Wordpress Themes
บาร์เทนเดอร์ค่าตัวแพงที่สุดในโลก!!! ลองฆ่าไวรัสด้วย Kitty กันดีมั้ย?
Jul 07

ซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ของโลก “ไมโครซอฟท์” เริ่มต้นปี งบประมาณใหม่ด้วยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ “บิล เกตส์” ประกาศวางมือจากตำแหน่งประธานบริษัทผันตนเองมามีหน้าที่เพียงแค่ที่ปรึกษาของบริษัทเท่านั้น เพื่อทุ่มเทชีวิตส่วนที่เหลือให้กับงานในมูลนิธิที่เขาและภรรยาตั้งขึ้นอย่างเต็มตัว

ทำให้ภาระหนักในการขับเคลื่อนธุรกิจซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการที่มีสัดส่วนการใช้มากกว่า 90% ของพีซี 1 พันล้านเครื่องในโลก รายได้บริษัทที่มากกว่า 60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีพนักงานทั่วโลกกว่า 91,200 คน และการบริหารสินค้าที่มีความหลากหลายมากกว่า 75 ชนิด ตกอยู่กับคนข้างหลัง โดยเฉพาะผู้บริหารสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น สตีฟ บัลเมอร์, เรย์ ออซซี่ ผู้บริหารฝ่ายสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ และเครก มัลดี้ ผู้บริหารฝ่ายวิจัยและกลยุทธ์แห่งค่ายเรดมอนต์

รายงานข่าวจาก “อิมฟอร์เมชั่น วีก” ระบุว่า คำถามที่ตามมาต่อไมโครซอฟท์และผู้บริหารยุคใหม่ คือหลังจากนี้ไมโครซอฟท์จะไปในทิศทางใด ?

สตีฟ บัลเมอร์” จะทำงานในฐานะ ผู้นำเพียงผู้เดียวหรือไม่ ? จะเป็นผู้นำ ไมโครซอฟท์ข้ามอุปสรรคนานัปการที่รออยู่เบื้องหน้าได้หรือไม่ ?

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่ค้างคาใจ นักลงทุน พาร์ตเนอร์ ลูกค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับไมโครซอฟท์ทั้งหมด ซึ่งมีความห่วงใยต่ออนาคตของไมโครซอฟท์ท่ามกลางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการต่อกรสู้กับคู่แข่งสำคัญอย่าง “กูเกิล” ที่นับวันจะเร่งเครื่องพัฒนาแอปพลิเคชั่น ใหม่ๆ บนอินเทอร์เน็ตออกสู่ตลาด

ยังไม่นับรวมถึงปัญหาเรื่องยอดขายของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ วิสต้า ที่ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้เท่าที่ควร ทำให้ยอดขายวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ตกลง 25% ในไตรมาสล่าสุดที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายจากคู่แข่ง เช่น แมคจากแอปเปิล หรือแม้แต่ระบบปฏิบัติการ “ลีนุกซ์” กลับมียอดขายตามร้านวอล-มาร์ตดีขึ้น

สตีฟ บัลเมอร์” วัย 52 ปี กล่าวว่า เขาต้องการจะรักษาตำแหน่งผู้นำของ ไมโครซอฟท์ไปอีก 10 ปี ถ้าหากเขาอยู่รอดได้ถึงแม้เพียง 5 ปี ก็จะสร้างความมั่นใจให้ได้ว่าระบบปฏิบัติการต่อไปของไมโครซอฟท์ “วินโดวส์ 7″ ที่จะออกสู่ตลาดในปี 2010 ต้องดีกว่าวิสต้า

ขณะเดียวกันกลยุทธ์ด้านอินเทอร์เน็ตที่นับวันจะมีความสำคัญมากขึ้น ไมโครซอฟท์ต้องสร้างความชัดเจนให้ได้ว่าแนวทางการดำเนินงานด้านอินเทอร์เน็ตจะเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาไมโครซอฟท์รั้งตำแหน่งที่ 3 หรือต่ำกว่าในเกือบทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต ตามหลังกูเกิล ยาฮู และผู้เล่นในตลาดรายอื่น รวมถึงกรณีร้อนๆ อย่างการควบรวมกิจการกับ “ยาฮู” ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ หรือจะยุติบทบาทของตนเองลง

ไมโครซอฟท์จำเป็นต้องควบรวมกิจการกับยาฮู เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านการสืบค้นข้อมูล และการตลาดบนอินเทอร์เน็ต อย่างไรก็ตามเมื่อดีลครั้งนี้ ไม่ประสบผลสำเร็จ เราจำเป็นต้องมีแผนสำรอง ไม่ใช่เพราะต้องการที่จะแสดงเหตุผลต่อนักลงทุนหรือลูกค้า แต่ต้องสามารถนำพาไมโครซอฟท์เข้าสู่ยุค web computing โดยไม่มีบิล เกตส์ ยืนอยู่ เคียงข้างได้ด้วย” บัลเมอร์กล่าว

