หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | วิจัย
วิจัย การแพทย์-สุขภาพ
หนูทดลองใกล้พ้นเคราะห์ นักวิจัยสร้าง "ชิปทดสอบ" ใช้แทน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 มกราคม 2551 12:15 น.
       เอพี - หนูอาจไม่ต้องพลีชีพในห้องทดลองอีกต่อไปเมื่อนักวิจัยมะกันคิดค้นชิปทดสอบเครื่องสำอางและสารเคมีได้สำเร็จ โดยใช้เซลล์เพาะเลี้ยงแทนการทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองของเซลล์ในสัตว์ทดลอง เพื่อเลี่ยงปัญหาการทารุณกรรมสัตว์และภาวะขาดแคลนสัตว์ทดลอง คาดปีหน้าผลิตวางตลาด
       
       กลุ่มต่อต้านการทารุณกรรมสัตว์และการใช้สัตว์ทดลองในยุโรปได้เรียกร้องนักวิจัยหยุดการทรมานสัตว์โดยนำมาใช้ทดลองทางวิทยาศาสตร์มานานหลายปี ทำให้ทีมนักวิจัยสหรัฐอเมริกาเลยหาทางออกด้วยการคิดค้นและพัฒนาชิปทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองของเซลล์ต่อสารเคมีขึ้นมาเพื่อใช้แทนหนูและสัตว์ทดลอง
       
       ทีมนักวิจัยนำโดยศ.โจนาธาน ดอร์ดิก (Jonathan Dordick) จากสถาบันโพลิเทคนิคเรนส์ซีเลียร์ (Rensselaer Polytechnic Institute) เมืองทรอย มลรัฐนิวยอร์ก และศ.ดักลาส คลาร์ก (Douglas Clark) มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ในเบิร์กเลย์ (University of California, Burkley)  เปิดเผยว่าพวกเขาคิดค้นชิปทดสอบสารเคมีขึ้นมาเพื่อนำมาใช้แทนสัตว์ทดลอง และเตรียมผลิตจำหน่ายโดยบริษัทโซลิดัสไบโอไซน์ส (Solidus Biosciences) ซึ่งเขาหวังว่าอุปกรณ์การทดสอบทางวิทยาศาสตร์นี้จะมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมไม่ด้อยไปกว่าการใช้สัตว์ทดลองและยังมีราคาถูก
       
       ชิปที่ว่านี้มีลักษณะคล้ายแผ่นกระจกขนาดมาตรฐานที่ใช้สำหรับส่องกล้องจุลทรรศน์ (standard microscope slide) ทว่าบนแผ่นกระจกนี้จะมีจุดสีขาวเล็กๆ นับร้อยจุดที่บรรจุไว้ด้วยเซลล์เพาะเลี้ยงและเอนไซม์สำหรับทดสอบประสิทธิภาพหรือความเป็นพิษของยา เครื่องสำอาง และสารเคมีต่างๆ
       
       "ใครจะไปรู้ว่าสักวันหนึ่งเราอาจเหลือสัตว์ให้ใช้ในการทดลองอยู่เพียงไม่กี่ตัวก็ได้ แต่ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าชิปทดสอบนี้จะเข้ามาแทนที่สัตว์ทดลองทั้งหมดได้เมื่อไหร่ ทว่ามันจะช่วยไม่ให้สัตว์มากมายต้องทนทุกทรมานหรือสังเวยชีวิตให้กับการทดสอบสารพิษอีกต่อไป" ดอร์ดิคกล่าว
       
       ทั้งนี้ความก้าวหน้าด้านการแพทย์ที่ผ่านมาในอดีตถึงปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นยา วัคซีน วิธีการรักษา ล้วนแล้วแต่พึ่งพาสัตว์ทดลองทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นหนู กระต่าย สุนัข ลิง หรือหมู และสัตว์บางชนิดในจำนวนนี้ยังถูกใช้เพื่อทดสอบความปลอดภัยของสารเคมีและเครื่องสำอางมากมายก่อนที่จะนำไปใช้กับคนจริงๆ
       
       นักวิจัยใช้วิธีสังเคราะห์เซลล์แล้วบรรจุไว้ในชิปเพื่อเลียนแบบให้เหมือนผิวหนังคนเราสำหรับทดสอบสารเคมี ชิปทดสอบประกอบด้วยแผ่นแก้ว 2 แผ่น คือ เมตาชิป (MetaChip) ที่มีจุดเล็กๆ เรียงกันเป็นแถวมากมาย บริเวณจุดนั้นประกอบไปด้วยเอนไซม์จากตับของคนเรา
       
