อาณาจักรสัตว์ ๑

Date ลำดับที่ 271 • 9 January 2008 - 02:30

ถ้าจะเล่าให้ฟังกันว่าผมไม่ได้เรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือประวัติศาสตร์มาเลยออกจะแปลกชอบกลนะครับ เนื้อหาที่เขียนก็เกี่ยวเนื่องกับการเมืองเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยที่จริงผมเรียนมาสายวิทย์ ในปีกชีววิทยา (บวกเคมี) โดยเฉพาะกลุ่มวิชาสัตววิทยา อนุกรมวิธาน และวิทยาศาสตร์ทางทะเล พูดถึงอนุกรมวิธาน หรือ Taxonomy ส่วนใหญ่จะร้อง อ๊๋ยยยยย.. แต่นั่นแหละวิชาที่ผมเกี่ยวข้องมากสุดและชอบเป็นชีวิตจิตใจ ..กลิ่นทะเล น้ำขึ้น-น้ำลง และเรือประมงที่ใครสักคนลากผมไปดู ดึงความรู้สึกเก่าๆ ผมกลับมา เป็นแรงผลักให้ผมอยากกลับไปทำวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ทะเล นั่งจมกอง text book, paper ตัวอย่าง เครื่องมือผ่าตัดทำเอง สารฟิกซิ่ง ภาพวาดดินสอ ลายมือหยุกหยิกๆ ของตัวเอง เสื้อดิดโคลน ติดทราย รสเค็มทะเล หลังจากนี้ถ้าหากจะได้เขียนอะไรที่นี่น้อยลงอย่าว่ากันนะครับ หรือจัดสรรปันส่วนเวลาใหม่ก็ค่อยว่ากันอีกที

seaslugstudy

ไหนๆ ก็บอกเล่าแก่กันแล้วว่าความถนัดและสาขาที่เรียนเกี่ยวข้องกับอะไร ผมเลยอยากชวนคุยเกี่ยวกับสัตว์เสียสักหน่อย ผมเองก็นับตัวว่าเป็นสัตว์เขตร้อนหรือ Tropical Animal มาตลอด สัตว์ทั้งหมดทั้งปวงรวมทั้งคนด้วยถูกจัดรวมไว้ใน “อาณาจักรสัตว์” บ้างก็เรียก Animalia ตรงๆ บ้างก็เรียก Metazoa แล้วแต่มุมที่จะมองว่าจะยึดตามหลักใด

ขอไม่ลดต่ำไปกว่า Animalia แล้วพูดถึง Prokaryotes อย่างพวกแบ็คทีเรีย เดี๋ยวจะหาว่านินทานักการเมือง พรรคการเมือง เพราะพวกนี้มักควบๆ รวมๆ แล้วไปกองๆ กันที่สารอาหารมีความเข้มสูงคล้ายๆ กัน

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Mammals) อยู่ในคลาส Mammalia บางชนิดมีลักษณะอย่างหนึ่งที่คล้ายกันและน่าสนใจ คือ พฤติกรรมรวมกลุ่มเป็นฝูงและมีอาณาเขต แต่ละฝูงจะมีหัวหน้า หรือ จ่าฝูง อย่างลิงซิมแพนซี (ที่มีความใกล้เคียงกับคนสูง) หมาป่า ไฮยีนา หัวหน้าฝูงอาจเป็นได้ทั้งเพศเมียและเพศผู้ บางชนิดเฉพาะเพศเมีย เบื้องแรกอาจมาจากผลของการต่อสู้กัน ตัวที่แข็งแกร่งกว่า มีความสามารถในการล่า-หาอาหารสูงกว่ามักได้เป็นหัวหน้า และต้องถูกยอมรับจากสมาชิกในฝูง ฝูงลิงซิมแพนซีและหมาป่า จะมีการจัดลำดับชั้นในฝูง ระดับหัวหน้าและผู้ใกล้ชิดจะได้กินก่อน ได้เนื้อชิ้นงามและสิทธิพิเศษอื่นๆ และบ่อยครั้งมากที่พบว่า ลูกๆ ของหัวหน้าจะถูกจัดอยู่ใน “ลำดับชั้นทางสังคม” ของฝูงที่สูงกว่าตัวอื่นๆ ลูกเหล่านี้มักได้รับการสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าต่อจากตัวพ่อหรือตัวแม่ ยกเว้นมีตัวอื่นที่มีความสามารถมากกว่า มา “โค่น” ในบรรดาลูกๆ ที่อยู่ชนชั้นสูงจะมีการจัดลำดับกันเองภายในตามความสามารถ ผ่านการแข่งขันและทดสอบ ซึ่งจะเป็นตัวที่จะรับสืบทอดตำแหน่งต่อไป

