เมืองไทยเวลานี้ โดยเฉพาะเรื่องการเมือง ถูกแบ่งเป็นสองฝ่าย ในระดับความคิดเห็น ซึ่งยากที่จะแก้ไข คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และ แกนนำฝ่ายพันธมิตร ได้เสนอแนวทางการเมืองใหม่ จึงทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาย จนเกิดกระแสการเมืองใหม่จากหลายกลุ่มต่างเสนอแนวคิดต่างๆ นานา
แนวคิดการเมืองใหม่ในสายตาสนธิ ลิ้มทองกุล คือ ปรับปรุงประชาธิปไตยตะวันตก ให้กลายมาเป็นประชาธิปไตยแบบที่เข้ากับวัฒนธรรมประเทศไทยของเราเอง ซึ่งผมมองว่าเป็นแนวคิดที่น่าสนใจมาก แต่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน ถึงจะบรรลุการเมืองแบบอุดมคติเช่นนี้
ในวงการ Internet ก็เช่นกัน นักพัฒนาไทยทั้งหลายพยายามจะเปลี่ยนแปลงระบบทั้งหมดให้คนไทยสามารถเข้าใจได้ง่าย ยกตัวอย่าง พื้นฐานที่สุดที่ทำก็คือ การทำระบบเป็นภาษาไทยทั้งหมด ไม่ว่าจะเขียนเองหรือนำระบบของต่างประเทศมาใช้, ต่อมาก็คือการหาข้อมูลภาษาไทยมาเพิ่มในเว็บไซต์ (แม้แต่เว็บไซต์ TOSDN ก็หนีไม่พ้นหลักการแบบนี้), เปลี่ยนวันที่จากระบบคริสต์ให้เป็นแบบพุทธอย่างไม่คลาดเคลื่อน ฯลฯ
ซึ่งการทำข้างต้นที่ผมกล่าว เหล่า Geek หรือ Guru ด้านคอมพิวเตอร์ ทั้งหลายเรียก จะเรียกว่า การทำ Localization
ใน wikipedia ได้ให้นิยามคำว่า Localization ไว้ว่า “means of adapting computer software to different languages and regional differences. Internationalization is the process of designing a software application so that it can be adapted to various languages and regions without engineering changes” - พอจะแปลความได้ว่า การดัดแปลงซอร์ฟแวร์คอมพิวเตอร์ (adapting computer software) จากระบบที่ใช้งานในภาษาสากล(ภาษาอังกฤษ) ให้เป็นภาษาตามท้องถิ่นนั้นๆ โดยไม่เปลี่ยนโครงสร้างทางโปรแกรม (without engineering changes)
เมื่อเราจับแนวคิดการเมืองใหม่ของสนธิ ลิ้มทองกุล มาเทียบเรื่องการพัฒนาซอร์ฟแวร์หรือเว็บไซต์ มันทำให้ผมรู้สึกว่า เราลืมรากเหง้าของตนเองไปอย่างไม่รู้ตัว
รากเหง้าที่ผมว่าคือ รากเหง้าวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของคนไทย ทั้งในโลก Online และ Offline
ปัจจุบันเรามุ่งที่จะทำระบบเลียนแบบต่างประเทศหรือนำระบบหลายๆเจ้าในต่างประเทศมาผสมกันเป็นเว็บใหม่ และเราก็นำมันเข้าสู่กระบวนการ Localization
จากนั้นเราก็พยายามอธิบายการทำงานของระบบใหม่นี้ให้แก่ผู้ใช้งาน (User) ให้เข้าใจว่ามันคืออะไร และทำอะไร ซึ่งเรากำลังยัดเยียดในสิ่งที่แปลกใหม่ แต่ไม่ได้เหมาะสมในการใช้งานหรือแม้แต่การเรียนรู้ของคนไทยสักเท่าไร
พูดง่ายๆ ว่า พวกเรารู้หมดครับว่า คนไทยกลุ่มไหนใช้ Internet มากที่สุด, ใช้เพื่ออะไร, ใช้กี่ชั่วโมง, ใช้ที่ไหน, ใช้อย่างไร แต่เราก็เอาตัวเรา (ตั้งแต่เจ้าของลงมาจนถึงคนคีย์ข้อมูล) เป็นศูนย์กลางว่า แบบนั้นดี และเราก็ควรจะเป็นแบบนั้นบ้าง แต่เราไม่ดูถึงพฤติกรรมคนไทยส่วนใหญ่ว่าเขาจะคิดอย่างไร
เคยสังเกตุไหมครับว่า ทำไมผู้มีแนวคิดในเชิงตะวันตกถึงมักเก่งคอมพิวเตอร์?
