ไม่หยุดมึงตาย
ลำดับที่ 278 • 12 January 2008 - 18:20
ทำงานไปฟังเพลงของเอกชัย ศรีวิชัยไปเพลินๆ ผมก็นึกขึ้นได้ว่าครั้งหนึ่งเอกชัยเคยถูกยัดเยียดให้อยู่ในรายชื่อผู้มีอิทธิพล ก็ที่เคยบอกครับว่าเป็นข้ออ้างบังหน้าในการปราบและข่มผู้มีอิทธิพลหรือคนใหญ่นายหัวที่สนับสนุนพรรคการเมืองฝั่งตรงข้าม เอกชัยนั้นแต่เดิมสนิทชิดเชื้อกับแกนนำหลายคนในฝั่งประชาธิปัตย์ นั่นก็หนึ่งในความสกปรกของคนหน้าเหลี่ยม
นึกถึงเรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึงอีกเรื่องที่ใกล้เคียงกันซึ่งเคยเป็นข่าวครึกโครม และเกิดคำที่ดังกระหึ่มขึ้นคำหนึ่ง คือ “ฆ่าตัดตอน” ทั้งที่เนื้อหาจริงไม่ใช่การฆ่ากันเองของเครือข่ายยาบ้าอย่างที่เข้าใจ แต่เป็นฝีมือตำรวจชุดพิเศษล้วนๆ ผมมีสองสามกรณีจะเล่าให้ฟัง
ในช่วงที่มีการปราบปรามผู้ค้ายาบ้านั้น มีการขึ้นบัญชี ซึ่งปกติเจ้าหน้าที่ปกครองและตำรวจในท้องที่มักรู้กันดีอยู่แล้วว่าใครบ้าง คนในบัญชีจะถูกเรียกตัวไปที่อำเภอและโรงพักอำเภอเพื่อเจรจาตกลงกันให้เลิก ถ้าเลิก คือ เรื่องจบ ญาติห่างๆ ผมคนนึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับเอเยนต์ค้ายาบ้ารายย่อยก็ถูกเรียกตัว และก็เลิกค้าไป ยังมีชีวิตรอดอยู่ถึงทุกวันนี้
แต่คนที่เธอไปพัวพันด้วย ชื่อ ไอ้หมี อยู่กิ่ง อ. ช้างกลาง คนนี้ทำอาชีพอื่นด้วย เช่น ซื้อและโค่นไม้ยาง และมีการลักลอบค้ายาบ้าด้วย ไม่ใช่เฉพาะว่าขายเอง แต่ให้ลูกซึ่งเรียนอยู่โรงเรียนหนึ่งในกิ่งอำเภอนั้นเอาไปขายเด็กนักเรียนในโรงเรียนด้วย ลูกชายถูกเรียกตัวและก็เลิก ส่วนไอ้หมีผู้พ่อรับปากแต่ไม่เลิก บ่ายวันหนึ่งขณะไอ้หมีขับรถยนต์บนถนนลาดยางในหมู่บ้านสายหนึ่งในเขต อ. นาบอน ถูกจ่อยิง รถตกลงไปในนาตายอนาจอยู่ข้างทาง
ตลาดนัดแถบอำเภอทุ่งใหญ่ ฉวาง ถ้ำพรรณา บางขัน ทุ่งสง ของจังหวังหวัดนครศรีธรรมราช มีหมอสมุนไพรชื่อดังอยู่คนหนึ่ง ชื่อ หมอนก ขายยาสมุนไพรตามตลาดนัด มีลูกน้องช่วยขายยามากมาย หมอนก พัวพันและคบหากับไอ้หมีที่เอ่ยถึงก่อนหน้านี้ ทั้งที่ความจริงแล้ววิถีสองคนนี้ไม่น่าจะรู้จัก หรือเลยเถิดถึงขนาดสนิทสนมไปมาหาสู่กัน เพื่อนๆ หมอหลายคนรู้เรื่องว่าคบหากับคนนี้ก็พยายามเตือนๆ แต่ก็เหมือนว่าจะไม่เป็นผล จนเที่ยงวันหนึ่งที่ตลาดนัด (ถ้าจำไม่ผิด) เขาพนนม จังหวัดกระบี่ มีคนใส่เสื้อแจ็คเก็ตสวมแว่นดำและหมวก เดินมาจ่อยิงหมอนกตายคาตลาดนัดที่คนพลุกพล่าน แล้วก็ไปแบบไม่ลุกลี้ลุกลนอะไรมาก สตาร์ตมอเตอร์ไซค์หนีไป ตำรวจจับตัวไม่ได้แม้มีการวิทยุแจ้งทันทีที่เกิดเหตุ สถานีตำรวจอยู่ไม่ไกล มีตำรวจอยู่ในตลาดนัด เส้นทางหนีมีแค่ไม่กี่สาย แต่หายไปอย่างไร้ร่องรอย
กรณีของหมอนก แรกเริ่มลือกันว่าเมียเป็นคนจ้างฆ่าเพราะหมอนกไปมีเมียน้อย แต่ภายหลังก็เข้าใจกันว่าไม่ใช่ ไม่มีใครจ้างฆ่าคนแบบอุกอาจกลางตลาดนัดกลางวันแสกๆ และหลบหนีได้อย่างไร้ร่องรอยทั้งที่ตำรวจน่าจะดักสกัดและจับตัวได้ทัน แต่หลุดรอดไปอย่างง่ายดาย ข่าววงในก็บอกกันว่ามีวิทยุสั่งห้ามสกัดจับ คือ ให้ปล่อย
