(1)
เห็นหน้ากวนบาทาของอีตา Will Smith ในบท “Handcock”
(ไม่อยากแปลเป็นไทยเล้ย … ชื่อนี้)
ร่ำว่าอยากเขียนอะไรๆ เกี่ยวกับ เหล่า “แอนไท-ฮีโร่” เสียหน่อย
[Edited 19/7/08, 8:00 a.m.
It's actually "Hancock", not Handcock - ไม่ต้องแปลแล้ว 555]
ในขณะเดียวกัน ความอยากดู Once ก็ไม่อาจเก็บไว้ได้ อีกต่อไป
ออกควานหาจนได้แผ่นมาสมใจ เพิ่งดูจบไปเมื่อครู่
เอายังไงดีล่ะทีนี้ … เออ … อ่า
… เขียนถึง แอนไท-ฮีโร่ ก่อนแล้วกัน
(2)
ว่ากันว่า หลังจาก Superman ถือกำเนิด ได้ไม่นาน (ปี 1938)
ใน dictionary เล่มหนึ่ง ใครบางคน บัญญัติคำว่า Anti-Hero ตามมาติดๆ (ปี 1940)
แต่ไม่ยักกะเขียน คำนิยาม (Definition) เอาไว้
จนเมื่อปี 1992 นี่เอง …
dictionary อีกเล่มหนึ่ง จึงได้กำกับคำนิยาม Anti-hero ไว้ว่า
“Person characterized by a lack of “traditional” heroic qualities”
แปลเป็นไทย(ไทย)ว่า “คนที่ขาดคุณสมบัติของฮีโร่ทั่วไป”
นิยามทำนองนี้ … เอ่อ … โอ้โห … อะโน … (มึง)จะนิยามหาแม้วอะไรเน่อ ???
คุณรู้ไหม? เพียงไม่ถึงปีเท่านั้น คนหลายล้านที่หลงรัก Superman ก็ตื่นขึ้นมา
เพราะคิดได้แล้วว่า โลกแห่งความจริง “พระเอก” แบบนี้ … มีไว้ให้ “เด็กลุ้น” เท่านั้น
และแล้ว Anti-hero กล้ามโต ตัวดำทะมึน ก็ถือกำเนิดขึ้น … Batman
บรู๊ซ เวนย์ … พ่อแม่ผู้เป็นเศรษฐี ถูกโจรกระจอกยิงตาย
เขากลัว แต่ความกลัวทำให้เขาพยายามฝึกฝนตนเอง
เพื่ออะไร? … “เอาคืน” เขาต้องการได้สิ่งที่เขาสูญเสีย
ไม่ใช่เงิน แต่เพื่อจะได้ไม่ต้องกลัวอีกต่อไป
เศร้านะ แต่ That’s life ! นี่ล่ะ … แอนไท-ฮีโร่
(3)
หลังๆ นี่ โลกแห่งความจริง ไม่ต้อนรับ ซูเปอร์ฮีโร่ อีกต่อไป
ตัวอย่างอีกสักเรื่อง James bond นั่นไง
ลองหยิบ Bond ปี 1950 กับ Bond ปี 2006 … มาเทียบกันดู เป็นไร
ภาคล่าสุดของ Bond 2008 ก็ยิ่งหนัก ไม่เหลือ ความเป็นฮีโร่ อีกต่อไปแล้ว !
ความจริง ยังมีอีกหลายเรื่อง Hulk, Hellboy (เด็กนรก!), Handcock …
แต่ที่ทำเงินเกินคาด คุณรู้ไหม … Shrek ยักษ์อวบ ตัวเขียว จอมตด นั่นแหละ
เรียกว่า Anti สุดๆ … ลองไปหามาดูอีกที จะอดยิ้มไม่ได้เลยล่ะ
นี่ล่ะหนา ยิ่งเติบ(โตเป็นผู้)ใหญ่ จินตนาการ ก็มุดหายเข้าเม็ดเลือด
ความจริงในโลกมันโหดร้าย เกินกว่า ฮีโร่ หน้าหล่อ จะกอบกู้ได้ อีกต่อไป
No more (tears).
