จะว่าไป ผมไม่เคย รีวิว หนังสือเลยสักเล่ม ว่าแล้วก็ลองดู
หนังสือเล่มแรกที่จะ “Long do” นั้น … มีนามว่า “หน่อไม้”
“หน่อไม้” เป็นหนังสือเล่มหนา ขนาด 414 หน้า
ผมไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ ครับ … เล่มนี้ เป็น “ชนกลุ่มน้อย” บนชั้นหนังสือที่บ้าน
คุณเคยได้ยินไหม “รักแท้ แพ้ระยะทาง”
สำหรับ “หน่อไม้” แล้ว รักแท้ ไม่แพ้ ป. 4 ครับ
– ป.4 ยังไม่ “หนา” เท่าเล่มนี้
(เกี่ยวกันนะครับ อ่านดีๆ – ประโยคชี้เป้า เกรงจะไม่ฮา)
ผมไม่ใช่คนขี้เหนียว ส่วนใหญ่ถ่ายคล่อง ถ่ายทุกเช้า
แต่ ราคา 210 บาท ได้นักเขียนมือชง(ให้ตบ) มา 3 คน
[ทรงกลด + นิ้วกลม + ทรงศีล]
เฉลี่ยคนละ 70 บาท … ราคาดีกว่า เล่มไหนๆ ที่พวกเขา “โชว์เดี่ยว”
+++
คุณนิ้วกลมครับ
นิ้ว(กลมๆ)โดดเด่นอยู่ตรงกลางระหว่าง “ทรง” ทั้งสอง แลดูไม่เหมาะครับ
โดยเฉพาะกับเด็กอายระหว่าง 5-40 ปี
ขอแนะนำให้ใช้นามปากกา “ทรงนิ้ว” หรือ “นิ้วทรง” – ดู ally กว่า ~~~ เอ้า ฮา !
+++
นอกจาก 3 นักชงแล้ว ยังแถมด้วยประสบการณ์ของน้องๆ อีก 44 คน
ถ้านำมารวมทั้งหมด 47 คน ตกเฉลี่ยเกือบ 5 บาทต่อคน … ซื้อครับซื้อ
โชคดี ที่ยังไม่นับรวม 44 dads and 44 moms = 88 parents
ไม่อย่างนั้น ผมคงต้องซื้อหน่อไม้สักสองเล่ม
คุณทรงกลด ครับ
พยายามทำสถิติให้ครบ “ร้อยพ่อพันแม่” ให้ได้ – สู้ๆ
3 นักชง กับ 44 นักฝัน ไม่ได้เดินทางเข้าบ้าน AF หรอกนะครับ
พวกเขาไปปลูกป่า … ไป-ปลูก-ป่า (ย้ำทำไมวะเนี่ย)
ผมไม่เชื่อหรอก ว่าปลูกป่าจะช่วยลดโลกร้อน
มันอาจทำให้โลกเย็นลงบ้างเท่านั้น
… ปริมาณการตัดป่า กับ ปลูกใหม่ ไม่สมดุล ต่างหาก
นี่เอง เป็น “เป้า(หมาย)” ของ คุณทรงกลด
คุณทรงกลด คิดว่า นักเขียน “ตัดป่า” ทางอ้อม
เพราะยิ่งเขียน ยิ่งขาย ยิ่งพิมพ์ … ก็ยิ่ง “ตัดป่า”
ไอเดียนี้ ซื้อครับซื้อ
คุณเคยโบกรถ(ขอนั่งฟรี)ไปเที่ยวต่างจังหวัดไหม … ไม่เคยสิท่า
เห็นผมอวบๆ อย่างนี้ก็เถอะ … ยังไม่เคยโบกรถเหมือนกัน (อ้าว … ไอ่ …)
กรรมวิธีการเขียนของนักชงทั้ง 3 ถูกวาง(ตัว)ไว้อย่างเป็นระบบ !
กล่าวคือ (กล่าวเป็นทางการ) พวกเขาใช้ระบบ “ต่างคนต่างเขียน”
แต่คนเอามาวางนี่สิครับ … ขั้นเทพ (เทพ โพธิ์งาม) อ่านแล้วลื่นคอดีจริงๆ
แม้บรรยากาศ “ภูเขาเปื้อนเมฆ” ที่เชียงดาว จะห่างไกลจากบ้าน AF หลายกิโลฯ
เมฆที่ว่า ยังอุตส่าห์เปื้อนฝน อีกด้วย … แต่นั่นกลับเป็นวัตถุดิบอย่างดี
“หน่อไม้” ทั้ง 44 อวบอิ่มไปด้วยความฝัน และ ไม่มีใครปล่อยให้มันลอยนวล
ตามสโลแกนที่ว่า ….
เก็บจอยสติ๊กไว้ที่บ้าน แล้วมา กระหน่ำยิง “เม็ดฝัน” ใส่กัน ให้มันหยด !
ไม่เพียงเท่านั้น “หน่อไม้” ยังแถมฟรี “รักเล็กๆ” ให้ผู้อ่านคอยสังเกตุการณ์
ผ่านกล้องวงจรปิดตัวน้อย … ภาพถ่าย(มั่ว) … มิวสิควีดีโอ Falling Slowly
… และ ตัวการ์ตูนบุคลิก “โบฮีเมี้ยน-โบฮีเมี่ยน” !
โอ้มาช่า (โอ้)ซาร่า กับ ไอ้จ๊อด …
นี่ผมยังไม่ได้ รีวิว เลยหรือ เพราะมัวแต่ รีวาย อยู่นั่นเอง
เหลือบดูหน้าปก “หน่อไม้” อีกครั้ง … และ อีกหลายครั้ง
ภาพสีน้ำ บนปกนั่น … ใครเป็น “คนวาด” คุณสามารถคุยกับเขาได้ จากในเล่ม
อะอะ … ลองสัมผัสกระดาษปกดู เสียก่อน(ห่อปก) … นี่มัน “แคนวาส” ชัดๆ
น่าจับ “คนคิด” มาตีตูดสักป้าบ !
5 โมงเย็น … ใต้ต้นไม้ใบกว้าง ริมคอร์ทเทนนิส !
ผมหยิบกระดาษคั่น ที่น้องสาวหน้าตุ่ย – คนขายในร้านหนังสือ – ให้มา
… เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อ
หันซ้าย บิดขวา มองหาใบไม้สักใบ … ควั่บๆ (เสียงหันซ้าย บิดขวา)
อ่า … ผมได้กิ่งไม้เล็กๆ แอนด์ เดอะ แห้งๆ มากิ่งหนึ่ง นำมาใช้คั่นหนังสือ แทน
มาถึงตรงนี้ ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า ปลูกป่า ไม่ช่วยลด “ร้อนโลก”
แต่ ช่วยให้โลกเย็น เย็นเพราะเม็ดฝัน
เม็ดฝัน ดีกว่า เม็ดฝน ตรงที่ ถึงมันจะตกหนักแค่ไหน ก็ไม่เคยทำให้น้ำท่วมโลก
คำคม – หลังข่าว :
ใครไม่อ่านหนังสือ เป็นหมา
ใครไม่อ่าน “หน่อไม้” เป็น … เป็น
… เป็น ผักกาด(ปี)จอ !
ขุนอรรถ
Slide : แม่ออน – เชียงใหม่
Song : Let Me Take You There – Plain White T’S







19 ความคิดเห็น
ตอนนี้อ่านไปได้ครึ่งเล่มครับ เป็นนักเขียน (นักชง) ที่ผมชื่นชอบทั้งสามคน
ไม่น่าเชื่อว่าทรงศีลจะเขียนหนังสือได้ด้วย นอกจากวาดรูป (ฮา)
หามาอ่านกันครับ ของเขาดีจริง
อ่านจบแล้วนึกถึงตอนทำค่ายน่ะเจ้าค่ะท่านขุน
๑.ทำไมข้าเจ้าบ่ะมีหัวหน้าค่ายหล่อ ใจดี อบอุ่น อ่อนโยน ชวนเคลิ้มแบบพี่ก้อง-ทรงกลดมั้งว้า
มีแต่ถึกๆ โหดๆ แล้วในฐานะน้องสาวคนสนิท มักโดนทำงานแบบถึกๆ ทั้งนั้น
เป็นต้นว่า ทำกับข้าวเลี้ยงชาวค่าย
โอว…อย่านึกว่าง่ายนะท่านกับการทำกับข้าวให้ถูกปากคนร่วมห้าสิบชีวิตเนี่ย
แล้ว…ขอโทษเถอะสมัยนั้นความที่เคยแต่มีหนุ่มๆ ทำกับข้าวให้กินไม่เคยทำเอง
คิดดูสิว่ามันเป็นงานสาหัสขนาดไหน
๒.ทำไมในบรรดามนุษย์ร่วมค่ายไม่มีใครที่ข้าเจ้าสามารถคุยได้อย่างเข้าถึงความรู้สึกได้เลย
ทำไมไม่มีใครรู้จักเฮสเส ทำไมไม่มีใครรู้ว่าจิตร ภูมิศักดิ์ เป็นใคร ทำไมไม่คุยกับเรื่องความฝัน
ทำไมคุยกันแต่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ทำไมจ้องแต่จะจับคู่ให้ใครต่อใครในค่าย
ทำไมเราไม่มีเพื่อนที่รู้จักคิดอย่าง “คุณเอ๋-นิ้วกลม” ไปด้วยกันบ้าง
๓.ค่ายสุดท้ายที่ไปทำนั้น ข้าเจ้านั่งรถไฟไปหลังสวน-ชุมพร
ไปสร้างห้องสมุดให้กับโรงเรียนแห่งหนึ่ง ณ อ.ละแม
ค่ายนั้นอุดมไปด้วยพี่ ป.โท ที่กำลังจะจบกัน
โอว…ดาวคณะ ดาวเอก ส่องแสงกันวุ่น
แต่ละแม่หญิงนั้นเล่า ลูกคุณหนูกันทั้งนั้น
เป็นมนุษย์จำพวกรู้จักปารีส อิตาลี แต่ไม่รู้ว่าชุมพรอยู่ตรงไหน
เหมือนจะโบฮีเมี้ยนพอฟัดพอเหวี่ยงกับทรงศีล (ฮา)
และ๔. เกือบแล้วๆ ดีนะที่ข้าเจ้าติดงานทางใต้ไม่ได้ไปด้วย
ไม่งั้นหนังสือเล่มนี้หน้าปกคงไม่ได้เปื้อนแค่สีชมพูของทรงศีล
อย่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะเจ้าคะท่านขุน
ข้าเจ้านี่ต้นตอตำนานผ้าห่มอุ่นกรุ่นรักของค่ายเชียว
จากนั้นมา น้องๆ มักหมายตาช่วงชิงผ้านวมผืนนี้
โดยที่น้องไม่รู้เลยว่า นังพี่คนนี้มันเปลี่ยนคนควงทุกทีที่ออกค่ายใหม่ (ฮา)
ปล.ผักกาดปีจอบ่ะฮู้จัก ฮู้จักแต่ผักกาดจอ ลำแต้ๆ เจ้าท่านขุน
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด
บ้านพร้อมที่ตรงนี้เท่าไหร่คะท่านขุนจะหยอดกระปุกไว้ซื้อมั่ง
แม่ออนนี่ไกลแม่แตงขนาดไหน
กึ๊ดเติ้งหาจะได้ไปถูก
นับเป็นโชคดี ของ พี่ทรง พี่ทรง และ พี่นิ้ว
มิฉะนั้น ค่ายปลูกป่า อาจกลายเป็น ค่ายปลุกปล้ำ (ฮา)
ผ้านวมที่แม่ฯ ว่ามา … เกี่ยวข้อง และเป็นที่มาของ “ผีผ้าห่ม” ก่คับ ?
บ้านนั้น ไม่ใช่ของผม ของพี่ที่ชวนไปอยู่ใกล้ๆ กัน
ถ้าไม่ผิดพลาดอะไร … คงได้เป็น ชาวบ้านแม่ออน (หวังสูง!)
