...
หลังจากที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นแบบรายวัน ฉุดเอาเศรษฐกิจของทั้งประเทศกำลังดิ่งลงเหว รัฐบาลปัจจุบันก็ออกมาบอกว่ากำลังวางแผนนโยบายการใช้พลังงานของประเทศนี้อย่างเร่งด่วน เมื่ออาทิตย์ก่อน รัฐมนตรีที่คุ้นๆ ว่าจะชื่อ "สุรพงษ์" และชื่อ "พูนภิรมย์" อะไรนี่แหละ ก็ออกมากระซิบนักข่าวว่านโยบายใหม่นี้จะอะไรเซอร์ไพร์สคนไทยแน่นอน คนไทยก็ตื่นเต้นกันใหญ่ ว่าจะมีการโซนนิ่งการใช้รถส่วนตัว จะมีการจำกัดการใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือเปล่า อะไรแบบนั้น
ในช่วงเวลาระหว่างที่รอนโนบายออกมา รัฐบาลนี้ก็อนุมัติให้รถเมล์และรถร่วมบริการขึ้นราคาได้อีก จนทำให้ราคาค่าโดยสารพุ่งสูงไปถึง 10 บาทแล้ว โดยไม่สนว่ารถบางคันใช้พลังงานอย่างอื่นที่ราคาถูกกว่าน้ำมันไปแล้วด้วย และโดยไม่สนว่าค่าครองชีพของประชาชนกำลังพุ่งสูงขึ้นแบบหยุดไม่อยู่ และโดยไม่สนว่าคุณภาพการบริการของรถเมล์เหล่านี้ ต่ำเตี้ยติดดินอย่างไร
พอปล่อยรถเมล์ขึ้นราคาเสร็จปุ๊บ ก็ออกมาแถลงนโยบายพลังงานของรัฐบาล หลังจากที่ไปคิดค้นกันมานานหลายอาทิตย์ เขาก็ได้นโยบายฉลาดสุดๆ มาดังต่อไปนี้
- ให้รัฐมนตรีถอดสูทมานั่งประชุมกัน จะได้ปรับอุณหภูมิแอร์ให้สูงขึ้น 1 องศาเซลเซียส (เอ่ออออ -_-" คืออออ อะไรวะเนี่ยะ)
- สนับสนุนให้ประชาชนหันไปใช้ก๊าซ NGV โดยให้มีการนำเข้าถังก๊าซนี้เพิ่ม ให้การสนับสนุนมาตรการด้านภาษี ลดราคาถังก๊าซติดตั้งในรถยนต์ จูงใจให้ประชาชนใช้กันมากขึ้น (สรุปคือให้ใช้รถส่วนตัวกันเหมือนเดิม แต่ถ้าใครทนจ่ายค่าน้ำมันไม่ไหว ให้หันไปติดตั้งถังก๊าซ จะได้ถูกลง)
- สนับสนุนน้ำมันแบบใหม่ E85 โดยให้บริษัทรถยนต์รีบเร่งนำเข้ารถที่ใช้น้ำมันชนิดนี้ได้ และเตรียมวางสายการผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน E85 ให้ผลิตได้ภายใน 1-2 ปีนี้ (สรุปคือถ้าใครไม่อยากเอารถเก่าไปติดตั้งก๊าซ ก็ให้ไปซื้อรถคันใหม่ที่ใช้น้ำมันแบบใหม่ได้)
- อนุมัติให้สร้างรถไฟฟ้า เส้นทางสีอะไรจำไม่ได้ เพราะมันมีหลายสีเหลือเกิน และตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา มันมีแต่ข่าวการอนุมัติให้สร้างรถไฟฟ้า สรุปว่านี่มันอนุมัติกันมากี่รอบแล้ว?? แล้วยังสร้างไม่เสร็จกันอีกเหรอ?? คนนี้เข้ามาอนุมัติ คนนั้นเข้ามาอนุมัติ มีแต่อนุมัติๆๆ แต่ไม่เห็นเริ่มสร้างเลยเว้ย
- คุ้นๆ ว่าหมดแล้ว นโยบายที่ว่าจะเซอร์ไพร์สคนไทย
สรุปก็คือนโยบายพลังงานของรัฐบาล ก็ให้ความฝันลมๆ แล้งๆ เรื่องรถไฟฟ้ากันต่อไป กว่าจะสร้างเสร็จก็อย่างน้อย 5-6 ปีข้างหน้า แต่นโยบายหลักๆ ที่เร่งรัดให้ทำกันเหลือเกิน คือนโยบายผลักดันให้ประชาชนติดตั้งถังก๊าซ และซื้อรถคันใหม่ ซึ่งมันก็วนเวียนอยู่กับการใช้รถยนต์ส่วนตัวเหมือนเดิม ถ้าเป็นแบบนี้แล้วปัญหาพลังงานและปัญหาการจราจรจะแก้ไขได้ไหม??
