หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกท่องเที่ยว | รอบรู้เรื่องเที่ยว
 
"รัก-เรียน-รู้-เล่น อย่างสร้างสรรค์" ในพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 23 ธันวาคม 2550 16:08 น.
       พิพิธภัณฑ์ ถือเป็นหนึ่งในสถานที่เรียนรู้สำคัญอันนอกเหนือไปจากห้องเรียนและตำรา แต่ดูเหมือนว่าพฤติกรรมการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ของคนไทยยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก ด้วยเหตุนี้หน่วยงานที่เกี่ยวกับการสร้างการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์หลายๆแห่งในบ้านเรา จึงได้พยายามจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ที่ให้มีชีวิตและมีความทันสมัยมากขึ้น หนึ่งในนั้นก็คือ “พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้” ที่จะเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 เมษายน นี้ ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ในวงการพิพิธภัณฑ์บ้านเรา
       
       “พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้” เป็นหน่วยงานหนึ่งของ สถาบันการเรียนรู้และสร้างสรรค์ หรือ สรส. ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้นโยบายหลักคือ “รัก เรียน รู้ เล่น อย่างสร้างสรรค์” มีการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ “จากสุวรรณภูมิ สู่สยามประเทศ ถึงประเทศไทย” โดยสร้างองค์ความรู้ผ่านรูปแบบ Discovery Museum ซึ่งจะแตกต่างจากรูปแบบพิพิธภัณฑ์ทั่วไปของประเทศไทย เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้อย่างรื่นรมย์ สร้างสำนึกรักและเข้าใจผู้คน บ้านเมือง รู้จักเพื่อนบ้าน รวมถึงการสร้างแนวคิดและภาพลักษณ์ใหม่ของ “พิพิธภัณฑ์” ในสังคมแห่งการเรียนรู้

       ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปรษยานนท์ ประธานกรรมการบริหารสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) กล่าวถึงพิพิธภัณฑ์แนวใหม่ว่า ในความรู้สึกเดิมๆของคำพิพิธภัณฑ์จะเปลี่ยนแปลงไป เราเน้นในเรื่องขององค์ความรู้ และพยายามที่จะ เปิดพื้นที่สาธารณะให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้นอกห้องเรียน เรียนรู้ในมิติใหม่ๆ ซึ่งตรงจุดนี้บ้านเรายังขาด
       
       “พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ จะเป็นพิพิธภัณฑสถานแนวใหม่ในยุคแห่งการเรียนรู้ เพื่อสร้างประสบการณ์สดใหม่ในการชมพิพิธภัณฑ์ เน้นกระตุกต่อมคิด จุดประกายความอยากรู้สู่การค้นพบความคิดใหม่ๆ ด้วยตนเองอย่างไม่รู้จบ” ศ.ดร.อภินันท์กล่าว
       
       ด้านศาสตราจารย์ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ประธานกรรมการสถาบันการเรียนรู้และสร้างสรรค์ (สรส.) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่นี้ว่า “วัตถุประสงค์จริงของการจัดพิพิธภัณฑ์แนวใหม่คือ เพื่อให้คนที่เข้าไปชมนั้นเกิดความคิด ความสนเท่ เกิดความสนใจใคร่รู้ที่จะไปสืบค้นเรื่องราวต่างๆที่เขาได้มาพบเห็นด้วยตัวเขาเอง เป็นการค้นพบความรู้ การจัดแสดงจะเป็นการกระตุ้นให้เขามีความรู้สึกสนใจมากขึ้น”

       ดร.ชัยอนันต์ ยังกล่าวถึงแนวทางของพิพิธภัณฑ์ต่ออีกว่า “จะต้องคิดด้วยว่านิทรรศการที่จัดแสดงจะมีกิจกรรมอะไรที่จะจัดมาเสริม กิจกรรมที่จัดเสริมอาจจะเป็นการจัดสัมมนาเรื่องราวต่างที่ลึกซึ้ง หรือเป็น work shop เพื่อให้คนมาปฏิบัติตาม หรือเป็นการนำคนมาพูด สิ่งเหล่านี้เราต้องจัดเป็นเหมือนอยู่ในกระเช้าเดียวกันแต่มีของหลายๆอย่าง
       