กรณีที่เล่ามานี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง คนในพื้นที่สามารถยืนยันได้ และเรื่องนี้ไม่ใช่การใส่ความฆ่าผิดตัวเพื่อทำยอดครับ แต่เป็นการจงใจฆ่าในระหว่างนโยบายทำสงครามกับยาเสพติดขั้นเด็ดขาด ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ถ้าเลิกเรื่องจบ ถ้ายังขายมึงตาย กรณีแบบนี้เกิดขึ้นทุกที่และมีอีกหลายรายที่พอจะยกมาเป็นตัวอย่างได้ การทำสงครามขั้นเด็ดขาดแบบนี้เป็นวิธีคิดที่น่ากลัวสำหรับสังคม ประการแรกถ้าเป็นการใส่ความแล้วฆ่าเหมือนหลายรายที่เป็นข่าว เราจะอยู่ในสังคมนี้ได้อย่างไร โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวและระแวดระวัง ประการถัดมา เราอาจสรุปได้ว่าประเทศอยู่ภายใต้สังคมไร้ขื่อแป คือ กฏหมายไม่ได้ถูกบังคับใช้และไม่ได้ดำเนินคดีไปตามขึ้นตอนทางกฎหมาย สั่งฆ่ากันได้ง่ายๆ เหมือนเมื่อหลายร้อยปีก่อนโดยไม่ต้องผ่านศาล
จริงอยู่และเห็นด้วยว่าผู้ค้ายาเสพติดนั้นเป็นภัยอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ และสมควรที่จะปรามปรามหรือขจัดออกจากสังคม เพื่อไม่ให้เป็นพิษเป็นภัยต่อคนอื่น ยอมรับครับว่าผู้ค้ายาบ้านั้นบ่อนทำลายชาติควรปราบปรามขั้นเด็ดขาด แต่เด็ดขาดไม่ได้มีความหมายว่า “เด็ดหัว” แต่หมายถึงดำเนินการทางกฏหมายอย่างเฉียบขาด ถ้าจะถึงขั้นประหารชีวิตก็ควรผ่านขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม เช่นนั้น สังคมจึงอยู่ภายใต้หลักนิติธรรม คือ มีการบังคับใช้กฎหมายโดยเท่าเทียม เสมอกันทั้งคนดีคนชั่ว
สมาชิกหรือผู้นำไม่ควรใช้ความสะใจเข้าตัดสิน เห็นว่าสมควรตายก็ฆ่าทิ้งโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมเลย และถ้าเราจะยึดถือแนวทางเดียวกับนโยบายทำสงครามกับยาเสพติด เช่นนั้น สมควรไหมที่เราจะจับไอ้เหลี่ยมพร้อมลูกเมียมาสับเป็นชิ้นๆ แล้วโยนให้หมาให้กามันกิน ให้สมกับความระยำที่มันทำ ก็ไม่ครับ เพราะไม่ว่าจะเลวสารเลวอย่างไรก็ควรผ่านขั้นตอนทางกฎหมาย (ว่าถึงตรงนี้หลายคนอาจแย้งได้ว่า กฎหมายอาจไม่มีผลบังคับครอบคลุมถึงใต้กระโปรงเมีย)
สังคมประชาธิปไตยมีสามอำนาจหลัก กฏหมายยาเสพติดฉบับใหม่นั้นใช้อำนาจรัฐภาออกไปแล้ว อำนาจรัฐบังคับใช้นโยบายแล้ว แต่อำนาจทางตุลาการหล่นหายไปไหนในนโยบายนี้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำถาม
ป.ล. วิธีคิดอย่างเดียวกัน คือ แค่เด็ดหัวปัญหาก็จบนี่แหละครับทำให้ไฟลามสามจังหวัดภาคใต้ ตายกันไปไม่รู้เท่าไหร่ ที่อยู่ก็หาความสุขความปลอดภัยไม่ได้ มูลเหตุก็มาจาก “หะยิง” ตัวนึง ถามที่จะประชุมว่า คนร้ายมีเท่าไหร่ ถ้าหกสิบก็เดือนละยี่สิบ สามเดือนจบ!
ป้าย:
หมวด: 








ชายไทยไม่ระบุชื่อ อายุอานามสามสิบกว่า เด็กบ้านนอกมาอยู่กรุง นิยมความเงียบ กาแฟรสขมเข้ม ชอบอ่าน(หนังสือ)มากกว่าดู(ทีวี) n/e เป็นสิ่งมีชีวิตเขตร้อน ไม่นิยมอากาศหนาว เป็นคนใต้อยู่ครบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่เอาเหลี่ยมมาตั้งแต่ ๒๕๔๓














13 January 2008 เมื่อ 09:57
แต่ชาวบ้านไม่รู้บอก ทักษินยอด เด็ดขาดเรื่องยาบ้า แต่หารู้ไม่ พวกมึงห้ามขาย แต่พวกกูขายได้ ใครมีบัตรสมาชิกพรรคเรา เราดูแลเป็นพิเศษ