Chimps

ฟังดูแล้วคล้ายๆ มั๊ยครับ คนเราแต่เดิมตั้งก่อนยุคเริ่มสร้างอาณาจักรในลักษณะ proto-state ก็มีวิถีที่ไม่ไกลจากสัตว์เหล่านี้ คือ ต้องมีหัวหน้า มีการจัดลำดับชั้นและการสืบทอด เป็นเรื่องของความจำเป็นอย่างยิ่งยวดของการอยู่รอด การก่อตั้งแคว้น เมือง อาณาจักรก็พัฒนาต่อเนื่องมาจากจุดนี้เช่นเดียวกันเมื่อมนุษย์เริ่มตั้งหลักแหล่ง ผ่านการต่อสู้เพื่อรักษาและขยายอาณาเขต

patam

ความสลับซับซ้อนของสังคมที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น นำไปสู่การพัฒนาแนวคิดและจัดลำดับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม จำแนกแยกแยะบทบาท หน้าที่ จากระบบหัวหน้าเผ่าจึงพัฒนาต่อเนื่องเป็นระบบผู้ปกครองแบบใหม่ ในฐานะกษัตริย์ ที่อาจจะเรียกชื่อต่างกันออกไป และอาจยกไว้สูงอย่างเป็นบุตรของเทพเจ้า หรืออยู่ในฐานะเทพเจ้า ฯลฯ ผันไปตามวัฒธรรม ความเชื่อที่พัฒนาขึ้นจากพื้นฐานอย่างใดอย่างหนึ่งที่ต่างกันออกไป

โดยภาพรวมแล้วมีการพัฒนาในเชิงรายละเอียดมากกว่าแบบแผนในภาพกว้าง คือ ยังมีระบบหัวหน้า การจัดระดับชั้น ระดับความสัมพันธ์ การส่งต่อบทบาทหน้าที่ และการแย่งชิงเปลี่ยนตำแหน่ง คือ ต่อให้พัฒนาระบบสังคมไกลกว่าซิมแพนซีหรือหมาป่ามาไกลเท่าใด เราก็ยังคงระบบแบบแผนที่มองอย่างหยาบแล้วก็คือแบบเดียวกัน และไม่ว่าประเทศใดที่มีประวัติศาสตร์จะต้องผ่านระบบกษัตริย์ ยกเว้นประเทศเกิดใหม่อายุไม่กี่ร้อยปีหรือน้อยกว่า

ถ้าเราจะมองตัวอย่างที่ใกล้ชิดกับเราลองดูที่สมัยอยุธยาก็ได้ครับ โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนขั้วอำนาจ ที่พวกคอมมิวนิสต์หรือประชาธิปไตยตกขอบชอบเอามาพูดถึงอย่าง “พี่ฆ่าน้อง น้องฆ่าพี่ ลูกฆ่าพ่อ” ปรากฏอยู่เนื่องๆ ประวัติศาสตร์ ถ้าเอาแบบแผนที่ผมว่าไว้ตอนต้นมาทาบทับ การชิงอำนาจไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มีปัจจัยเกี่ยวเนื่องอย่างเช่น “ความอ่อนแอ” ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะรักษาดุลอำนาจได้ หรือ ขาด “การยอมรับ” ซึ่งให้ผลไม่ต่างกัน ตลอดจนไปถึงเรื่องอื่นๆ อย่าง “ใครๆ ก็อยากได้อำนาจ” เรื่องแบบนี้ปรากฎอยู่จริง ซึ่งเราต้องยอมรับและมองอย่างเข้าใจและเข้าถึง “ธรรมชาติ” ของการอยู่ร่วมกันในระบบกลุ่ม หรือ “ฝูง” (แม้มีการพัฒนาขนาดเป็น ‘อาณาจักร’ ) ไม่ใช่ไพร่แต่ตำหนิว่า “ไม่ดี” เพราะถ้าไม่ผ่านกระบวนการเหล่านี้อาณาจักรหรือฝูงจะอยู่ไม่รอด และถูกกลืนกินโดยอาณาจักรหรือฝูงอื่นที่เข้มแข็งกว่า (แต่ผลกระทบด้านลบที่นำมาสู่ความอ่อนแอและล่มสลายก็มีอยู่เช่นกัน)