กรณีตัวอย่างที่พอจะเห็นได้ชัด และเป็นการตอบคำถามที่ดีนั่นคือ
กรณีที่ ทำไมคนไทย เล่น Hi5 มากกว่า Facebook,MySpace ทั้งๆ ที่ ใครหลายต่อหลายคนก็รู้ว่า Facebook,MySpace นับเป็นเว็บไซต์ Social Network ที่ดีมากของโลก เมื่อเทียบกับระบบ Hi5 ที่มีข้อผิดพลาดและล่มอยู่ตลอดเวลา
นั่นเพราะสิ่งหนึ่งที่ Hi5 มี ก็คือ รูปแบบการใช้งานที่เหมาะสมกับธรรมชาติของคนไทยทั่วไป ต่างกับ Facebook,MySpace ที่มีระบบให้ใช้มากมายเกินความต้องการทำให้ยุ่งยากในการเรียนรู้และใช้งาน
จึงไม่แปลกครับ ที่จะเห็นคนไทยในต่างประเทศหรือผู้ที่มีแนวคิดตะวันตก สามารถใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะเขาเข้าใจธรรมชาติและวัฒนธรรมของตะวันตก
อีกกรณีหนึ่งที่กำลังโด่งดังเลยคือ ทำไม Twitter ถึงไม่นิยมในคนไทย?
ตอบง่ายๆ ครับ เพราะมันมี MSN, GTalk, Yahoo, CamFrog ให้ใช้งานอยู่แล้ว และสามารถทำอะไีรได้มากกว่าสะดวกกว่า
ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกสักพักที่จะอธิบายและให้คนไทยหลายคนมองเห็นความน่าสนุกของ Twitter หรือ NokNok ได้
หรืออีกกรณีหนึ่งที่ผมได้สอบถามจากหลายท่านรวมไปถึงจิตใจของผมเองด้วย ว่าระหว่างการนำระบบเว็บไซต์ตะกร้าสินค้า ชื่อ Prestashop กับ Magento E-commerce คนไทยควรจะเลือกใช้อะไรที่จะเหมาะสมทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมากที่สุด (ไม่ขอพูดถึง osCommerce ที่มาครอบงำความคิดคนไทยว่ามันเป็นระบบที่ดีที่สุด)
จากคำตอบที่ได้มา 100% หลังจากที่ผมแนะนำทั้งสองระบบข้างต้นไปแล้ว ทุกคนเลือกใช้ Prestashop ครับ ด้วยเหตุผลที่ว่า หน้าตาใช้งานง่ายทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ถึงแม้ Magento จะเป็นระบบที่ดีกว่า Prestashop ในหลายๆ เรื่องก็ตาม
ถ้าผู้อ่านที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์หรือนักพัฒนาเว็บไซต์ได้อ่านมาถึงตรงนี้ เริ่มมองเห็นทางตันในอนาคตเว็บไซต์ของตัวเองบ้างไหมครับ (อย่างน้อยผมก็คนหนึ่งที่เห็นและกำลังจะเปลี่ยนแปลงเว็บตัวเองในเร็ววัน)
อย่างที่บอกว่าพวกเรารู้หมดครับว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเป็นอย่างไร แต่เราไม่เคยนำมาเปลี่ยนแปลงระบบของเราให้เหมาะสม เพราะเรายังยึดตัวเราเป็นที่ตั้งอยู่ บ่อยครั้งเราจึงพบว่าฟีเจอร์บางตัว เสียเวลาทำแต่ไม่ได้ใช้งานจริง แต่ฟีเจอร์บางตัวกลับถูกใช้งานมากกว่า
บางทีการโหลดบิททอเร้นไปด้วย เล่นเกมส์ไปด้วย เก็บแต้มสร้างสัตว์เลี้ยง ดูจะเป็นตัวอย่างที่เหมาะสมกับคนไทยดีนะครับ
หรือบางทีคนทำ E-Marketplace อาจจะต้องตั้งโจทย์ให้ตัวเองว่า ทำอย่างไรให้ผู้ใช้รู้สึกสนุกในการจับจ่ายซื้อสินค้าในเว็บไซต์นั้นๆ เพื่อให้หลุดจากกรอบเดิมๆ ที่มีแต่ข้อมูล ข้อมูล และก็ข้อมูล
