









สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจาก มหาลัยชีวิต
เกือบทุกวันผู้คนที่ต้องสัญจรผ่านไปผ่านมาแถวๆ บริเวณสะพานพุทธ จะเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง กำลังง่วนอยู่กับการขี่จักรยานคันเล็กๆ ใช้มันทำท่าทำทางแปลกๆ ผาดโผนๆ ให้ตื่นเต้นตกใจเสมอ รูปลักษณ์ภายนอกผู้คนมองว่า เขาดูเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป ที่หาแหล่งมั่วสุ่มเสเพล แสดงความโดดเด่นอยากดัง แต่ในทางกลับกัน... ใครจะรู้ว่าเขาเป็นถึงแชมป์เหรียญทองเอเชียนอินดอร์เกมส์
"ตูน" ภาคภูมิ ภู่สอาด บัณฑิตจากรั้ว มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผู้หลงใหลและหลงรักในการเล่นจักรยาน BMX เล่าถึงที่มาที่ไปว่า ผมเริ่มสนใจเล่นจักรยาน BMX ตั้งแต่ตอนอายุ 16 ปี ตอนนั้นเห็นเขาแข่งในโทรทัศน์ ตื่นเต้น อยากเล่นได้บ้าง ผมเลยไปให้พี่ๆ ที่เขาเปิดร้านจักรยานแถวๆ คลองถมสอน เขาก็สอนให้ เริ่มจากจักรยานธรรมดาๆ ราคาไม่แพง และเล่นมาเรื่อยๆ ฝึกเองบ้าง ถามพี่ๆ เขาบ้าง ตอนนี้ก็ 8 ปี แล้วครับ จนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมไปแล้ว ทุกวันนี้ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากเล่นจักรยาน BMX บางคนเรียนจบมาก็ทำงานตามบริษัท ผมก็เรียนจบมาก็ใช้การเล่นจักรยาน BMX เป็นการหารายได้

ทุกๆ วันจันทร์-ศุกร์ "ตูน" จะเดินทางออกจากบ้านเพื่อมาฝึกซ้อมขี่จักรยาน ตั้งแต่เวลา 8.00-16.00 น. เป็นประจำ ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเขาก็ใช้ชีวิตปกติธรรมดา ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่จริงๆ แล้ว ทุกครั้งที่เขาต้องเดินทางไปซ้อม ฝึกฝน หรือแข่งขัน ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เขาก็ไม่เคยได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐ เงินทุกบาททุกสตางค์มาจากทุนทรัพย์ส่วนตัวของเขาเองแทบทั้งนั้น ทั้งๆ ที่บางรายการ เขาเป็นตัวแทนไปแข่งขันในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทย ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้รับการสนับสนุนเหลียวแล ความน้อยใจก็ไม่เคยปรากฏในสารานุกรมฉบับของตูน
"ทุกวันนี้ผมไม่มีรายได้อะไร อาจจะมีจากงานแข่งบ้าง งานโชว์บ้าง ซึ่งมันก็ไม่ได้มีบ่อย แต่วันๆ ผมก็ไม่ได้ใช้เงินเยอะอะไร ใช้วันละไม่ถึงร้อย อุปกรณ์ที่ฝึกเราก็พอจะมี ผมเลยไม่ได้ลำบากอะไรมาก แต่ผมได้น้อยใจอะไร ถ้ามีคนสนับสนุนก็ดี ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นอะไร ผมไม่มีปัญหาอะไร ไม่เคยเรียกร้อง หากมีรายการแข่งขันผมก็หาเงินไปเอง เพราะความฝันของผม คือ อยากเป็นแชมป์โลก และผมภูมิใจทุกครั้งที่ได้ไปแข่งในฐานะตัวแทนจากประเทศไทย ณ ตอนนี้ผมยังไม่มีทุนที่จะไปได้ทั่วโลก ถ้ามีสนามเก็บคะแนนในเอเชียผมคงไปได้ แต่ถ้าไกลกว่านั้นทุนผมยังไปไม่ไหว"

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่ เขาจะได้รางวัลจากการแข่งขันติดไม้ติดมือกลับบ้านอยู่เสมอ แต่ทว่า ก็ยังมีเสียงดูถูกดูแคลนจากผู้คนรอบข้างให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ
"เคยมีคนถามผมว่าเล่นจักรยานแล้วได้อะไร เล่นไปทำไม ผมก็ตอบเขาไปว่าได้ทุกอย่างที่อยากได้ ใน 1 ปี ผมได้เดินทางไปแข่งขันที่ต่างประเทศ 2 รอบ ซึ่งก็เหมือนได้ไปพักผ่อน บางคนทำงานทั้งปียังไม่ได้ไปเหมือนผมเลย ผมว่ามันแล้วแต่มุมมองของแต่ละคน ดีที่พ่อแม่ผมเข้าใจ ทุกวันนี้ผมคิดว่าหมดตัวไม่เป็นไร ขอแค่ได้เล่นจักรยาน เล่นกันจนกว่าสังขารจะไม่ไหวแล้วค่อยว่ากันอีกที เพราะกีฬาประเภทนี้ต้องใช้ความอดทน มันเล่นยากแต่เลิกง่าย บางคนฝึกแล้วก็ท้อ หรือมีงานก็เลิกราไป มันต้องอาศัยความทุ่มเทอย่างสม่ำเสมอ"
คนหนึ่งคนกับศรัทธาอย่างแรงกล้าในสิ่งที่ตนเองรัก ไม่ว่าอุปสรรคจะมากน้อยเพียงใด เขาก็จะฟ่าฝันมันไปได้ และในที่สุดความมุ่งมั่น ความศรัทธา ก็จะกลับมาเป็นฐานให้ยืนอยู่สูงเสียดฟ้า เพื่อมองลงมาดูความสำเร็จที่เคยผ่านมาทั้งหมด ซึ่งตูนกับจักรยาน BMX ก็กำลังก้าวขึ้นไปสู่จุดๆ นั้น อย่างมุ่งมั่นและมั่นคง
คลิปวิดีโอ สู้เพื่อฝัน ... แม้ไร้คนเหลียวแล ช่วงที่ 1
คลิปวิดีโอ สู้เพื่อฝัน ... แม้ไร้คนเหลียวแล ช่วงที่ 2









| ส่งกระทู้นี้ไปให้เพื่อน |
||
| เมล์คุณ: | เมล์เพื่อน: | |
















|