เมื่อหลายวันก่อน รุ่นพี่ที่ทำงานโผล่มาด้วยอารมณ์สุดเซ็ง น่าตาบูดเบี้ยวเหมือนไม่ถ่ายมาหลายวัน
ก่อนจะหลุดปากบ่น “เซ็งว่ะ รถถูกชนแต่เช้าเลย”
“เป็นไงบ้างพี่ พอซ่อมได้มั๊ย” น้องๆทักด้วยความเป็นห่วง เพราะฟังจากน้ำเสียงแก ประมาณว่า ไม่รถ 10 ล้อ ก็น้องๆรถ
“อาการเบลอ” ไม่ได้เป็นเฉพาะอากาศ แต่ยังลามมาถึงธุรกิจด้วย
ธุรกิจค้าปลีก แต่เดิมพอแบ่งแยกกันได้ว่ามีร้านที่เป็นซูปเปอร์มาร์เก็ต เน้นขายอาหาร ห้างสรรพสินค้าขายของใช้ เสื้อผ้า ถ้าเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต ก็สินค้าเยอะหน่อย เน้นที่ราคาถูก ส่วนร้านสะดวกซื้อ
และแล้วขั้วอำนาจก็เปลี่ยนทิศ (อันนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองขณะนี้นะครับ) ถึงเวลาที่ผู้ซื้อจะเป็นใหญ่
ตอนนี้ผู้ค้าปลีก ต่างจ้าละหวั่น หันมาอยู่ข้างผู้ซื้อ เครื่องไม้เครื่องมือในการบริหารการค้า จึงเต็มไปด้วยคำว่า “ลูกค้า” “Customer”
หลายคนอาจแย้งว่า จะมีคนกินข้าวกล่องแช่แข็งหรือแช่เย็นสักกี่คนกัน?
อันนี้อาจตอบตรงๆไม่ได้ แต่ถ้าเดินข้าวครัวที่บ้าน เราก็จะเห็นว่า ตู้กับข้าว-เตาแก๊ส ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทคู่ครัวไทยมาช้านาน เริ่มหายไป กลายเป็น ตู้เย็น-ไมโครเวฟ มาแทนที่
เชื่อมั๊ยครับว่า ไม่ใช่สินค้าเท่านั้นทีมี Barcode คนเราก็มี Barcode เหมือนกัน
อย่างที่บอกไว้ Barcode เป็นรหัสเพื่อใช้ระบุตัวสินค้า
ดังนั้นจึงมีคนคิดทำ บาร์โค้ดคน ขึ้นมา
เจอคำถามแบบนี้ผมเองก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน เพราะบางที แตกแบงก์ร้อยแป๊บเดียว ก็ไม่เหลือแล้ว
ครับ! ถ้าตอบแบบข้างต้นเหมือนผม ก็แปลว่าความคิดยังไม่ถึงขั้น
แต่ผู้ที่อยู่ในวงการค้าขาย เขาต้องรู้กัน
ผู้ค้าปลีกจะต้องรู้ว่า Share of wallet แปลเป็นไทยว่า
เป็นเว็บurban junkiesของชาวลอนดอน มาดูกันว่าเค้าแนวกันยังไง ฮิบกันแค่ไหน