ดังนั้น สำหรับโลกตะวันตก คำนิยามของคำว่า Localization ก็ถูกของเขา แต่ในโลกตะวันออกแบบเรา บางทีเราควรจะต้องเปลี่ยน Engine ของระบบใหม่ให้เป็นไปตามวัฒนธรรม (Culture) การใช้งานของกลุ่มผู้ใช้ หรือคนไทย น่าจะเป็นหนทางที่ดีครับ
ปล1. นึกถึงคำเขียนในพิพิธภัณฑ์สยาม (Musiam of Siam) ที่ถามตั้งแต่ปากทางเข้าเลยว่า “ใครใครพูดถึงไทยแท้แท้อยู่บ่อยบ่อย ใครใครรู้ว่าไทยแท้แท้แท้อย่างไร จริงจริงไทย แท้แท้แท้แค่ไหน ที่แท้ไทยแท้แท้แท้คืออะไร”
ปล2. เห็นด้วยกับการที่ทำระบบเว็บไซต์ BrainStorms เช่น Dell, IdeaBangkok เพื่อให้รู้ความต้องการของลูกค้าได้แม่นยำขึ้น (แต่ต้องมั่นว่าคำแนะนำของลูกค้านั้นมีประโยชน์เพียงพอที่จะเสียเวลามานั่งขบคิดและทำ)
3 Responses
DominixZ
30|Sep|2008 1ชอบมากครับพี่ฟิวส์แต่ project จบของผมก็กำลังจะยัดเยียดสิ่งใหม่ให้คนไทย (แต่เป็นสิ่งเก่าที่ชาว cyber รู้ดี) พอมาเห็นบทความนี้ก็คิดได้ว่า แล้วท่ากรณีของผมที่ จะทำให้มันเป็น international แต่ผมจะเริ่มจากภาษาไทยก่อน แล้วมันจะเหมาะกับวัฒนธรรมเมืองนอกไหม + กับเรื่องการแปล Firefox
จริงๆผมคิดว่า การทำให้ระบบเดิมๆดังในประเทศต่างๆมันอยู่ที่แค่ User Interface ที่เหมาะกับ culture โดยปกติแล้วจริงๆ เนื้อหาระบบไม่ได้ต่างกันเท่าไรเลย ? จริงๆแล้วปัญหาในการเล่นของไทยอยู่ีที่ UI ??? หรือการโชว์ระบบเพียงบ้างส่วนโดยตัดส่วนที่เหลือทิ้งเพื่อความง่ายรึเปล่า ?
Twitter ผมว่าที่ยังไม่ดังมากในไทยเพราะ Culture มันต่างกันอยู่แล้วค่าครองชีพก็ต่างกันอีก ก็เลยทำให้มันดังได้ไม่เท่ากันมั่งครับ ?
iannnnn
30|Sep|2008 2ได้อีกมุมมองไว้เปิดกะโหลก ขอบคุณมากๆ ครับ
few
30|Sep|2008 3ตอบโดม DominixZ จริงๆ ผมมองว่าถ้าเราทำระบบในระดับ International ได้ ทำไมเราไม่ทำเพื่อหาลูกค้าเมืองนอกบ้างล่ะครับ แต่ก็เสริมไปอีกนิดว่าสามารถเปลี่ยนไปใช้เป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยได้ด้วย?
อย่างที่โดมตอบมาก็จริงครับ ปัญหาของคนไทยอยู่ที่ UI ที่ไม่เหมาะกับ culture ของเราสักเท่าไร บางทีทำให้ง่าย รวมๆ ไว้จุดเดียว ก็หาไม่เจอ หรือ ทำให้กระจายเห็นได้ทันที ก็เยอะดูใช้ยากอีก ตรงนี้เราคงต้องหาความพอดี
อย่างกรณีที่เคยเจอคือพวก WYSISYG ที่เป็น Editor ซึ่งมีการทำงานแบบ Word Processing ทั่วไป แต่ไม่สามารถใช้กันได้ เพราะไม่ลอง หรือไม่พยายามที่จะเรียนรู้ ตรงนี้ก็เป็นปัญหาครับ บางครั้งอาจจะต้องทำ บอลลูนจี้อธิบาย หรือ มี คำอธิบายสั้นๆ ระบุ ทั้งๆที่มันก็เป็นภาษาไทยอยู่แล้ว!!!!
เรื่อง twitter ผมเห็นด้วยครับ นัยหนึ่งคนยังไม่นิยมที่จะเล่นเน็ตผ่านมือถือด้วย update status จึงอาจจะจำกัดแค่หน้าคอมเท่านั้น แต่ถึงขั้นนั่งหน้าคอมได้ ก็เลยคิดว่าใช้ IM เลยดีกว่า
Leave a reply