อยุธยา

ถ้ามองภาพประวัติศาสตร์ขนาดยาวโดยย่อจะเห็นว่า อาณาจักรหนึ่งๆ จะถูกตั้งขึ้นผ่านคนที่เข้มแข็งและส่งต่อเนื่องมา และในสายนี้หรือสายอื่นที่ผลัดขึ้นยึดอำนาจจะต้องทำหน้าที่ในการดูแลอาณาเขต จากอาณาเขต มาอาณาจักรและจบที่ “ระบบประเทศ” จึงมีสิ่งว่า “ราชวงศ์” ที่สืบสายอำนาจ เราพูดถึงประเทศที่มีประวัติศาสตร์ขนาดยาวนะครับ อย่าเพิ่งนึกไปถึงไอ้กันหรือสิงคโปร์

ครั้งหนึ่งในวัยที่หนุ่มกว่านี้ผมเคยมีความรู้สึกในทำนอง “เกิดมาก็เป็นไทแก่ตัว” และเลยไปถึงการปฏิเสธระบบกษัตริย์ เพราะยิ่งอ่านประวัติศาสตร์มากเข้ายิ่งเห็นสิ่ง “ไม่งาม” ตามมาตรฐานที่ “นึกวาดเอา” ว่าควรเป็นเช่นนี้ๆ กระทั่งวันหนึ่งผมเอ่ยปากคุยกับ กวี อาจารย์ ครูของเอ็นจีโอและหนึ่งในกลุ่มที่หนีเข้าป่าในเขตงานเขาบรรทัด ที่ซ่องสุมใหญ่อีกแห่งของคอมมิวนิสต์ภาคใต้ อาจารย์เปลื้องผู้ล่วงลับตอบผมด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเรียบๆ ว่า “คิดแบบนั้นไม่ได้หรอก” คำตอบนั้นและคำอธิบายเพิ่มเติมก่อคำถามใหญ่ให้ผมอยู่หลายปี จนผมคำตอบแรกกับตัวเองได้ในเรื่องที่ว่า “กษัตริย์ก็เริ่มจากสามัญชน” คนธรรมดาอย่างเราๆ เราจึงไม่ควร “ขึ้นกับ” และรักษาความเป็นไทไว้กับตัวจริงหรือ คำตอบหนึ่ง คือ มีปัจจัยและคุณลักษณะพิเศษก่อให้เกิด

เห็นว่าที่ว่ามาทั้งหมดน่าจะสอดคล้องกับคำตอบง่าย ๆ ที่หลายคนมี คือ ถ้ามึงไม่พอใจสถาบันก็ไปหาเกาะอยู่เอง รับกับท่วงทำนองที่ว่า กินบนเรือนขี้รดหลังคา

บ้านมืองไม่ได้สร้างขึ้นวันเดียว มีที่มา ผ่านกระบวนการ วิวัฒนาการมาหลายชั้นหลายขั้นหลายตอน ซึ่งผมจะทิ้งตอนแรกไว้เพียงแค่นี้ด้วยเกรงว่าจะยาวไป ตอนถัดไปจะมาว่าด้วยเรื่องอาณาจักรสัตว์ยุคใหม่หลังช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วในห้วงเวลาไม่เกิน ๒๐๐ - ๓๐๐ ปี และทาบทับด้วย “แบบแผน” ที่ผมพูดถึงตั้งแต่ตอนต้น



5 ความเห็น ใน “อาณาจักรสัตว์ ๑”