ผมว่ารัฐบาลชุดนี้กำลังสับสนกับคำว่า "ประหยัด" และคำว่า "ราคาถูก" การใช้ก๊าซกับการใช้เอธานอล จะทำให้เราใช้เชื้อเพลิง "ราคาถูก" ลง แต่ไม่ได้ทำให้เรา "ประหยัด" พลังงานนะ ยิ่งเร่งให้คนใช้เชื้อเพลิงราคาถูก โดยสนับสนุนผลประโยชน์ให้มากมายแก่บริษัทยักษ์ใหญ่ และให้ประชาชน จะยิ่งทำให้คนบริโภคเชื้อเพลิงมากขึ้นไปเรื่อยๆ น่าแปลกใจที่คนทั้งโลกกำลังตื่นตัวเรื่องภาวะโลกร้อน ทรัพยากรน้ำมันกำลังหมดโลก ข้าวยากหมากแพง สงครามในตะวันออกกลาง แต่รัฐบาลไทยยังเร่งให้ประชาชนใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น
อ้อ ! บอกให้ประชาชนประหยัดอยู่หน่อยนึง คือให้ถอดสูทประชุมนั่นแหละ ถุยยยยยยยย
ความสับสนระหว่าง "การประหยัด" กับ "การซื้อของราคาถูก" ช่วยอำพรางความฉ้อฉลของนโยบายล่าสุดนี้ไว้ ผมว่านโยบายแบบนี้ ถ้าไม่ได้ออกโดยรัฐมนตรีที่มีผลประ
โยชน์ทับซ้อนกับบริษัทน้ำมัน ก็ต้องออกโดยรัฐมนตรีที่โง่เง่าและไร้วิสัยทัศน์จริงๆ
ลดภาษีน้ำมัน ลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ลดภาษีถังก๊าซติดรถยนต์ ลดภาษีนำเข้ารถยนต์ E85 พวกมันสนับสนุนทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถส่วนตัว เพื่อจะให้ประชาชนตาดำๆ อย่างเราช่วยกันผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้
หลังจากที่บริษัทรถยนต์กอบโกยผลประโยชน์ และทำลายระบบขนส่งมวลชนของไทยมาตลอด 30 ปี (อ่านรายละเอียดในตอนที่ 2) ตอนนี้ก็มาถึงคิวบริษัทน้ำมันบ้างแล้ว ในขณะที่ประชาชนกำลังคิดว่าตนเองจะได้ใช้เชื้อเพลิงราคาถูก พวกบริษัทเหล่านี้ก็จะสามารถตักตวงประโยชน์ไปได้อีกมากมาย พร้อมๆ กับการทำลายระบบขนส่งมวลชนอีกเช่นเคย
คืนก่อนผมนั่งดูรายการตาสว่าง เขาเอาโสภณ สุภาพงษ์ มาออกรายการ ให้โสภณช่วยด่าบริษัทน้ำมันของไทยว่ากำลังตักตวงกำไรไปในขณะที่คนไทยกำลังอดอยากปากแห้ง ในอีกคืนต่อมา บริษัทน้ำมันรีบส่งคนออกมาพูดแก้ประเด็นทันที แต่ขอโทษเถอะ ผมเชื่อโสภณ สุภาพงษ์ ถ้าคำนวนจากคำบอกเล่าของเขาในรายการ ราคาต้นทุนน้ำมันดิบตอนนี้ประมาณ 20 กว่าบาทต่อลิตร ค่าการกลั่น ค่าการตลาดห่าเหวอะไร มันจะต้องแพงถึง 10 กว่าบาท จนทำให้น้ำมันเบนซินตอนนี้ลิตรละเกิน 40 บาทเข้าไปแล้ว ในขณะที่งบการเงินของบริษัทน้ำมันก็แสดงให้เห็นอยู่โทนโท่ ว่าผลกำไรพุ่งพรวดๆ หลังจากที่แปรรูปและนำเข้าตลาดหุ้นเมื่อหลายปีก่อน
ในตอนที่กำลังเขียนบล็อกนี้อยู่ เวลา 10.00 น. ของวันที่ 29 พฤษภาคม รถเมล์ร่วมบริการกำลังประท้วงหยุดวิ่งทั่วกรุงเทพฯ และไปรวมตัวประท้วงกันอยู่ที่ไหนสักแห่ง คือถ้าศาลสั่งไม่ให้ขึ้นราคา พวกเขาก็ต้องการให้รัฐบาลมาช่วยอุดหนุนค่าน้ำมันให้พวกเขา ในมุมมองของผม เรื่องนี้จะไปโทษพวกรถร่วมบริการไม่ได้เลย ในเมื่อโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม การคมนาคม และระบบขนส่งมวลชนของทั้งประเทศเรา มีปัญหาเรื้อรังมา 30 ปี รถร่วมพวกนี้เป็นเพียงแค่ผลพวงของนโยบายด้านคมนาคมอันฉ้อฉล มาตั้งแต่ตอนที่เริ่มสร้างทางด่วน ตอนที่ล้มเลิกรถไฟฟ้าลาโวลิน ตอนที่เราจะเป็นดีทรอยต์แห่งเอเชีย (อ่านรายละเอียดในตอนที่ 2) มาถึงตอนนี้ พวกเขากำลังโดนนโยบายฉ้อฉลในเรื่องพลังงานถล่มซ้ำเข้าไปอีกรอบ รัฐบาลสนับสนุนทุกอย่าง ยกเว้นการขนส่งมวลชน
คนไทยไม่มีทางเลือก นอกจากจะก้มหน้าก้มตาผ่อนรถ และก็ปล่อยให้บริษัทน้ำมันมาข่มขืนกระเป๋าสตางค์ของเราแบบรายวัน เพราะระบบขนส่งมวลชนของเขา พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ผมนั่งดูข่าวคนยืนรอรถเมล์ที่ป้ายกันในเช้าวันนี้ โดยไม่มีรถเมล์ให้บริการเลย ดูแล้วสงสารตัวเอง สงสารเพื่อนร่วมชาติ ผมนั่งเขียนบล็อกสามเรื่องรวด ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ตอนนี้เกือบเที่ยง เพราะทนไม่ไหวจริงๆ อยากให้มีใครสักคนทำหนังสารคดีเกี่ยวกับระบบขนส่งมวลชนของไทย ตีแผ่ข้อมูลและ Conspiracy Theory ทุกอย่างออกมาให้เห็นกันชัดๆ
...