       อีกแผ่นคือ ดาตาชิป (DataChip) ที่มีจุดเล็กๆ ที่เป็นตำแหน่งของเซลล์ที่มีชีวิตเรียงกันเป็นแถวเช่นเดียวกัน ซึ่งดาตาชิปแต่ละแผ่นจะบรรจุเชลล์ต่างชนิดกัน ขึ้นอยู่กับว่าต้องการทดสอบกับเซลล์ชนิดใด เช่น เซลล์กระเพาะปัสสาวะ, ตับ, ไต, หัวใจ, ผิวหนัง หรือปอด

       เมื่อใช้ทดสอบจะต้องประกบชิปทั้ง 2 แผ่นเข้าหากัน ซึ่งเป็นการเลียนแบบปฏิกิริยาตอบสนองตามธรรมชาติต่อสารเคมีของเซลล์ร่างกายมนุษย์ ถ้าปรากฏว่าเซลล์ตายหรือหยุดการเจริญเติบโต แสดงว่าสารที่นำมาทดสอบนั้นเป็นพิษต่อเซลล์ ซึ่งจากการทดสอบประสิทธิภาพของชิปนี้ก็ใช้ได้ผลดี อีกทั้งยังสะดวกและรู้ผลเร็ว และขณะนี้นักวิจัยก็กำลังทดสอบในบริษัทยาและเครื่องสำอางหลายแห่ง และคาดหวังว่าจะผลิตจำหน่ายได้ราวปลายปี 2552
       
       อย่างไรก็ดี นักวิจัยยังต้องปรับปรุงเพื่อให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และชิปทดสอบนี้ก็ยังมีข้อจำกัดในการประเมินความเสี่ยงบางอย่าง เช่น ปริมาณสารเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
       
       "การพัฒนาเทคโนโลยีด้านการทดสอบนอกร่างกายสิ่งมีชีวิตเป็นหนทางที่จะทำให้นักวิจัยออกห่างจากการใช้สัตว์ทดลองมากขึ้น แม้จะยังไม่เห็นผลชัดเจนในทศวรรษใกล้ๆ นี้ แต่พวกเราก็เชื่อมั่นว่าสักวันหนึ่งหนูทดลองจะกลายเป็นแค่เรื่องในอดีต" ดร.อลัน โกล์ดเบิร์ก (Dr.Alan Goldberg) ผู้อำนวยการศูนย์ทางเลือกใหม่เพื่อสัตว์ทดลอง (Center for Alternatives to Animal Testing) มหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอพกินส์ (Johns Hopkins University) กล่าว
       
       ด้านเทย์เลอร์ เบนเนตต์ (Taylor Bennett) ที่ปรึกษาอาวุโส สมาคมนักวิจัยด้านชีวเวช สหรัฐฯ (US Association for Biomedical Researchers) เผยว่า การทดลองในสัตว์ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อยารักษาโรคที่จะนำมาใช้ในคน ซึ่งต้องผ่านการทดสอบในสัตว์ทดลองแล้วว่ามีประสิทธิภาพดีจริงและปลอดภัยต่อผู้ใช้ องค์การอาหารและยาจึงจะอนุญาตให้นำมาใช้กับผู้ป่วยได้ และเชื่อว่าเทคโนโลยีใหม่อาจเพิ่มโอกาสให้รักษาผู้ป่วยได้โดยไม่ต้องใช้สัตว์ทดลองอย่างที่ตั้งความหวังกันไว้
       
