| คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น |
|
|
|
 |
ภาวะผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง เพราะมีปัจจัยมากระทบหลายหลากรูปแบบ ทั้งนักเก็งกำไรในตลาดหุ้น ทั้งภาวะธรรมชาติเมื่อพายุพัดกระหน่ำแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงไม่แน่นอนและนับวันจะยิ่งสูงขึ้นๆ
นอกจากปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว พลาสติกเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มนุษย์เป็นผู้ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมา และนับวันก็ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นๆ แม้จะมีการตื่นตัว และรณรงค์ให้นำเอาพลาสติกกลับมาใช้ใหม่ แต่เมื่อนำมาใช้ซ้ำหลายครั้งเข้า คุณภาพก็ย่อมเสื่อมลง ความสวยงามลดลง อีกทั้งเะมื่อเป็นวัสดุถูกนำมาใช้ซ้ำหลายครั้งจะต้องคำนึงถึงความสะอาดและความปลอดภัย ดังนั้นการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ใหม่จึงถูกคิดค้นกระบวนการใหม่ๆขึ้นจึงถูกคิดค้น
ล่าสุดงานวิจัยหาทางนำขยะพลาสติกมาใช้ใหม่นั้นก้าวไปถึงขั้นสามารถที่จะนำมาผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงได้แล้ว ทั้งนี้ผลงานวิจัยดังกล่าวเป็นจองกลุ่มนักวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (ดร.สมหมาย ผิวสะอาด,ชนิดา มงคลพร,ดราการ แสร์สินธ์,ปนิดา พลเหลา,วีราภรณ์ ผิวสะอาดและ ดร.วัชระพงศ์ วรเศรษฐพงศ์)
ดร.สมหมาย ผิวสะอาด เปิดเผยว่าการเปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์ของเหลวและก๊าซ เป็นวิธีที่ทำให้ได้สารไฮโครคาร์บอนหลายชนิด ซึ่งอาจเป็นเชื้อเพลิงโดยตรง หรือกลั่นแยกเป็นสารบริสุทธิ์ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตพลาสติกเรซินได้เช่นเดียวกันกับวัตถุดิบที่ได้จากปิโตรเลียม
การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์พลาสติกใช้แล้วให้เป็นของเหลวเรียกว่า ลิควิแฟกชัน(Liquefaction) ซึ่งเป็นวิธีไพโรไลซีส โดยใช้ความร้อนสูงภายใต้สุญญากาศและใช้คาตะลิสต์ เพื่อช่วยให้สารแยกตัวเป็นของเหลวให้ง่ายขึ้น นอกจากของเหลวแล้วยังมีผลิตภัณฑ์ข้างเคียงเป็นกากคาร์บอนซึ่งเป็นของแข็ง สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ สำหรับก๊าซที่เกิดจากกระบวนการไพโรไลซีส คือ ก๊าซไฮโครคาร์บอน ประกอบด้วย ก๊าซมีเทน โพรเพน บิวเทน เป็นต้น
การผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากขยะพลาสติก ก็เป็นการนำเอาขยะพลาสติกประเภทพอลิเอทิลีนและพอลิพรอพิลีน มาผ่านกระบวนการไพโรไลซีสกลั่นออกเป็นของเหลว โดยขยะพลาสติก 6 ตัน จะผลิตเป็นน้ำมันดิบได้ 4500 ลิตร/วัน แยกเป็นดีเซลประมาณ 50 % ก๊าซโซลีน 20% และน้ำมันเตา 30 %
ดร.สมหมายกล่าวและบอกต่อไปว่าขยะพลาสติกนั้นใช่ว่าจะเป็นพลาสติกใหม่อย่างเดียว ดังนั้นโครงการวิจัย จึงได้ใช้ขยะพลาสติกแบบฝังกลบในการทดลองด้วย ซึ่งผลที่ได้ จากการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพเปรียบเทียบกับมาตรฐานประกาศกระทรวงพาณิชย์ น้ำมันเบนซินและดีเซลปรากฏว่า
การผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากขยะพลาสติกด้วยกระบวนการไพโรไลซีส จากวัตถุดิบประเภทพลาสติกใหม่ และขยะพลาสติกเก่าฝังกลบ มีสภาวะที่เหมาะสมในการไพโรไลซีส คือใช้อุณหภูมิที่ 350-380 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 ชั่วโมงที่ความดันบรรยากาศ
ส่วนการศึกษาทางกายภาพพบว่า น้ำมันเชื้อเพลงจากขยะพลาสติกทั้งสองแบบ มีค่าจุดวาบไฟ การกัดกร่อนทองแดง ค่าความถ่วงจำเพาะ ปริมาณของกำมะถัน ปริมาณตะกั่ว แรงดันไอ ดัชนีซีเทน และการกลั่นตัว
จากผลการทดลองน้ำมันนั้นยังไม่สามารถนำไปใช้งานได้ทันที เนื่องจากน้ำมันที่ได้ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นน้ำมันชนิดใด จึงต้องนำมากลั่น และปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานต่อไป ดร.สมหมายกล่าวปิดท้าย
|
|
|