       นอกจากนั้นจะต้องมีการจัดนิทรรศการชั่วคราวที่มีระยะเวลา 1-3 เดือน อาจจะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับนิทรรศการถาวรที่จัดไว้ก็ได้ อาจจะนำเรื่องราวบางเรื่องจากนิทรรศการถาวรที่เราเห็นว่ามีความสำคัญและมีความน่าสนใจดึงออกมา สิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์แนวใหม่ทำให้หลายสิ่งมีความสัมพันธ์กัน ไม่ใช่ว่ามีนิทรรศการถาวรอย่างเดียวก็เป็นที่พอใจแล้ว เราหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่โน้มน้าวให้เด็กๆและคนที่มาดูมีความสนใจ”ศ.ดร.ชัยอนันต์กล่าว

ผู้เข้าชมสามารถถ่ายรูปและจับต้องสิ่งของภายในพิพิธภัณฑ์ได้
       สำหรับในส่วนของรายละเอียดของพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งแรกนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พัชรี ชินธรรมมิตร รองผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้สถาบันการเรียนรู้และสร้างสรรค์ (สรส.) เล่าให้ฟังว่า พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งนี้ใช้เนื้อที่เดิมของกระทรวงพาณิชย์ ลักษณะของอาคารเป็นอาคารเก่ารูปแบบนีโอคลาสสิก สร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 มีการบูรณะอาคารเพื่อจัดทำนิทรรศการโดยใช้เนื้อที่ในการจัดแสดงนิทรรศการ 3,000 ตารางเมตร มี 3 ชั้น แต่ละชั้นมีระเบียงยาว ด้านหน้ามีห้องโถง มีบันไดขึ้นสองข้างสวยงาม และมีห้องใต้หลังคาสูง ภายนอกอาคารมีต้นไม้ใหญ่ทั้งด้านหน้าและด้านข้าง พื้นที่โดยรวมทั้งหมดของบริเวณพิพิธภัณฑ์มีประมาณ 7 ไร่
       
       “พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ภายใต้นโยบาย รัก เรียนรู้ เล่น อย่างสร้างสรรค์ เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งความเพลิดเพลิน เราได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำพิพิธภัณฑ์ เรื่องราวของเรายาวนานกว่า 2,000 กว่าปี ตั้งแต่ดินแดนแห่งนี้เรียกว่าสุวรรณภูมิ ซึ่งดินแดนแห่งนี้มีความหลากหลายทางชีวภาพ ตรงนี้เราใช้ชื่อนิทรรศการว่า “กว่าจะเป็นไทย” เราต้องการให้นิทรรศการกับผู้ที่เข้าชมมีปฏิสัมพันธ์กันหรือจูนกันได้ ซึ่งแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ทั่วๆไปที่เพียงแต่นำวัตถุมาตั้งวางไว้เท่านั้น นอกจากนั้นยังสามารถแตะต้องได้ หยิบจับได้ ถ่ายรูปได้”
       
       ผศ. พัชรีกล่าว ก่อนอธิบายเพิ่มเติมว่า สำหรับเรื่องราวที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์มี 3 เรื่องด้วยกัน คือ เรื่องราวของคนกับคน คนกับสิ่งแวดล้อม และเรื่องราวของคนกับภูมิปัญญา เราจะเน้นที่เรื่องราวต่างๆในเรื่องของคน การนำเสนอแบบชวนติดตามหาคำตอบไปเรื่อยๆ เราอยากใช้ชื่อ พิพิธภัณฑ์นี้ว่าพิพิธภัณฑ์แห่งสติปัญญา เราต้องการให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ให้คนที่เข้ามาไม่ว่าเด็กหรือเยาวชนที่เข้ามาสามารถที่จะไปศึกษาเพื่อให้เกิดความรู้ในเรื่องราวต่างตั้งแต่สุวรรณภูมิถึงสยามประเทศ และไปสู่ประเทศไทย
       
       โดยพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ได้จัดแบ่งห้องแสดงนิทรรศการออกเป็น 15 ส่วน เพื่อเรียงร้อยเรื่องราวตั้งแต่อดีตจนกระทั่งปัจจุบันและอนาคตให้ง่ายต่อการเข้าใจ สำหรับห้องแรกคือ “ห้องเบิกโรง” (Thai People Immersive Theater) เป็นการกล่อมให้ผู้เข้าชมได้รู้สึกว่ากำลังจะเริ่มต้นย้อนตนเองไปเรียนรู้และคนหาเรื่องราวต่างๆก่อนที่จะนำไปยังห้องต่อไป
       
       ห้องที่สองคือ “ห้องเปิดตำนานสุวรรณภูมิ” (Introduction to Suvarnabhumi) แสดงแหล่งกำเนิดอารยะธรรม รวมทั้งวิวัฒนาการสังคมก่อนจะมาเป็นบรรพบุรุษสุวรรณภูมิ, ห้องถัดไปคือ “ห้องสุวรรณภูมิ” (Suvarnabhumi) นำเสนอเรื่องราววิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อของผู้คนในดินแดนสุวรรณภูมิ, “ห้องพุทธศาสนา” (Buddhism, a Uniting Belief) จัดแสดงเพื่อให้เข้าใจถึงหัวใจของพุทธศาสนาซึ่งทำให้สังคมสงบสุข

       ต่อจากห้องพุทธศาสนาคือ “ห้องกำเนิดกรุงศรี” (The Founding of Ayuthaya) การจัดแสดงแบบ Multi-media เพื่อให้เห็นแว่นแค้นต่างๆก่อนกำเนิดสยามประเทศ และวีรบุรุษผู้สร้างกรุงศรีอยุธยา, “ห้องสยามประเทศ” (Siam Prathet) แสดงเรื่องราวต่างในสมัยกรุงศรีอยุธยารวมถึงแสดงกระบวนพยุหยาดตราทางชลมารคพระราชสัญลักษณ์แห่งสมมุติเทวราชของกรุงศรีอยุธยา
       
       ถัดไปเป็น “ห้องสยามยุทธ์” (War Room) แสดงถึงเกมอำนาจยุทธวิธีป้องกันตัวเองของกรุงศรีอยุธยาและพิชัยสงคราม, "ห้องแผนที่ ความยอกย้อนบนกระดาษ" (Siam Mapped, Changing Boundaries) แสดงถึงกำเนิดของแผนที่ประเทศ, “ห้องกรุงเทพใต้ฉากอยุธยา” (Bangkok : New Ayutthaya) แสดงให้เห็นถึงความคิดที่สร้างกรุงเทพฯ ให้เหมือนกรุงศรีอยุธยา
       
       ห้องที่สิบคือ “ห้องชีวิตนอกกรุงเทพ” (Village Life) แสดงถึงวิถีชีวิตภายใต้กฎของธรรมชาติ, “ห้องแปลงโฉมสยามประเทศ” (Changes) เป็นการจัดแสดงให้เห็นสยามใหม่ภายใต้ร่มเงาตะวันตก, “ห้องกำเนิดประเทศไทย” (Politics & Communications) จัดแสดงการเปลี่ยนผ่านจาก สยาม กลายเป็น ไทย

       จากนั้นมาถึง “ห้องเมืองไทยวันนี้” (Thailand Today) และสุดท้ายคือ “ห้องมองไปข้างหน้า” (Thailand Tomorrow) เน้นการจัดแสดงที่ชวนให้คิดและตระหนักว่า อนาคตประเทศไทย แท้จริงอยู่ในมือของคนรุ่นปัจจุบันนั่นเอง
       