       ขณะเดียวกัน สาธารณชนเริ่มต่อต้านการใช้สัตว์ทดลองมากขึ้น โดยเฉพาะที่ใช้ในการทดสอบเครื่องสำอางชนิดใหม่ๆ ที่มีการคิดค้นพัฒนาสูตรใหม่ขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ ซึ่งกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยต่อเรื่องนี้ในยุโรปก็มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ยุติการกระทำดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง และในที่สุดสหภาพยุโรปก็ออกกฏให้เลิกใช้สัตว์ทดลองทดสอบเครื่องสำอางตั้งแต่เดือน มี.ค. 2552 เป็นต้นไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รู้จัก “หนู” รับปี “หนู” : ถ้าวันนั้นไม่มี “หนู” วันนี้คงไม่มีเรา
ข่าวล่าสุด ในหมวด
ยิ่งเศร้ายิ่งเฝ้าหน้าจอ งานวิจัยชี้คนมีทุกข์ติดทีวีมากกว่าคนมีสุข
นักวิจัยไทยพัฒนาสารสกัดจากขมิ้นชัน ต้านเชื้อโรคเหงาหลับได้ดีกว่ายาเดิม
ฝนตกมากวันมีส่วนกระตุ้นเด็กเป็นออทิสติก
พบ 2 ยีนกลายพันธุ์ ไม่สูบบุหรี่ก็มีสิทธิ์เสี่ยงมะเร็งปอด 60%
เชื่อไหม? บนฝ่ามือผู้หญิงเต็มไปด้วยแบคทีเรียมากว่าผู้ชาย
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
เปิดระบบอี-เลิร์นนิง เรียนทางไกลแบบออฟไลน์จาก "ร.ร.วังไกลกังวล”
อินเดียฉลองชัย "จันทรายาน" ปักธงบนดวงจันทร์สำเร็จ
อาลัย "ไมเคิล ไครช์ตัน" นักเขียนผู้ล่วงลับ ต้นตำรับ "จูราสสิค ปาร์ค"
"ดร.วีระพงษ์" เคลียร์ข่าวฉาวรับภารกิจใหม่ โฆษก ก.วิทย์
"มิตรผล" ตั้งธงวิจัยน้ำตาลหวานมาก-แคลอรีต่ำแค่ 2 แคลอรี
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงความคิดเห็นผ่านเว็บบอร์ด
จำนวนคนอ่าน 3138 คน จำนวนคนโหวต 12 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 11 คน
92 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
8 %
ความคิดเห็นที่ 10 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
น่ารักมาก
Ice
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดีแล้วละค่ะสัตว์จะได้ไม่ต้องมาตายอีก
สงสาร
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข่าวดีจัง พัฒนาต่อไปนะคะ สงสารสัตว์มันมากเลย
Kate
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยถ้ามันแทนสัตว์ทดลองได้จริง ไม่เห็นด้วยถ้าผู้ผลิตทำเพื่อขายหวังผลกำไร ไม่ได้สงสารสัตว์จริง เรายังมีความจำเป็นต้องใช้สัตว์ทดลองในการคิดค้นนาใหม่ๆ ถ้าใครคัดค้าน ก็ให้ท่านผู้นั้นลองยาก่อนเลย ดี กล้าป่าว
เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พวกท่านที่พูดว่าสงสารสัตว์ ท่านเลิกกินเนื้อสัตว์ได้หรือยัง ข้าพเจ้ามีความคิดว่ายังไงก็ตามยังมีความจำเป็นต้องใช้สัตว์ทดลอง เพื่อทดสอบความปลอดภัยก่อนนำมาใช้จริงในคน ท่านที่ไม่ได้เรียนทางสายวิทย์อาจทำใจ หรือเข้าใจได้ลำบาก หลักการคือใช้สัตว์เมื่อจำเป็นและน้อยที่สุด หลีกเลี่ยงการทรมานสัตว์ให้มากที่สุด ในประเทศที่มีทุนต่ำอย่างประเทศไทยจะซื้อชิปดังกล่าว แล้วผลเป็นยังไง ผู้ขายชิปเป็นชาวต่างชาติได้เงิน เอาเงินนั้นซื้อสัตว์ทดลองจะถูกกว่า ประเทศทีเขาทางการแพทย์เจริญกว่าเราเขาทำมาก่อนผลิตยามาก่อน ขายยาจนรวยแล้ว กลัวประเทศอย่างเราจะพัฒนาตามทัน
เสแสร้ง
ความคิดเห็นที่ 6 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดีน่ะ ขอให้หาอย่างอื่นมาใช้แทนเร็วๆสงสารสัตว์เหลือเกิน
vivi
ความคิดเห็นที่ 5 คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เห็นด้วยครับเรื่องการเมือง แต่ก่อนอื่นเอาหมักไปคนแรกให้ได้ก่อน
ดีหรือ
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
 
 
หนังสือพิมพ์: ผู้จัดการออนไลน์ | ผู้จัดการรายวัน | ผู้จัดการรายสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Metro Life | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | Dajiahao | ThaidayEvent | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2008 Thaiday Dot Com Co., Ltd.