ชัดเจนมาก ;) จริงๆแล้ว มีportfolio ดีๆไม่ต้องใช้ปริญญาเลย ซึ่งจริงๆแล้วอีกทีว่า กว่าจะไปถึงจุดนั้นก็เหนื่อยเหมือนกัน เพราะมันจะหา port แรกๆมาจากไหนวะ คนเค้าไม่จ้างมึงทำอะ

    ข้อ4เป็นอีกข้อที่ชัดเจนมากในยุคนี้ กุเห็นหลายบริษัท(ที่ไม่ใช่เกี่ยวกับ software ) พยายามให้ฝั่ง IT ของบริษัทตัวเองพัฒนาโปรแกรมมาใช้ในองค์กร ซึ่งกูว่ามีแต่เจ๊งกับเจ๊ง เสียไปกี่ man-day ก็ไม่รู้แต่ได้ software ห่วยๆมา

    หรือแม้แต่บริษัทsoftware เอง บางที่ไปมัวนั่งพัฒนา module ที่ไม่ใช่จุดขายของตัวเอง เพียงเพื่อประหยัดหรือตอบสนองอีโก้ตัวเอง เสร็จแล้วก็เจ๊งอย่างที่มึงว่า

    ปล.อยาก setup บริษัทตัวเองขึ้นมาเหมือนกันว่ะ แต่ยังหา product เจ๋งๆไม่ได้ เพราะทุกวันนี้ก็ทำงานเหมือนเป็นเจ้าของบริษัทอยู่ละ ทำแม่งทุกเรื่องเลย ตั้งแต่ coding analyst marketing admin แถมบางทียังต้องช่วยซื้อของเข้าบริษัทด้วย บริษัทเล็กแม่งประสบการณ์แน่นจริง แต่เหนื่อย

    [ตอบ]

    KRISS reply on July 3rd, 2008 9:20 pm:

    ครับ ต้องขอบคุณโลกไอทีนะ ที่งานมันวัดกันได้เร็ว สร้าง port ได้ด้วยกึ๋น

    จะว่าไปมีที่เร็วกว่าคืองาน graphic design ครับ เอา port มาโชว์ก็วัดกันไปเลย ไม่ต้องมาบอกว่ามึงจบไหน

    แต่ผมเคยได้ยินเรื่องทำนองคนสัมภาษณ์งานเจองานตัวเองอยู่ใน port คนสมัครงาน อันนี้ก็ตัวใครตัวมันขรับ!

    [ตอบ]

แสดงความคิดเห็น

หากต้องการให้มีรูปอวตาร (avatar) ประจำอีเมล กรุณา สมัครที่ Gravatar