       ด้าน นิรุตต์ โลหะรังสี สุดยอดแฟนพันธุ์แท้กรุงศรีอยุธยา 4 ปีซ้อน และ Brand Ambassador พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผู้ที่จะเข้ามาชมไม่ได้เจาะจงเฉพาะแค่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็ก วัยรุ่น เยาวชน เท่านั้น เพียงแค่ถามตัวเองว่าเราจำเป็นต้องรู้เรื่องราวเก่าๆหรือเปล่า ถ้าหากเราอยากรู้ไม่ว่าจะเพื่ออะไรก็ตาม หรือเราจำเป็นต้องรู้ ผมคิดว่าเมื่อไรก็ตามที่เกิดคำถาม เกิดคำว่า “อยากรู้” ขึ้นมาสักนิดเดียว ที่นี่จะเล่าเรื่องราวต่างๆได้ดีมาก ขอเพียงแค่อยากรู้สักนิดหนึ่งวัยไหนก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด”
       
       ในเรื่องของอนาคต ดร.อภินันท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ตอนนี้เราได้เดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ และสร้างเครือข่ายพันธมิตรพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเราหวังว่าในอนาคตกระบวนการต่างๆในลักษณะของการเรียนรู้จะขยายออกไปสู่กรุงเทพฯและต่างจังหวัดด้วย เครือข่ายในต่างจังหวัดที่มีมากมายถือเป็นมิติใหม่ที่ดีที่เราเคยรู้สึกว่าพิพิธภัณฑ์ไม่น่าเข้า เป็นที่เก็บแต่สิ่งที่ตายแล้ว ความคิดนี้จะเปลี่ยนไป การเข้าสู่พิพิธภัณฑ์จะเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคน”
       
       * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
       
       พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ตั้งอยู่ที่ ถ.สนามไชย เขตพระนคร กรุงเทพฯ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค. 50 – 2 เม.ย. 51 ถือเป็นช่วงเปิดทดสอบระบบและความพร้อม โดยจะเปิดให้เข้าชม(ฟรี) ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ แต่จะเปิดเฉพาะผู้ที่ติดต่อมาเป็นหมู่คณะเท่านั้น และต้องติดต่อเข้ามาก่อนล่วงหน้าเพื่อจัดหาวิทยากรในการพาชม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อขอเข้าชมได้ที่สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ โทร.0-2357-3999 ต่อกลุ่มงานวิชาการและการศึกษา

ข่าวล่าสุด ในหมวด
"บางกะจะ" ดินแดนแห่งประวัติศาสตร์
โฮมสเตย์ไทยมีทั้งได้และเสีย
10 แหล่งท่องเที่ยว ไม่ควรพลาดที่ราชบุรี
เปิดประสบการณ์ใหม่โลกใต้น้ำ“CHIANGMAI ZOO AQUARIUM”
สัมผัสวิถีชุมชน ที่ "บ้านโคกเมือง" ปราสาทเมืองต่ำ
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
ชมวิว 2 สไตล์ ในกรุงเทพมุมสูง
แผนที่และการเดินทางไปยังร้าน "ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ชินเขต2/8จัดจ้าน โดนใจ"
เที่ยวตลาด / วินิจ รังผึ้ง
"ครัวแสวง บางขุนเทียน-ทะเล" พิเศษสุด "เมนูวันพ่อ" / แม่ช้อยนางรำ
"โตเกียว" เที่ยวได้ไม่รู้เบื่อ
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงความคิดเห็นผ่านเว็บบอร์ด
จำนวนคนอ่าน 3848 คน จำนวนคนโหวต 9 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
 
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการรายสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Metro Life | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | Dajiahao | ThaidayEvent | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2008 Thaiday Dot Com Co., Ltd.