(4)
มาต่อกันที่ Once …
เพราะรู้ว่าเป็น หนังดีเรื่องหนึ่ง จึง “ตั้งการ์ด” ไว้สูง (กลัวผิดหวัง)
ผมนั่งดูคนเดียว ทอดอารมณ์เรื่อยไป จนเมื่อเห็นสายตาของ Guy
มองหญิงสาวหน้าแปลก – แปลกหน้า นั่งเล่น piano ในร้านฯ
นี่เป็นฉากแรกที่ uncomfortable อย่างแรง
(สายตา Guy … สุดจะบรรยาย อึดอัดบอกไม่ถูกจริงๆ)
ต้องลองดูเอง หรือ กลับมาดูใหม่อีกครั้ง บีบคั้นมหากาฬ - ฉากนี้
Once กลายเป็นหนังที่ไม่ต้องเสียเวลาดูฉาก หรือ เทคนิคพิเศษ ซึ่งไม่มี
หรือ ไม่ต้องนั่งลุ้นบท หรือ แม้กระทั่ง นั่งอ่าน subtitle
คุณใช้เวลาทั้งหมด นั่งดูเข้าไป ในสายตาของ พระนาง คู่นี้ ก็เพียงพอแล้ว
Once เป็นหนังที่ทำให้ Music & Lyrics เมื่อปีก่อน “ตกกระป๋อง” !
และกลายเป็นหนังที่ดีที่สุดในทศวรรษ อยู่ใน category ที่ว่าด้วย
… พล๊อต พระเอกนางเอก เขียนและร้องเพลงร่วมกัน !
Once ยังเป็นหนังที่ไม่แคร์ว่าภาพจะเนี๊ยบหรือไม่
แต่ใครที่ได้ดู คงยกโทษให้ทุกอย่าง ไม่ว่า กล้องไหวๆ ไฟมัวๆ
แถมซีนบางซีน มีคนออกมายืนดูการถ่ายทำ … เห็นกันจะๆ
และ ถ่ายภาพผ่านเงากระจก ทำได้ไงหว่า งามเหลือหลาย “ไม่หลุด”
(ลองกลับไปดูในฉากร้านอาหาร และ ห้องอัดเสียง ฯลฯ)
(5)
ฉากที่นางเอก เดินไปซื้อถ่านไฟฉาย ใส่ CD player
แล้วเดินร้องเพลงกลับบ้าน … ฉากนี้ เป็นฉากที่งดงามที่สุด ฉากหนึ่ง
? มีคำถามว่า เมื่อนางเอก เดินเลี้ยวเข้าบ้านไป กล้องตัวนั้น ยกขึ้นได้ยังไง
หากคุณนั่งดู Once แล้วไม่รู้สึกอึดอัด หรือ มีอาการจุกบริเวณลำคอ
นั่นอาจหมายความว่า … คุณยัง “ไม่มีฝัน” หรือไม่ก็ “ฝัน – ไม่มี”
ตอนจบ ใครจะคิดอย่างไรนั้น — ตีความกันได้เองตามอัธยาศัย (-อัตภาพ -อัตโนมัติ)
สำหรับผม นี่เป็นครั้งแรกที่เข้าใจคำว่า Happy Ending จริงๆ เสียที
ไม่มีอะไรจบ โดยไม่เศร้าสร้อย … มากน้อยต่างกัน ก็เท่านั้น
แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง … ความสุขที่เราต้องการคืออะไร
ความสุขที่มีแต่ “ได้กับได้” ใช่หรือ ?
ในโลกแห่งความจริง “ได้อย่าง เสียอย่าง” ต่างหาก
That’s life !
ขุนลันดั้น
ปล. “งดเศร้า เข้าพรรษา” – คุณแบงค์ วงแครช อำไว้ในรายการทีวี





13 ความคิดเห็น
หุหุ มายกมือชอบ Once ด้วยคน
http://www.patsonic.com/2008/03/16/once/
Girl เลือกโลกความจริงตรงหน้าเธอ
ขณะที่ Guy เลือกเดินไปในโลกที่ฝันไว้
มันไม่จบแบบงดงามในความจริงดีออกค่ะท่านขุน
ว่าแต่ว่า…ท่านไปซื้อแผ่นที่ไหนวานบอกที
ข้าเจ้าจะได้ไปซื้อมาดูอีกรอบมั่ง
หมดแรง…บางทีการได้ดูหนังเรื่องนี้คงช่วยได้อีกแรง
โอ…ตายล่ะ…เพิ่งเห็น งดเศร้าเข้าพรรษา
ทำไงดีล่ะท่าน เศร้าไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน
เมื่อวานไปช่วยแจกของกินให้กับคนป่วยที่มาหาหมอ
พอดีวันเกิดคุณหมอที่สนิทกันแล้วคุณหมอเปิดรักษาฟรี
คนที่สนิทสนมกันเลยมาช่วยเอาของมาเลี้ยงชาวบ้าน
ตอนแจกไม่เศร้าหรอกท่าน เห็นคนป่วยมาหาหมอซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนแก่ก็ไม่เศร้า
มาเศร้าเอาตอนคนป่วยใกล้หมด เต๊นท์ที่ข้าเจ้ายืนแจกของโล่งไร้ผู้คน
เศษซากสารพัดที่ใส่อาหาร น้ำดิ่ม และขนมเกลื่อนพื้น
ถังขยะก็มีแต่ไม่ลุกไปทิ้ง อืม…เป็นไปได้ว่าแก่แล้วลุกไม่ไหว
ถ้างั้นลุกมารับของแจกไหวได้ไหงอ่ะท่าน…เอ๊ะ…หรือาจะเป็นไปได้ว่าลุกไหวแต่ลุกบ่อยๆ ไม่ไหว
ที่น่าเศร้าคือ อาหารที่รับไปนั้นกินกันไม่หมด
บ้างเหลือเต็มกล่อง พร่องไปเพียงนิด
นึกถึงอะไรรู้มั้ย…นึกถึงยามไปงานเลี้ยงบุฟเฟต์
ที่พวกเล่นตักกันแบบไม่บันยะบันยัง
กินเหลือดีกว่าไม่พออิ่ม…ทำไมชอบคิดกันอย่างนี้ไม่รู้เนอะ
สงสารบางคนที่มารับอาหารในจังหวะที่อาหารขาดช่วง
แล้วต้องกลับบ้านแบบไม่ได้อาหารไปกินระหว่างทาง
ขณะที่คนกินบาง(หลาย)คนกินทิ้งกินขว้าง
อย่างนี้ไม่ให้เศร้ายังไงไหวล่ะท่านขุนเจ้าคะ
โอว…ไหนๆ ก็เศร้ารับพรรษาแล้ว
ถ้างั้นข้าเจ้าขอเศร้าช่วงเข้าพรรษาสามเดือนนี้
ออกพรรษาแล้วไม่เศร้าสักเก้าเดือน ดูจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ว่ามะท่าน
lol
แสดงว่าเป็นอีกคนที่มีฝัน
รู้สึกอะไรไม่รู้กับหนังตอนที่ดู
ชอบไม่ชอบไม่รู้ เหมือนไม่รู้ใจตัวเอง
มารู้อีกทีตอนหนังจบ
รักหนังเรื่องนี้ไปแล้ว
เครื่องดูดฝุ่นที่บ้านเสียพอดี :)
คุณ pat … ผมอ่าน entry นี้ ตั้งนานแล้ว
คุณ ange … ผมซ่อมให้ได้นะ รับรองไม่ชวนขึ้นห้อง (ฮา)
แม่เพลง … บุฟเฟต์ นี่ เป็นวิธีกินที่ทำลายโลกที่สุดเท่าที่มนุษย์พึงมี
แค่หลักการ “เหลือดีกว่าขาด” ก็แย่แล้ว
แม่เพลงคงรู้(ดี)ว่า เมืองนอกนี่ ใครตัก”น่าเกลียด” มัน เอ้ย เขา “ดูต่ำ” (look down) เราทันที
เคยพาคณะไปกินบุเฟต์ในยุโรป หลายปีแล้ว … มัน look down เราสุดๆ
บอกแล้ว ไม่ให้ตักเผื่อ ตักเฉพาะที่ทาน ทานไม่พอ เติมได้ไม่อั้น แต่อย่าตุน
หนักกว่านั้น คณะเรา มีสาวคนหนึ่ง แอบกดเอาขนมปังกับแอปเปิ้ลใส่กระเป๋า
… เขาจับได้ (คงจ้องอยู่) … โดนปรับเท่า Breakfast 1 มื้อ … เราจ่ายอีกต่างหาก สบายไป
แต่ถ้าเป็นคนแก่มาก ก็ควต้องทำใจ … วัฒนธรรมแบบนี้ เขาอาจไม่รู้
แม่เพลง หยิบเอาธรรมเรื่อง พรหมวิหารสี่ มาใช้ … รับรองสบายใจ
ไม่เศร้า เข้าพรรษา แน่นอน … เชื่อพ้ม
: )
ไม่มีเชื่อซะล่ะ
ต่ออีกนิด …
เคยกินโต๊ะจีนแบบไทยกันไหม ?
เวลาทำบุญเลี้ยงพระเสร็จสรรพ … พวกเราก็ตั้งวงของเรา
บางวงตั้งกับพื้น บางวงตั้งบนโต๊ะ
ผู้เฒ่าเรียกหาข้าวก้นบาตรกันให้ควั่ก น่ารักชมัด
กินเสร็จ ก็มีแผนกแบ่งเป็นถุงๆ แจกกลับบ้าน
และแจกคนงานในวัดอีกต่างหาก
เรียกว่าไม่มีเหลือให้เป็นขยะ และไม่ต้อง “กินตุน” ด้วย
อ้อ วันนี้ ไปได้โอกาสไปกราบ(หุ่นขี้ผึ้ง)หลวงพ่อปัญญา
เอาหลอดไฟไปถวายหลายหลอด
พระชมว่า “เข้าใจทำบุญ สว่างกันทั้งวัดล่ะคราวนี้”
คณะยิ้มบานเท่ากระด้ง …
เอาบุญอุ่นๆ มาฝากทุกคนนะขะรับ
: )
อ้าว ลืมบอกไปว่า …
Girl เลือกโลกความจริงตรงหน้าเธอ
ขณะที่ Guy เลือกเดินไปในโลกที่ฝันไว้
ที่แม่เพลงว่ามานี่ล่ะ ผมว่ามันเข้าข่าย Realistic Happy Ending เลยทีเดียว
ผมชอบนะ ชอบมาด้วย
: )
เฮ่อ ผ่านไปชักนานแล้ว สงสัยต้องไปหา Once มาเติมฝันใหม่
หนังอะไรโรแมนติกน่าดู
ผมอ่านรีวิวหนังเรื่องนี้ในมติชนฯ อาทิตย์ก่อน (พรพิมล) ก็เห็นคร่าว ๆ ว่า เออ มันเป็นยอดมนุษย์ที่ “ฮ่วยแตก” ตั้งแต่โลกเซลลูลอยด์เคยมีมา…
อะไร ขี้เมา แถมยังไม่เลือกกวน Teen กับเด็กหรือผู้ใหญ่ ทำถนนตึกรามบ้านช่องพังวินาศสันตะโร (ไม่เคยมีฮีโร่คนไหนบอกว่าจะชดใช้)…
ไม่ทราบว่าทุนขุนชมหรือยัง (เข้าฉายหรือยัง?) แก่นมันเปลี่ยน (หักมุม) ตรงที่อีนักตาประชาวัมพันธ์ เข้ามาอาสาสร้างภาพลักษณ์ ให้กับ แฮน… Oop!
เออ เสียดสีเหล่าฮีโร่ ก่อนๆ แท้จริง ด้านมือของพี่แบท หรือแมงมุม ต้องยอมจำนน
หลีกไป ข้า “ไอ้ไก่” มาแล้วเว้ย ถอยไป…
ฮา!
(ไม่รู้ว่า พี่แกจะโดนล้อเรื่องชื่อมั้ยน้อ…)
อ้าว มี Once แถมท้ายด้วยแน่ะ
ขออนุญาตนำไปต่อโพสต์ที่ร้านได้หรือไม่ขอรับ แล้วจะลิงก์ตรงมาที่นี่ ก็เป็นชุมชนนี่นะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าขอรับ
ด้วยมิตรจิต.
อ่าน comment ของหลายๆท่านแล้วน่าสนใจ งั้นเดี๋ยวรีบไปหามาดูก่อนนะคะจะได้ once กะเขาด้วยคน..อิอิ :D
เพิ่งดูเรื่อง once จบค่ะ ดูหนังเรื่องนี้แล้วมีความรู้สึกเหมือนดูภาพศิลปะอะไรซักอย่าง ลงตัวและอบอุ่นดีค่ะ.. ขอบคุณที่แนะนำหนังดีๆแบบนี้นะคะ :D
ไม่เกี่ยวกับใคร(ในตอนนี้) ชอบจิงเลย คำนี้ งดเศร้า….. แต่มันเศร้าเองง่ะ ไม่ได้งด
เขียนความคิดเห็น