โชคชะตาของไมโครซอฟท์ภายใต้การกุมบังเหียนของ “สตีฟ บัลเมอร์” ยังเป็นที่จับตามองของทุกฝ่าย ว่าความสามารถของเขาเพียงพอที่จะพาองค์กรระดับโลกเข้าสู่ยุคการจัดการข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ทำให้รายได้หลายหมื่นล้านดอลลาร์เกิดภาวะสั่นคลอนได้หรือไม่

เดอะ ซีแอตเติล ไทมส์” รายงานว่า ภาวะการเปลี่ยนผู้นำของไมโครซอฟท์ถือเป็นความท้าทายน้อยที่สุดที่ไมโครซอฟท์ต้องเผชิญ แต่ความท้าทายหลักคือการพาธุรกิจของบริษัทเดินไปข้างหน้า เพราะปัจจุบันอัตราการเติบโตของไมโครซอฟท์ โตเต็มที่แล้วจึงอยู่ในภาวะลดลง ดังนั้นจึงต้องพุ่งเป้าความสนใจใหม่ไปยังลูกค้าในตลาดเกิดใหม่ที่มีมากกว่าพันล้านคนแทน

ถึงกระนั้นปัญหาหลักในตลาดเกิดใหม่คืออัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่มีสัดส่วนสูงมาก และได้กลายเป็นโจทย์ท้าทายของไมโครซอฟท์ หากยังต้องการกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดกลุ่มนี้

บัลเมอร์” ยอมรับว่า ไม่มีใครมาแทนบิล เกตส์ได้ แต่คนไม่ได้ซื้อสินค้าของไมโครซอฟท์ เพราะบิล เกตส์ แต่เพราะต้องการใช้สินค้าเพื่อดำเนินธุรกิจอย่าง ต่อเนื่อง โดยขึ้นอยู่กับคุณภาพและ นวัตกรรมของไมโครซอฟท์ที่ใส่เพิ่มเข้าไปมากกว่า

คำถามที่ได้ยินตลอดเวลาคือ พวกเราจะรวมกับยาฮูเพื่อผนวกบริการด้านเสิร์ชได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าพวกเราจะอยู่ได้ไหมถ้าไม่มีบิล” บัลเมอร์กล่าว

ขณะที่ ดิ อีโคโนมิสต์รายงานถึงสิ่งที่ “เรย์ ออซซี่” ผู้บริหารระดับสูงด้านสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ และเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของไมโครซอฟท์ กล่าวถึงประเด็นที่หลายฝ่ายออกมาให้ความเห็นว่า ซอฟต์แวร์อาจถึงจุดจบ หากเว็บเข้ามามีบทบาทในการทำงานมากขึ้นจนแทนที่การใช้ซอฟต์แวร์ และอาจส่งผลให้ไมโครซอฟท์ลำบากมากขึ้น

เมื่อใดก็ตามที่หลายสิ่งเกิดขึ้น คนทั่วไปคิดว่าสิ่งนั้นกำลังจะทำให้เกิดการเปลี่ยน แปลงครั้งยิ่งใหญ่ แต่ในความเป็นจริงคอนซูเมอร์เป็นนักปฏิบัติมากๆ และมักผสมระหว่างสิ่งเก่ากับสิ่งใหม่ได้อย่างลงตัว และการผสมผสานนี้ขึ้นกับว่าคนเหล่านั้นอยู่ที่ไหน ใช้อุปกรณ์อะไร และต้องการที่จะทำอะไร แทนที่จะถึงจุดจบของซอฟต์แวร์ แต่จะเป็นซอฟต์แวร์บวกกับให้การบริการ และนี่คือกลยุทธ์บทใหม่ของไมโครซอฟท์” เรย์ ออสซี่ กล่าว

ที่มา : นสพ.ดอทคอม

?

Technorati Tags: ,

1 คะแนน2 คะแนน3 คะแนน4 คะแนน5 คะแนน (ไม่มีคะแนนโหวตสำหรับเรื่องนี้)
Loading ... Loading ...


Tags: , , , , , , , , , , , , , ,



Vote to Zickr!
เรื่องอื่นที่ใกล้เคียง
  • ทีเด็ด Firefox 3
  • Yahoo ปิดฉาก Microsoft อิงแอบกูเกิ้ลขาย Ad
  • เชื่อหรือไม่ ไส้ดินสอก็ทำชิพได้
  • น้ำแร่ ชะลอวัยได้จริงหรือ?
  • โทรศัพท์มือถือ…ไม่ได้อัจฉริยะอย่างที่คิด

  • แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

    *
    To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
    Click to hear an audio file of the anti-spam word

    ปิด
    E-mail It