ไม่ต้องหยอดกระปุก ขะรับ … จะเปิดห้องไว้ให้มาพัก ไม่มา มีเคือง
แม่ออน ห่างจาก เมืองเชียงใหม่ 25 กิโลครับ ทิศเดียวกับสันกำแพง
… ว่าแต่แม่แตง อยู่ตรงไหน (ฮา)
: )
มาแก้ข่าว…ผ้านวมหาได้เกี่ยวข้องอันใดกับผีผ้าห่มนะเจ้าคะท่านขุนอรรถ
เรื่องมันเริ่มที่ข้าเจ้าเตรียมงานค่ายวันต่อไปจนหลับคาห้องสมุด
แล้วมีป้อจาย(ละอ่อน)เอาผ้านวมมาห่มให้
แล้วตั้งแต่นั้นเฮาก็ฮักกัน
ไอ้ที่น้องๆ พากันแย่งชิงนี่ อยากแย่งชิงไปห่มให้คนที่ตนหมายปองน่ะท่าน
แม่แตงอยู่ห่างจากเจียงใหม่ราวสี่สิบกิโลเมตรเจ้า ทางไปเมืองปาย
จะอี้ความห่างระหว่างเฮาก็เป็นตัว L
ข้าเจ้าอยู่ปลายด้านบน ท่านขุนอยู่ปลายอีกด้านที่สั้นกว่า
โดยเส้นทางเฮามาตัดทำมุมกันที่ตัวเมืองเจียงใหม่
เข้าใจก่ เข้าใจก่ท่าน :D
อ๋อ … มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
จุดตัดระหว่าง แม่ออน กับ แม่แตง นี่อยู่หน้า “ร้านเล่า” เป็นแน่
ไม่ได้ไปเดิน จุ่มหัว ที่ร้านเล่านานแล้ว ชักคิดถึงซะแล้ว
: )
น้องๆ กลุ่มนี้ … คูลล์เชียวแม่ฯ
http://www.nokhookdesign.com/books_room.htm
ช่วงนี้ งดซื้อหนังสือพักหนึ่งครับ เพราะอ่านหนังสือจบช้ามากๆ อ่านกันเป็นปี ได้ยินคำร่ำลือ ก็จะจำไว้ในใจ เผื่อวันนึงได้อ่านนะครับ อิอิ
น้องๆ กลุ่มนี้ … คูลล์เชียวแม่ฯ
http://www.nokhookdesign.com/books_room.htm
v
v
v
หุหุ
v
v
v
ก็คูลล์เหมือนข้าเจ้านี่ล่ะ
(ฮา)…ฮิ้ววววววววววววววววววววว
เอามะพร้าวห้าวมาขายสวนเหรอเจ้าคะ
ข้าเจ้าน่ะหลานชาวสวนนะเออ
ว่างๆ ท่านขุนแวะไปที่ร้านเปิ้นสิเจ้าคะ ร้านนกฮูกน่ะ
ไปซื้อเสื้อมาใส่ ไปซื้อโปสการ์ดมาเขียนเล่น
อนุกูลหรือนกฮูกนี่เป็นหนึ่งในสี่หนุ่มแก็งค์คนหนุ่มของหมอนิลไงเจ้าคะ
อา…กลับเฮือนล่ะเจ้าค่ะ
ปากดีมากๆ เดี๋ยวท่านขุนเลิกฮัก (ฮา)
เอ่อ…จุดตัดนั้นเป็นร้านสุดสะแนนดีกว่าไหม (ฮา)
กึ๊ดเติ้งหาขนาด
555 อ้าว เออ อ่า
… แป่ว
ว้า อย่างนี้ จะหนีไปไหนพ้นล่ะ ทั่นอิ่ม ช่วยกระผมด้วย
ฮิ้วววว
: )
เอ่อ อ่า … ง่านเข้าเหคอ คุณ pat
น่าสนใจครับ สงสัยต้องไปหามาอ่านบ้างแล้ว
เข้ามาทักครับ ไม่ได้เข้ามาซะนาน เกีอบเดือนได้มั้ง เห็นวิวเชียงดาวสวยดีอยากไปพักให้รักไม่กำเริบ ถ้าจะดี (ตังค์นะมีใหม) 555
ปล่อยมาเมื่อวันที่ ๑๙ ป่านฉะนี้ท่านขุนหายไปไหน?
หวังว่าที่ห่างหายท่านคงไปซาบซึ้งกับ ONCE
ไม่ได้เจ็บได้ป่วยอีกนะคะท่านขุนอรรถ
ว่าจะมาตอบ entry ล่าสุด ไม่ทันซะนั่น
ปล. เชียงดาวไปง่ายกกว่าที่คิดแหละครับ ^^
สนุกใช่ใหม จะได้หาเวลาอ่านเพราะ มันนอนแช่อยู่ที่ห้องมาพักหนึ่งแล้ว เสาร์นี้เจอกันแน่
ยินดีต้อนรับครับ คุณ 101 …
“หน่อไม้” สนุกดีครับ ยิ่งหากอยู่ในโหมด bagpacker หรือ greenpeace ด้วยล่ะก็ รับรอง … สนุกเพิ่มขึ้น 13.04% !
: )
One Trackback/Pingback
[...] รีวิว “หน่อไม้” … ปลายเชียงดาว ภูเขา… [...]
เขียนความคิดเห็น