  1. Sittingbull ว่า:

    ชอบ เขียนได้ดี ตอนผมเด็กๆ ตอนนั้นที่ฮิตๆ ก็ เมื่อท้องฟ้าสีทอง ผ่องอำไพ ประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน, หาว่า วรรณคดีรับใช้คักดินาบ้างล่ะ ตอนนั้นคง ม ๒, ม ๓. โตขึ้นมาหน่อยเลยรู้ว่าระบบที่จะรักษาประเทศชาติไว้ได้ คือระบบกษัตริย์ เพราะนักการเมือง, ทหาร พวกนี้สามารถ ขายหรือทำลายประเทศได้ แต่ระบบกษัตริย์ไม่ ดูไอ้กันซิ มันฆ่าอินเดียแดง ไปเท่าไหร่ แล้วสงครามระหว่างเหนือกับใต้อีกเท่าไหร่

  2. ilumin ว่า:

    บ้านมืองไม่ได้สร้างขึ้นวันเดียว

    และบ้านเมืองก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงได้ในวันเดียว(ชั่วอายุคนคนๆเดียว)เช่นกัน
    ซึ่งคนบางคน(หลายคน) ไม่เข้าใจ

  3. n/e ว่า:

    ก่อนจะเขียนต่อ ถ้ามีเวลาอยากชวนอ่านมุมมองของคอมมิวนิสต์ ๒ คน (ลาว และจีน) ต่อสถาบันกษัตริย์ไทย
    http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000003166

  4. บทความแนะนำ | Boring Days ว่า:

    [...] ผมตั้งใจจะเขียนอาณาจักรสัตว์ตอนที่ ๒ ให้จบ แต่เวลาไม่อำนวยเพราะอะไรหลายอย่างรัดตัว จึงต้องทอดเวลาออกไปก่อนเป็นการชั่วคราว [...]

  5. เรื่องของการกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา | Boring Days ว่า:

    [...] คราวก่อนโน้นผมเคยพูดถึงอาณาจักรสัตว์ ชี้ไปที่ความเป็นธรรมธาติที่จะมีผู้นำฝูง เผ่า ในการดูแลอาณาเขต เผ่าพันธุ์หรือแม้แต่ชนชาติ ว่าจะเขียนให้จบสุดท้ายไม่ได้เขียน ล่วงเลยมานานจนได้เห็นข่าวกระตุ้นจากยามเฝ้าแผ่นดินวานนี้ พูดถึง “เด็ก” คนหนึ่งชูป้าย “ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร คิดต่างไม่ใช่อาชญกรรม” วิธีสร้างคำสวย ฟังแล้วเท่ ลักษณะนี้เห็นบ่อยในระยะหลัง โดยที่จริงได้รับรู้เรื่องราวของเด็กพวกนี้ ความเคลื่อนไหวต่างๆ ใน “ประชาถ่อย” “ถ่มน้ำลายรดฟ้า”หรือ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และคณะ หลายครั้งหลายคราว โดยเฉพาะการโจมตีสถาบันแบบ “ไร้วุฒิภาวะ” หยาบคาย ให้ตรรกะเหตุผลแบบ “คนเอาแต่ใจ” หรือ “เด็กไม่รู้จักโต” พูดถึง “บรมครู” อย่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ สาดเสียเทเสีย บ่อยครั้ง [...]

ร่วมคิดร่วมคุย

คิดอย่างไรว่าไปเถอะครับ แต่ขอร้องอย่าเกรียน อย่าตะแบง อย่านอกประเด็น รังเกียจนักแล.. ภาษาสัตว์เลื้อยคลานไม่ชอบ ไม่พ่นแถวนี้เป็นดีที่สุด เรื่องโกหก บิดเบือนอย่าเสียเวลาพิมพ์..ลบหมด
ความเห็นใดไม่ขึ้นในบัดดล ขอโปรดได้อดทน จะมาตรวจสอบให้

XHTML: คุณสามารถใช้ tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

ใส่อารมณ์: :แว่นดำ: :ดำๆ: :ดอก: :เหล่: :เบี้ยว: :กล้วย: :ยิ่มแฉ่ง :ฉงน: :ฮือ: :หื่นๆ: :555+: :แง่: :อ๋าย: :แลบ: :ม่ายๆ: :Oo: :แม่มๆ: :ขยิบ: